รีเซต

ทำไมปลัดกระทรวงอายุราชการเหลือหลายปี? เปิดกติกา 4+1+1

ทำไมปลัดกระทรวงอายุราชการเหลือหลายปี? เปิดกติกา 4+1+1
TNN ช่อง16
13 สิงหาคม 2569 ( 20:01 )

การแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงก่อนเริ่มปีงบประมาณ 2570 กำลังทำให้เกิดภาพที่น่าสนใจ เมื่อผู้ได้รับความเห็นชอบให้ขึ้นดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงหลายรายยังมีเส้นทางราชการอีกหลายปี บางคนเหลือเกือบ 10 ปีก่อนถึงวัยเกษียณ

ตัวเลขดังกล่าวอาจทำให้เข้าใจว่า เมื่อได้รับแต่งตั้งเป็นปลัดกระทรวงแล้ว บุคคลนั้นจะสามารถอยู่ในตำแหน่งเดิมได้อีก 7 ปี 8 ปี หรือกระทั่ง 10 ปี แต่ในทางระบบราชการ “อายุราชการคงเหลือ” ไม่เท่ากับ “ระยะเวลาครองตำแหน่ง”

นี่คือจุดสำคัญในการทำความเข้าใจการจัดวางผู้บริหารระดับสูงของรัฐบาลในปี 2569

อายุราชการเหลือเกือบ 10 ปี แต่ไม่ได้เป็นปลัด 10 ปี

รายชื่อปลัดกระทรวงที่ได้รับความเห็นชอบในรอบนี้ มีทั้งผู้ที่ใกล้เกษียณและผู้ที่ยังเหลืออายุราชการอีกหลายปี

นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล ซึ่งได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคม มีอายุราชการเหลือเกือบ 10 ปี

นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร จากเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงยุติธรรม มีอายุราชการเหลือประมาณ 8 ปี

นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ จากอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีอายุราชการเหลือประมาณ 7 ปี

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ มีอายุราชการเหลือประมาณ 3 ปี ขณะที่นายโชคชัย วิเชียรชัยยะ ซึ่งได้รับความเห็นชอบให้เป็นปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีอายุราชการเหลือประมาณ 1 ปี

ตัวเลขตั้งแต่ 1 ปีไปจนถึงเกือบ 10 ปี แสดงให้เห็นว่า อายุราชการที่เหลือไม่ใช่เงื่อนไขเดียวในการคัดเลือกปลัดกระทรวง แต่เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการวางกำลังบุคลากรระดับสูงของแต่ละหน่วยงาน

กติกา “4+1+1” คืออะไร?

แม้ปลัดบางคนจะเหลืออายุราชการอีกเกือบ 10 ปี แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถดำรงตำแหน่งเดิมตลอดช่วงเวลาดังกล่าว

หลักเกณฑ์สำหรับข้าราชการประเภทบริหารกำหนดกรอบเมื่อดำรงตำแหน่งเดียวติดต่อกันครบ 4 ปี และเปิดให้มีการต่อเวลาตามหลักเกณฑ์ได้ครั้งละไม่เกิน 1 ปี จำนวนไม่เกิน 2 ครั้ง

จึงมักอธิบายอย่างง่ายว่าเป็นกรอบ 4+1+1

ตัวอย่างที่เห็นได้ในปี 2569 คือ นางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ซึ่งจะครบการต่อเวลาครั้งที่ 1 วันที่ 30 กันยายน 2569 และได้รับการต่อเวลาอีก 1 ปีเป็นครั้งที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2570

ส่วนนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ได้รับการต่อเวลาอีก 1 ปี เป็นครั้งที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2570

กรณีเหล่านี้ทำให้เห็นความแตกต่างระหว่าง “เหลือเวลารับราชการอีกกี่ปี” กับ “อยู่ในตำแหน่งบริหารเดิมได้อีกนานเท่าใด” อย่างชัดเจน


แล้วทำไมเลือกคนที่ยังเหลืออายุราชการหลายปี?

คำอธิบายส่วนหนึ่งอยู่ที่บทบาทของ “ปลัดกระทรวง”

ฝ่ายการเมืองมีรัฐมนตรีเป็นผู้กำหนดนโยบาย ขณะที่ปลัดกระทรวงเป็นข้าราชการประจำสูงสุดของกระทรวง ทำหน้าที่บริหารราชการประจำ เชื่อมโยงนโยบายไปสู่กรมและหน่วยงานในสังกัด รวมถึงกำกับงานด้านบุคลากร งบประมาณ และการบริหารองค์กร

รัฐบาลอาจเปลี่ยนตามวาระทางการเมือง แต่ข้าราชการประจำยังคงทำหน้าที่ต่อไป

การมีผู้บริหารที่ยังเหลืออายุราชการหลายปี จึงเอื้อต่อการสะสมประสบการณ์ในระดับบริหาร และเปิดทางให้สามารถหมุนเวียนไปดำรงตำแหน่งบริหารระดับสูงอื่นในอนาคตตามหลักเกณฑ์ของราชการ

ดังนั้น คำว่า “อยู่ยาว” หากจะใช้กับปลัดกระทรวงชุดนี้ ควรหมายถึงการที่บุคคลยังสามารถอยู่ใน ระบบบริหารราชการระดับสูง ได้อีกหลายปี ไม่ใช่การรับประกันว่าจะนั่งเก้าอี้ปลัดกระทรวงเดิมจนถึงวันเกษียณ

ทำไมต้องแต่งตั้งก่อน 1 ตุลาคม?

อีกประเด็นคือจังหวะเวลาของการแต่งตั้ง

วันที่ 30 กันยายน 2569 เป็นวันสิ้นปีงบประมาณ 2569 และเป็นช่วงที่ข้าราชการซึ่งครบอายุราชการพ้นจากตำแหน่ง ก่อนเริ่มปีงบประมาณใหม่ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569

หลายกระทรวงจึงต้องเตรียมผู้บริหารเข้ารับหน้าที่ทดแทนล่วงหน้า เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างในการบริหารราชการ

ปีนี้ ครม.เริ่มทยอยพิจารณารายชื่อสำคัญตั้งแต่เดือนกรกฎาคม โดยวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 มีการอนุมัติรับโอนนายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร จากเลขาธิการ ศอ.บต. มาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม

ต่อมาวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ครม.เห็นชอบให้นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ขึ้นดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกำหนดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 และมีผลเมื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง

ช่วงเดือนสิงหาคมยังมีการพิจารณาตำแหน่งสำคัญเพิ่มเติม เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านพร้อมกันเมื่อเข้าสู่ปีงบประมาณ 2570

ไม่ได้มีเฉพาะปลัดกระทรวง

การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ครอบคลุมผู้บริหารราชการหลายระดับ ตั้งแต่ปลัดกระทรวง รองปลัด อธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด ตลอดจนหัวหน้าหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ

กระทรวงมหาดไทยเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่มีตำแหน่งระดับสูงต้องหมุนเวียนจำนวนมาก ขณะที่กระทรวงการคลังมีตำแหน่งสำคัญที่จะว่างจากการเกษียณและการย้ายไปดำรงตำแหน่งอื่น รวม 5 ตำแหน่งตามข้อมูลต้นฉบับ ได้แก่ อธิบดีกรมสรรพากร อธิบดีกรมธนารักษ์ รองปลัดกระทรวงการคลัง ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ และตำแหน่งที่ว่างจากการลาออกไปรับหน้าที่ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

กระทรวงพาณิชย์มีข้าราชการระดับสูงเกษียณหลายตำแหน่ง ขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ทยอยเสนอรายชื่อผู้บริหารระดับสูงเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.

จึงเป็นการเปลี่ยนกำลังผู้บริหารหลายส่วนพร้อมกัน มากกว่าการแต่งตั้งปลัดกระทรวงเพียงไม่กี่ตำแหน่ง

ข้าราชการอาจทำงานข้ามรัฐบาลได้อย่างไร?

จุดที่ทำให้การแต่งตั้งครั้งนี้มีความสำคัญต่อการบริหารประเทศ คือความแตกต่างของ “นาฬิกาการเมือง” กับ “นาฬิการาชการ”

รัฐบาลมีวาระและอาจมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ขณะที่ข้าราชการที่ได้รับแต่งตั้งในวัยซึ่งยังเหลืออายุราชการ 7-10 ปี สามารถทำงานในระบบราชการต่อไปได้อีกยาวนานกว่าอายุของรัฐบาลหนึ่งชุด

ตัวอย่างเช่น ผู้บริหารที่เหลืออายุราชการ 10 ปี แม้จะไม่ได้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงเดิมครบ 10 ปี แต่ยังมีเส้นทางที่จะได้รับการแต่งตั้งหรือโยกย้ายไปดำรงตำแหน่งบริหารอื่นตามหลักเกณฑ์ได้จนกว่าจะเกษียณ

ในอีกด้านหนึ่ง การเลือกผู้ที่เหลืออายุราชการเพียง 1-3 ปีขึ้นเป็นปลัดกระทรวงก็เกิดขึ้นได้เช่นกัน หากเป็นบุคคลที่ผ่านการพิจารณาว่าเหมาะสมกับตำแหน่ง

จึงไม่สามารถสรุปจาก “จำนวนปีที่เหลือก่อนเกษียณ” เพียงตัวเลขเดียวว่าเป็นการวางตัวบุคคลให้อยู่ในตำแหน่งระยะยาว


วางคนวันนี้ เพื่อความต่อเนื่องของราชการวันหน้า

ภาพการแต่งตั้งก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2569 จึงควรมองผ่านโครงสร้างการบริหารราชการควบคู่กับบริบททางการเมือง

รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล อยู่ในจังหวะที่ตำแหน่งบริหารระดับสูงจำนวนมากครบวงรอบพร้อมกัน การแต่งตั้งล่วงหน้าช่วยให้หน่วยงานมีผู้รับผิดชอบต่อเนื่องทันทีเมื่อเริ่มปีงบประมาณใหม่ โดยเฉพาะกระทรวงที่มีภารกิจด้านเศรษฐกิจ คมนาคม ความมั่นคง สังคม และการบริหารพื้นที่

ขณะเดียวกัน การที่ปลัดบางรายเหลืออายุราชการอีกหลายปี ย่อมทำให้บุคลากรเหล่านี้มีโอกาสทำหน้าที่ในระดับบริหารต่อเนื่องไปในอนาคต และอาจทำงานผ่านรัฐบาลมากกว่าหนึ่งชุด

แต่สิ่งที่ต้องแยกให้ชัดคือ การอยู่ในระบบราชการอีก 10 ปี ไม่ได้หมายถึงการครองเก้าอี้ปลัดกระทรวง 10 ปี

การดำรงตำแหน่งยังอยู่ภายใต้กฎหมายและหลักเกณฑ์ด้านการบริหารบุคคล รวมถึงกระบวนการแต่งตั้ง โอน ย้าย และต่อเวลาตามที่กำหนด

ดังนั้น เหตุผลที่ “อายุราชการเหลือหลายปี” ได้รับความสนใจ ไม่ได้อยู่ที่จำนวนปีบนเก้าอี้เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ระยะเวลาที่ผู้บริหารเหล่านี้ยังสามารถเป็นกำลังสำคัญของระบบราชการ และสร้างความต่อเนื่องให้กับการบริหารประเทศในช่วงหลายปีข้างหน้า

 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง