IEA เตือนโลกเผชิญ"ภัยคุกคามพลังงาน"หนักสุด

“ฟาติห์ บิรอล” ผู้อำนวยการองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) กล่าวกับ CNBC ว่า โลกกำลังเผชิญกับภัยคุกคามความมั่นคงทางพลังงานครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ โดยขณะนี้ปริมาณน้ำมันหายไปราว 13 ล้านบาร์เรลต่อวัน และเกิดการหยุดชะงักของสินค้าโภคภัณฑ์ที่สำคัญ
ก่อนหน้านี้ เขาเคยเตือนว่า สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และการปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลให้เกิดวิกฤตพลังงานครั้งใหญ่สุดที่โลกเคยเผชิญ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลแต่ละประเทศรองรับแรงกระแทกด้วยการใช้พลังงานทางเลือก
“บิรอล” ระบุด้วยว่า พลังงานนิวเคลียร์จะได้รับการส่งเสริมมากขึ้น รวมถึงพลังงานหมุนเวียนที่จะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และอื่น ๆ ขณะเดียวกัน รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ก็น่าจะได้รับประโยชน์จากสิ่งที่เกิดขึ้น เช่นเดียวกับเชื้อเพลิงฟอสซิลอาจกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง
ในบางประเทศน่าจะกลับมาใช้ถ่านหินอีกครั้ง โดยเฉพาะเขตเศรษฐกิจขนาดใหญ่บางแห่งในเอเชีย
ก่อนเกิดสงครามมีการขนส่งน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญ เฉลี่ย 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน ปัจจุบัน ฮอร์มุซเผชิญการปิดล้อม 2 ชั้น ทั้งจากอิหร่านและสหรัฐฯ ที่ไม่อนุญาตให้เรือเข้าหรือออกจากช่องแคบ
ทั้งนี้ ช่องแคบฮอร์มุซเป็นหนึ่งในจุดคอขวดด้านการขนส่งน้ำมันที่สำคัญสุดของโลก ซึ่งการปิดช่องแคบจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก รวมถึงผลักให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ และอาจนำไปสู่การปันส่วนพลังงาน
ผู้อำนวยการ IEA เตือนด้วยว่า ยุโรปจะเผชิญกับปัญหาเชื้อเพลิงเครื่องบินตึงตัว โดยบางประเทศอาจเผชิญภาวะขาดแคลนภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เนื่องจากยุโรปนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินประมาณร้อยละ 75 จากโรงกลั่นในตะวันออกกลาง และตอนนี้แทบจะไม่เหลือแล้ว
ท่ามกลางความคาดหวังที่ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดอีกครั้ง และสามารถขนส่งน้ำมันจากโรงกลั่นในตะวันออกกลางไปยังพื้นที่ต่าง ๆ แต่ยุโรปก็อาจต้องใช้มาตรการบางอย่างเพื่อลดการเดินทางทางอากาศด้วย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
