รีเซต

AI เขย่าตลาดงานปี 69 ทักษะแบบไหนที่เด็กจบใหม่ต้องมี

AI เขย่าตลาดงานปี 69 ทักษะแบบไหนที่เด็กจบใหม่ต้องมี
TNN ช่อง16
25 กุมภาพันธ์ 2569 ( 18:36 )
10

            โลกการทำงานยุคใหม่ไม่ได้วัดกันที่วุฒิการศึกษาเพียงอย่างเดียว เมื่อผลวิจัยชี้ชัดว่าความต้องการจ้างงานปีล่าสุดลดลงเกือบ 10% สวนทางกับกระแส AI ที่เข้ามาเป็น "มาตรฐานใหม่" ของทุกสายงาน เด็กจบใหม่ควรมีทักษะด้านไหนบ้างเพื่อตอบโจทย์ความต้องการตลาดแรงงานมาเตรียมตัวให้พร้อมก่อนลงสนามจริงกับคำแนะนำผู้เชี่ยวชาญจาก Jobthai

         

           ในช่วงนี้เด็กนักเรียนที่กำลังจะจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เตรียมตัวสอบ/เตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัย (TCAS69) เด็กที่กำลังจะจบมหาวิทยาลัยก็กำลังเตรียมตัวหางาน หรือ สมัครงานกันเป็นจำนวนมาก ซึ่ง นอกจากความรู้ความสามารถและวุฒิการศึกษาที่ได้เด็กใหม่ได้รับ สิ่งสำคัญ คือ การหาข้อมูลความต้องการของตลาดแรงงานในยุคใหม่ ที่จะมีผลต่อโอกาสการได้งานทำด้วย จากผลการศึกษาเรื่อง “เมื่อ AI เขย่าตลาดงาน ใครอยู่ ใครไป” โดยการวิเคราะห์ข้อมูลของ ทีม Big Data สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) พบว่าตลาดแรงงานไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งใหญ่จากการเข้ามา ของปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยภาพรวมความต้องการจ้างงานปี 2567-2568 ลดลงถึง 9.6% ขณะที่ ทักษะด้าน AI กลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่นายจ้างต้องการเร่งด่วน


           รัฐชล คงวัฒนกุล Content Marketing บริษัท จ๊อบไทย จำกัด (Jobthai)  ให้ข้อมูลในงานCRA Job Fair & Education 2026 เมื่อเร็วๆ นี้  อ้างอิงจากรายงาน Future of Jobs Report 2025 โดย World Economic Forum ซึ่ง นำเสนอโดย Jobthai พบว่าปัจจัยที่ทำให้ความต้องการแรงงานเปลี่ยนไป ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี, ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ, การแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจและภูมิศาสตร์การเมือง, การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว, การเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างประชากร เช่น สังคมสูงวัย เป็นต้น

           สำหรับแนวโน้มการเติบโตของ ทักษะที่เป็นที่ต้องการของตลาดในปี 2025-2030 (Skills on the Rise, 2025-2030) ได้แก่  

            -AI and Big Data (ปัญญาประดิษฐ์และข้อมูลขนาดใหญ่)

            -Networks and Cybersecurity (ระบบเครือข่ายและความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์)

            -Technological Literacy (ความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีได้อย่างคล่องแคล่ว)

             -Creative Thinking (การคิดเชิงสร้างสรรค์)

             -Resilience, Flexibility and Agility (ความยืดหยุ่น การปรับตัวเก่ง และความคล่องตัวในการทำงาน)

             -Curiosity and Lifelong Learning (ความใฝ่รู้และการเรียนรู้ตลอดชีวิต)

             -Leadership and Social Influence (ภาวะผู้นำและการมีอิทธิพลทางสังคม)

             -Talent Management (การบริหารจัดการคนเก่ง)

             -Analytical Thinking (การคิดเชิงวิเคราะห์)

              -Environmental Stewardship (การดูแลและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม)

              ข้อมูลจากแบบสำรวจการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้ภายในองค์กรและการทำงาน โดย Jobthai พบว่า AI อาจทำให้งานที่ทำซ้ำๆ หายไป แต่จะสร้างโอกาสงานใหม่ๆ เพิ่มขึ้น ผู้ที่มีทักษะ AI จะได้รับโอกาสพัฒนาทักษะ/ฝึกอบรมเพิ่ม, ได้รับมอบหมายงานสำคัญหรือโปรเจกต์ใหม่ และมีโอกาสได้รับค่าตอบแทนหรือเงินเดือนที่สูงขึ้น ส่วนมุมมองจากองค์กรพบว่า 21% มองว่าทักษะ AI เป็นข้อได้เปรียบสำคัญในทุกตำแหน่งงาน และ 55% มองว่าเป็นส่วนเสริมที่น่าสนใจ แต่ต้องมีองค์ประกอบอื่นควบคู่ไปด้วย

             5 งานที่ AI ทำแทนมนุษย์ได้ ได้แก่

             1. ประมวลผล วิเคราะห์ข้อมูล และสร้างรายงานอัตโนมัติ

              2. ป้อนข้อมูลและคีย์เอกสาร

              3. สร้างสื่อคอนเทนต์เบื้องต้น

              4. เขียนบทความพื้นฐาน/ข่าวสั้น/สรุปเนื้อหา

              5. ตอบคำถามลูกค้าและรับเรื่องร้องเรียน


              5 ทักษะที่ AI สู้มนุษย์ไม่ได้

              1. การเข้าใจอารมณ์ ความรู้สึก และการแสดงความเห็นอกเห็นใจ

              2. การสื่อสารระหว่างบุคคล การเจรจาโน้มน้าวใจ

              3. การตัดสินใจเชิงจริยธรรมและศีลธรรม

              4. การตีความที่ต้องอาศัยบริบทและวัฒนธรรม

              5. การปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันได้อย่างยืดหยุ่น


                5 สายงานที่มีการระบุทักษะ AI ในประกาศงานมากที่สุด

               1. งานคอมพิวเตอร์ / IT

               2. งานการตลาด

               3. งานออกแบบ / กราฟิก

               4. งานวิศวกรรม

               5. งานขาย

               ส่วนทักษะทางสังคมและอารมณ์ (Soft Skills) ที่องค์กรต้องการมากที่สุด (ข้อมูลปี 2025) คือ ความสามารถในการทำงานเป็นทีม, ความสามารถในการปรับตัวและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ, ทักษะการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ, ทักษะการแก้ปัญหา, และทักษะความเป็นผู้นำและการบริหารจัดการ นอกจากนี้ รัฐชล แนะนำเด็กจบใหม่ด้วยว่า หากกำลังมองหางานให้ทำการบ้านสำหรับงานในตำแหน่งนั้นดีๆ เพราะสิ่งที่เรียนมากับการนำมาใช้ทำงานจริงบางครั้งอาจไม่สอดคล้องกัน และยิ่งหลักสูตรที่เรียนมาไม่ได้มีการอัปเดตให้ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน อาจทำให้โอกาสได้งานน้อยกว่าคนที่มีการปรับเพิ่มทักษะให้ทันสมัย และหากไม่เคยฝึกงานมาก่อน ควรต้องเพิ่มทักษะในตำแหน่งงานที่จะสมัครให้มีความพร้อมมากที่สุด และจะทำให้ได้เปรียบคู่แข่ง รวมทั้งมีโอกาสมากกว่า

                สำหรับเด็กมัธยมปลายที่กำลังค้นหาตัวเองเพื่อเลือกเรียนในระดับอุดมศึกษา ต้องเริ่มจากความชอบและความถนัดก่อน จากข้อมูลที่เกี่ยวข้องทุกด้านยังพบว่าสายงานด้านเทคโนโลยี เป็นที่ต้องการของตลาดเป็นจำนวนมาก ซึ่ง หากจะเลือกเรียนสายนี้มีโอกาสได้งานทำแน่นอน ส่วนจะเลือกเรียนสายวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์หรือไม่ ถ้าเป็นต่างประเทศถือว่าไม่จำเป็น และไทยก็เริ่มมีเด็กสายอื่นที่ค้นพบความชอบของตัวเองในภายหลัง สามารถมาเรียนเพิ่มเติมเฉพาะทาง หรือ เป็นคอร์สระยะสั้นเพิ่มเติมได้ บางคนที่มีความตั้งใจ และมีแรงบันดาลใจ สามารถทำได้ดีกว่าเด็กที่จบมาตรงสายด้วย สิ่งที่สำคัญคือพยามพยามพัฒนาตัวเองและฝึกทักษะให้ทันต่อสถานการณ์ในปัจจุบันให้มากที่สุด

เรียบเรียงโดย : กาญธิกา มาเรียน อังคณิต

ภาพ : TNN 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง