ทำไม วิกฤตพลังงานโลก ถึงกลายเป็นโอกาสทองของ "จีน" และจะไปต่อได้นานแค่ไหน?

เปิดภาพใหญ่: วิกฤตพลังงาน จุดเร่ง “พลังงานสะอาด”
อีวีจีน มาแรง โซลาร์ จีนก็มาแรง และยิ่งเกิดวิกฤตพลังงานโลกแบบนี้ ก็ยิ่งรับอานิสงส์ โตแบบไม่แผ่ว หรือว่านี่คือจุดเปลี่ยนเกมครั้งใหญ่ สู่ยุคใหม่ โลกแห่งพลังงานสะอาด
จีนในฐานะผู้นำ: ศูนย์กลางเทคโนโลยีพลังงานสะอาดโลก
ถ้าหากพูดถึงพลังงานสะอาด ก็ต้องนึกถึงจีน เพราะจีนเป็นหนึ่งในผู้นำของโลก ด้านการส่งออกเทคโนโลยีเหล่านี้ และล่าสุดการส่งออกพลังงานสะอาดของจีน ก็กำลังเร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจน และมีนัยสำคัญ หลังจากตลาดพลังงานโลกเจอกับความผันผวน
เพราะแรงกระแทกจากสงคราม และความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญของโลก ที่เกิดภาวะไม่ปกติ การขนส่งหยุดชะงัก แต่โลกยังคงหมุนอยู่ เศรษฐกิจต้องเดินหน้า ทำให้หลายประเทศไม่อาจรอช้า ต้องเร่งแก้เกม เร่งปรับยุทธศาสตร์ด้านพลังงานอย่างเร่งด่วน ก่อนจะสายเกินไป
ตัวเลขยืนยัน: ส่งออกพลังงานสะอาดจีน “พุ่งแรง”
จีนรับอานิสงส์ จริงหรือไม่ ต้องดูจากตัวเลขล่าสุด รายงานระบุว่า การส่งออกพลังงานสะอาดขยายตัว ส่งออกพุ่งแรงยกกลุ่ม หลังจากสงครามปะทุขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ โดยสำนักงานศุลกากรจีน เผยแพร่ข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 ระบุว่า การส่งออกสินค้าในกลุ่มพลังงานสะอาดของจีนในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ขยายตัวอย่างโดดเด่นเมื่อเทียบรายปี
โดยเฉพาะการส่งออกเซลล์พลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มขึ้นถึง 80% การส่งออกรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพิ่มขึ้น 53% และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเพิ่มขึ้น 34% ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า ช่วงเวลานี้ดีมานด์ของโลกด้านพลังงานสะอาดกำลังเร่งตัวมากขึ้น
และเป็นสัญญาณสำคัญที่บอกว่าโครงสร้างของพลังงานโลกกำลังเปลี่ยนแปลง เพราะพลังงานโลกเกิดภาวะช็อกจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ จนกลายเป็นแรงผลักดันให้ประเทศต่าง ๆ ไม่มีทางเลือก นอกจากต้องลดการพึ่งพาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติโดยทันที
จุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง: พลังงานสะอาด = ความมั่นคง
พลังงานสะอาดไม่ใช่แค่รักษ์โลกหรือสิ่งแวดล้อม แต่คือเครื่องมือบริหารความเสี่ยง และคือความมั่นคงทางพลังงาน มุมมองจาก อีวาน เกรแฮม นักวิเคราะห์จาก Ember ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยในสหราชอาณาจักร มองว่าการพุ่งขึ้นของการส่งออกครั้งนี้เป็นเพียง “จุดเริ่มต้น” ของการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในตลาดพลังงานโลก เพราะหลังจากนี้ไป เทคโนโลยีพลังงานสะอาดจะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันในระยะยาว และนี่คือผลลัพธ์ที่จีนลงทุนรอมาเป็นเวลานาน ย้อนกลับไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จีนได้ลงทุนอย่างหนักในห่วงโซ่อุปทานพลังงานสะอาด ทั้งการผลิตแบตเตอรี่ การพัฒนาโซลาร์เซลล์ และการขยายกำลังการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า จนทำให้ปัจจุบันกลายเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมพลังงานสีเขียวของโลก
อีวีจีนบุกตลาดโลก: ไทยเห็นชัดที่สุด
อีกหนึ่งตัวเลขที่ชัดเจน และใกล้ตัวเราที่สุด ก็คือรถอีวีจากจีน และต้องยอมรับว่าหลายคนตัดสินใจหนีจากน้ำมันไปใช้รถไฟฟ้า แม้กระทั่งในประเทศไทยเองก็เช่นกัน ยอดจองที่ถล่มทลาย และการขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของอีวีจากจีน คือภาพสะท้อนความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมนี้
ข้อมูลจากสมาคมรถยนต์โดยสารจีน ระบุว่า การส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดในเดือนมีนาคมแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 349,000 คัน
ขณะที่ประเทศไทย งาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 47 มียอดจองภายในงานสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 132,951 คัน และเกิดปรากฏการณ์ที่ยอดจองส่วนใหญ่กลายเป็นอีวีจากค่ายจีน ต่างจากในอดีตที่รถน้ำมันจากญี่ปุ่นครองตลาด
ปัจจัยสำคัญมาจากราคาน้ำมันในประเทศที่พุ่งขึ้น ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้าเร็วขึ้น ขณะเดียวกันค่ายรถจีนก็รุกตลาดอย่างหนัก ทั้งด้านราคาและเทคโนโลยี
จีนได้เปรียบ: ครองห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลก
เมื่อพลังงานโลกเปลี่ยนไปแล้วอะไรจะเกิดขึ้น หนึ่งในคำตอบคือจีนกำลังได้เปรียบในเกมนี้ สำหรับตลาดพลังงานสะอาดของโลก ทั้งในด้านต้นทุนและขนาดอุตสาหกรรม จีนไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิต แต่กำลังก้าวขึ้นเป็น “ผู้นำ” ในระบบนิเวศพลังงานใหม่ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบ การแปรรูป การผลิตอุปกรณ์ และการส่งออกเทคโนโลยี ในภาคโซลาร์เซลล์ จีนครองสัดส่วนการผลิตมากกว่า 70% ของโลก ขณะที่ตลาดแบตเตอรี่ลิเธียมก็มีผู้ผลิตจีนรายใหญ่ครองตลาดจำนวนมาก
ทั้งหมดนี้เกิดจากแรงผลักดันของภาครัฐ ทั้งนโยบายอุดหนุน การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา จนทำให้พลังงานสีเขียวกลายเป็น “เสาหลักใหม่” ของการส่งออกจีน
ไทยต้องเร่งเกม: ปรับโครงสร้างสู่พลังงานใหม่
พลังงานสะอาดไม่ใช่แค่ทางเลือกอีกต่อไป แต่ถึงเวลาที่ทุกประเทศต้องเดินหน้าอย่างจริงจัง ลดความเสี่ยง ลดวิกฤต และไทยเองก็เช่นกัน ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เข้าร่วมประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือ Asia Zero Emission Community (AZEC) Plus Online Summit ตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น
โดยย้ำว่าประเทศไทยกำลังเร่งเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน เพื่อรับมือกับวิกฤตในระยะยาว และพร้อมร่วมมือในระดับภูมิภาค
วิกฤตครั้งนี้จึงกลายเป็นโอกาสในการเร่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มสัดส่วนเชื้อเพลิงชีวภาพ การขยายพลังงานแสงอาทิตย์ และการเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานพลังงานหมุนเวียน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero Emissions
บทสรุป: จากฟอสซิล สู่ “ความมั่นคงพลังงานใหม่”
จากยุคฟอสซิล สู่ยุคพลังงานสะอาด วิกฤตพลังงานโลกทำให้ประเทศต่าง ๆ ต้องลดความเสี่ยงจากน้ำมัน พลังงานสะอาดจึงไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่กลายเป็น “ความมั่นคงทางพลังงาน” อย่างแท้จริง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
