สรุปวิกฤตเศรษฐกิจไทย 30 ปี จากต้มยำกุ้ง 2540 ถึงน้ำมันแพง 2569

ตลอดเวลากว่า 3 ทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องเผชิญเหตุการณ์ใหญ่ต่อเนื่องหลายระลอก ทั้งวิกฤตเศรษฐกิจ โรคระบาด ความขัดแย้งทางการเมือง และภัยธรรมชาติ เหตุการณ์เหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นแยกขาดจากกัน แต่เชื่อมโยงต่อเนื่อง และทิ้งผลกระทบสะสมต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมไทยมาจนถึงปัจจุบัน
จุดเริ่มต้นสำคัญอยู่ในปี 2540 ภายใต้รัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เมื่อค่าเงินบาทถูกโจมตีอย่างหนักจนต้องลอยตัว ส่งผลให้เงินสำรองระหว่างประเทศลดลงอย่างรวดเร็ว ค่าเงินบาทอ่อนตัว หนี้ต่างประเทศพุ่ง ธุรกิจจำนวนมากล้มละลาย ระบบธนาคารสั่นคลอน เศรษฐกิจหดตัวอย่างรุนแรง ก่อนที่ พล.อ.ชวลิต จะลาออก และรัฐบาล ชวน หลีกภัย เข้ามารับช่วงต่อในปลายปีเดียวกัน พร้อมมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจและเจรจากับ IMF เพื่อรักษาเสถียรภาพการเงินของประเทศ
ช่วงปี 2544 ถึง 2549 ในยุครัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร เศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัวจากแผลเดิม แต่ต้องเผชิญปัจจัยใหม่จากโรคระบาด ปี 2546 เกิดซาร์ส ทำให้นักท่องเที่ยวหายไปทันที ขณะที่ไข้หวัดนกระบาดต่อเนื่องหลายปี กระทบเกษตรกรและการส่งออกอย่างหนัก อีกด้านหนึ่ง เหตุการณ์สึนามิในปี 2547 สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว
ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มขึ้นในช่วงปลายรัฐบาลทักษิณ และนำไปสู่การรัฐประหารในปี 2549 หลังจากนั้น พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เข้าบริหารประเทศในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยเน้นรักษาเสถียรภาพและเตรียมการเลือกตั้ง
ปี 2551 เป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญ ภายใต้รัฐบาล สมัคร สุนทรเวช ต่อเนื่องถึง สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ประเทศต้องเผชิญทั้งวิกฤตเศรษฐกิจโลกจากการล้มของ Lehman Brothers ซึ่งทำให้การส่งออกไทยหดตัว และ GDP ติดลบในบางช่วง ขณะเดียวกัน เหตุการณ์ยึดสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมืองสร้างผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและความเชื่อมั่นในระดับประเทศ
ปลายปี 2551 อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ต้องเร่งประคองเศรษฐกิจจากแรงกระแทกภายนอก พร้อมเผชิญสถานการณ์การเมืองในประเทศ โดยเฉพาะเหตุการณ์ชุมนุมปี 2553 ที่มีผู้เสียชีวิต 99 คน และสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจในย่านธุรกิจสำคัญ
ปี 2554 ในยุครัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ประเทศเผชิญมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปี พื้นที่ได้รับผลกระทบกว่า 60 จังหวัด โรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมากหยุดผลิต ความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงถึง 1.44 ล้านล้านบาท GDP ทั้งปีขยายตัวเพียง 0.1% และภาคการผลิตได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง
หลังจากนั้น ความขัดแย้งทางการเมืองกลับมารุนแรงอีกครั้งในช่วงปี 2556 ถึง 2557 ก่อนจะนำไปสู่การรัฐประหาร และเข้าสู่ยุครัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งบริหารประเทศยาวต่อเนื่องทั้งช่วง คสช. และหลังการเลือกตั้ง
ในช่วงปี 2563 ถึง 2565 ไทยต้องเผชิญวิกฤตโควิด 19 ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจ โดย GDP หดตัวถึง -8.1% นักท่องเที่ยวต่างชาติจากระดับประมาณ 40 ล้านคนต่อปี เหลือเพียงราว 8 ล้านคน รายได้จากการท่องเที่ยวหายไปอย่างมาก ธุรกิจจำนวนมากปิดตัว และความเสียหายทางเศรษฐกิจรวมอยู่ในระดับหลายล้านล้านบาท
หลังโควิด เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวอย่างช้า แต่ยังเผชิญข้อจำกัดจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงและกำลังซื้อที่ยังไม่กลับมาเต็มที่
ในช่วงปี 2566 ถึง 2567 ภายใต้รัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำกว่าที่คาด ขณะที่หนี้ครัวเรือนพุ่งสูงกว่า 90% ของ GDP โรงงานปิดกิจการจำนวนมาก ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำสั่งถอดถอนนายกรัฐมนตรีในปี 2567 ส่งผลให้การเมืองเข้าสู่ภาวะไม่แน่นอนอีกครั้ง
ต่อเนื่องด้วยรัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร ในช่วงปี 2567 ถึง 2568 ซึ่งต้องรับมือทั้งปัญหาเศรษฐกิจภายในและแรงกดดันจากต่างประเทศ รวมถึงผลกระทบจากนโยบายการค้าระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งทางการเมืองนำไปสู่การถอดถอนในปี 2568 ทำให้เสถียรภาพทางการเมืองสั่นคลอน
ปัจจุบัน ประเทศอยู่ภายใต้การบริหารของ อนุทิน ชาญวีรกูล ในช่วงที่สถานการณ์ไม่เอื้อเท่าไรนัก ทั้งแรงกระเพื่อมจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ดันราคาพลังงานขึ้นต่อเนื่อง ขณะเดียวกันเศรษฐกิจในประเทศยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ กำลังซื้อของประชาชนอ่อนลง และหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง
ภาพที่เห็นชัดคือเรื่องราคาน้ำมัน เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 ราคาขายปลีกปรับขึ้นหลายรายการในคราวเดียว โดยเพิ่มขึ้นรวมเกือบ 6 บาทต่อลิตร ทำให้เบนซิน 95 อยู่ที่ราว 49.64 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ประมาณ 41.05 บาทต่อลิตร ส่วนดีเซลอยู่แถว 38.94 บาทต่อลิตร การปรับขึ้นครั้งนี้ทำให้ต้นทุนขนส่งสูงขึ้นทันที และเริ่มส่งผลต่อราคาสินค้าในชีวิตประจำวัน
ภาพรวมเศรษฐกิจปี 2569 ถูกประเมินว่าจะขยายตัวต่ำกว่า 2% ซึ่งถือว่าชะลอลงเมื่อเทียบกับช่วงปกติ ปัจจัยหลักมาจากการส่งออกที่ไม่คึกคักตามภาวะเศรษฐกิจโลก การท่องเที่ยวยังไม่กลับไปเท่าช่วงก่อนโควิด และการลงทุนใหม่ที่ยังเดินหน้าแบบระมัดระวัง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
