รู้จักเทรนด์ “Coolcation” เทรนด์ใหม่ท่องเที่ยวหนีร้อน แห่เที่ยวที่อากาศเย็นแทนทะเล

ท่ามกลางภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก พฤติกรรมการท่องเที่ยวของผู้คนก็เริ่มเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย จากเดิมที่การพักผ่อนริมทะเลภายใต้แสงแดดจัดเคยเป็นตัวเลือกยอดนิยม ปัจจุบันนักท่องเที่ยวจำนวนมากกลับหันไปมองหาจุดหมายปลายทางที่มีอากาศเย็นสบาย ธรรมชาติสงบ และกิจกรรมกลางแจ้งที่ผ่อนคลายมากขึ้น เทรนด์นี้กำลังถูกเรียกว่า “Coolcation” หรือการท่องเที่ยวเพื่อหนีร้อน
ข้อมูลด้านสภาพภูมิอากาศชี้ว่า อุณหภูมิผิวโลกเฉลี่ยในช่วง 50 ปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นในอัตราที่รวดเร็วกว่าทุกช่วงเวลา 50 ปีในรอบอย่างน้อย 2,000 ปี โดยเฉพาะตั้งแต่ปี พ.ศ. 2513 เป็นต้นมา ขณะที่ข้อมูลจาก Copernicus Climate Change Service (C3S) ระบุว่า เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ติดอันดับเดือนที่ร้อนที่สุดเป็นอันดับ 5 ในประวัติศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญคาดว่าอุณหภูมิโลกจะยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จากสถานการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกเริ่มปรับเปลี่ยนรูปแบบการเดินทาง โดยเลือกหลีกเลี่ยงอากาศร้อนจัด ความแออัด และผลกระทบจากคลื่นความร้อนในเมืองท่องเที่ยวหลัก
ข้อมูลจาก Trip.com Group เนื่องในวันคุ้มครองโลก หรือ Earth Day ระบุว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ยอดการค้นหาจุดหมายปลายทางแบบ Coolcation เพิ่มขึ้นถึง 74% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงความต้องการเดินทางเพื่อหลีกหนีอากาศร้อนและความหนาแน่นของนักท่องเที่ยว
นอกจากนี้ ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมของปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นฤดูร้อนในหลายประเทศ ปริมาณการค้นหาจุดหมายปลายทางลักษณะนี้เติบโตสูงถึง 237% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 แสดงให้เห็นว่าแนวโน้มดังกล่าวกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์ม Trip Moments ซึ่งเป็นคอมมูนิตี้สำหรับนักเดินทางของ Trip.com ยังพบว่า คอนเทนต์เกี่ยวกับจุดหมายปลายทางอากาศเย็นในช่วงหน้าร้อน และเทคนิคการ “หนีร้อน” เติบโตขึ้น 15.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยคีย์เวิร์ดอย่าง “หนีร้อน” “Summer Escape” และ “ที่เที่ยวอากาศดีช่วงหน้าร้อน” ได้รับความสนใจอย่างมาก
สำหรับจุดหมายปลายทาง Coolcation ที่กำลังได้รับความนิยมในยุโรป ได้แก่ ไอซ์แลนด์ นอร์เวย์ สโลวีเนีย สวิตเซอร์แลนด์ และเวลส์ โดยเฉพาะไอซ์แลนด์ ซึ่งมีอุณหภูมิเฉลี่ยในฤดูร้อนเพียง 11 องศาเซลเซียส ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นถึง 85% เมื่อเทียบกับปีก่อน
นักท่องเที่ยวจำนวนมากเลือกเดินทางไปสัมผัสกิจกรรมกลางแจ้งท่ามกลางอากาศเย็น เช่น การตกปลาในทะเล ล่องเรือชมฟยอร์ด และเดินป่าบนธารน้ำแข็ง ซึ่งตอบโจทย์ทั้งการพักผ่อนและประสบการณ์เชิงธรรมชาติ
ในฝั่งเอเชีย จุดหมายปลายทางอย่างมองโกเลียใน ซัปโปโร และมณฑลยูนนานของจีน ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะยูนนานที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยช่วงฤดูร้อนเพียง 23–25 องศาเซลเซียส และมีภูมิประเทศที่โดดเด่นด้วยภูเขาหิมะและธรรมชาติสวยงาม
การค้นหาเที่ยวบินสู่คุนหมิง เมืองเอกของยูนนาน เพิ่มขึ้นถึง 44% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่แพ็กเกจทัวร์คุนหมิง ลี่เจียง และแชงกรี-ลา ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
นอกจากเป็นเทรนด์หนีร้อนแล้ว Coolcation ยังสะท้อนถึงแนวคิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนมากขึ้น เพราะนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนท้องถิ่นมากขึ้น
ผลการวิจัยระบุว่า 47% ของนักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับการปกป้องสิ่งแวดล้อม และอีก 38% ให้คุณค่ากับการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม สะท้อนถึงความต้องการเดินทางอย่างรับผิดชอบ ไม่ใช่เพียงเพื่อพักผ่อน แต่ยังคำนึงถึงผลกระทบระยะยาวต่อโลกด้วย
ในโอกาสวันคุ้มครองโลก องค์กรด้านสิ่งแวดล้อมอย่าง World Wildlife Fund (WWF) ยังแนะนำให้นักท่องเที่ยวร่วมลดคาร์บอนฟุตพรินต์ผ่านการเลือกเดินทางอย่างยั่งยืน เช่น ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ สนับสนุนธุรกิจท้องถิ่น และลดการใช้ทรัพยากรที่ไม่จำเป็น
Coolcation จึงไม่ใช่เพียงเทรนด์ท่องเที่ยวใหม่ แต่กำลังกลายเป็นสัญลักษณ์ของการปรับตัวของผู้คนต่อโลกที่ร้อนขึ้น และสะท้อนว่า “การเดินทาง” ในยุคใหม่ อาจไม่ได้มองแค่ความสวยงามของจุดหมายปลายทาง แต่รวมถึงความรับผิดชอบต่อโลกใบนี้ด้วย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
