"คลังจรวดสหรัฐฯ" ร่อยหรอจากสงครามอิหร่าน บางชนิดใช้ไปกว่า 80%

สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ดำเนินมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ไม่ได้สร้างความเสียหายเฉพาะในสมรภูมิเท่านั้น แต่ยังเริ่มส่งผลกระทบต่อ "คลังอาวุธ" ของกองทัพสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะขีปนาวุธนำวิถีที่ใช้ทั้งในการป้องกันประเทศและการโจมตีระยะไกล
แหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ แต่ไม่เปิดเผยตัวตน เปิดเผยว่า ปัจจุบันคลังกระสุนของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนตากอน อยู่ในระดับที่ "ต่ำอย่างเป็นอันตราย" หลังต้องใช้อาวุธจำนวนมหาศาลในการรับมือกับการโจมตีของอิหร่านตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา
จรวดป้องกันภัยทางอากาศลดฮวบ
หนึ่งในอาวุธที่ถูกใช้มากที่สุด คือ "ขีปนาวุธสกัดกั้น" ของระบบป้องกันภัยทางอากาศ ทั้ง THAAD และ Patriot ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันการโจมตีจากขีปนาวุธและโดรน
แหล่งข่าวระบุว่า สหรัฐฯ ใช้ขีปนาวุธสกัดกั้นของระบบ THAAD (Terminal High Altitude Area Defense) ไปแล้วเกือบ 4 ใน 5 ของจำนวนที่มีอยู่ก่อนเกิดสงคราม หรือคิดเป็นเกือบ 80% ของคลังทั้งหมด ขณะที่ขีปนาวุธของระบบ Patriot ก็ถูกใช้ไปแล้วเกือบครึ่งหนึ่ง
ก่อนสงครามเริ่มต้น ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์และการระหว่างประเทศ (CSIS) ประเมินว่า สหรัฐฯ มีขีปนาวุธ Patriot ราว 2,200 ลูก และ THAAD อีก 452 ลูก
ทั้งสองระบบมีบทบาทแตกต่างกันแต่ทำงานร่วมกันเป็น "ระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบหลายชั้น" (Layered Air Defense)
Patriot ทำหน้าที่เป็นด่านป้องกันระดับต่ำถึงปานกลาง ใช้สกัดเครื่องบินรบ โดรน ขีปนาวุธร่อน และขีปนาวุธทิ้งตัวระยะใกล้ โดยยิงสกัดในชั้นบรรยากาศที่ระดับความสูงไม่เกินประมาณ 20-30 กิโลเมตร
ส่วน THAAD ทำหน้าที่สกัดขีปนาวุธทิ้งตัวในระดับความสูงมากกว่า Patriot สามารถยิงทำลายเป้าหมายได้ตั้งแต่ระดับความสูงราว 40-150 กิโลเมตร หรือบริเวณขอบชั้นบรรยากาศ ช่วยหยุดขีปนาวุธตั้งแต่ยังอยู่ไกล ก่อนที่ Patriot จะทำหน้าที่เป็นแนวป้องกันชั้นสุดท้าย
ขีปนาวุธโจมตีระยะไกลก็ใกล้หมดเช่นกัน
ไม่เพียงแต่ขีปนาวุธสำหรับการป้องกันเท่านั้น สำนักข่าว Reuters ยังอ้างแหล่งข่าว 2 รายในกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่า กองทัพบกสหรัฐฯ ใช้ขีปนาวุธโจมตีภาคพื้นดินพิสัยไกลที่มีความแม่นยำสูงไปแล้วเกือบทั้งหมด ทั้ง ATACMS (Army Tactical Missile System) และ PrSM (Precision Strike Missile)
ถือเป็นครั้งแรกที่มีรายงานว่าคลังอาวุธทั้งสองประเภทลดลงอย่างมาก เนื่องจากที่ผ่านมาไม่เคยมีการเปิดเผยข้อมูลลักษณะนี้ต่อสาธารณะ
ATACMS มีราคาประมาณ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 32 ล้านบาทต่อหนึ่งลูก และเป็นอาวุธสำคัญที่สหรัฐฯ เคยส่งมอบให้ยูเครนใช้โจมตีเป้าหมายลึกเข้าไปในพื้นที่ที่รัสเซียยึดครอง
ส่วน PrSM เป็นขีปนาวุธรุ่นใหม่ที่พัฒนาขึ้นเพื่อทดแทน ATACMS โดยมีระยะยิงไกลกว่า ความแม่นยำสูงกว่า และสามารถบรรทุกบนรถยิง HIMARS ได้มากกว่าเดิม ทำให้เพิ่มอำนาจการยิงต่อหนึ่งระบบได้อย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวไม่ได้เปิดเผยว่าปัจจุบันขีปนาวุธทั้งสองชนิดเหลืออยู่ในคลังมากน้อยเพียงใด
เพนตากอนยังยืนยันเติมกระสุนได้
แม้จะมีรายงานว่าคลังอาวุธลดลงอย่างรวดเร็ว แต่แหล่งข่าวอีกคนหนึ่งให้ข้อมูลกับ Reuters ว่า กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (USCENTCOM) ยังสามารถดึงอาวุธจากคลังยุทโธปกรณ์ของสหรัฐฯ ที่กระจายอยู่ทั่วโลกมาเสริมกำลังได้ ทำให้ศักยภาพในการปฏิบัติการยังไม่ถึงขั้นหยุดชะงัก
พันธมิตรเริ่มกังวล หากสงครามยืดเยื้อ
สิ่งที่สร้างความกังวลมากขึ้น คือประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งพึ่งพาระบบ Patriot และ THAAD ในการป้องกันการโจมตีจากอิหร่าน
หากคลังขีปนาวุธสกัดกั้นของสหรัฐฯ ลดลงต่อเนื่อง และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจยกระดับปฏิบัติการทางทหารต่อไป หลายประเทศอาจเผชิญความเสี่ยงในการรับมือกับโดรนและขีปนาวุธของอิหร่านได้ยากขึ้น
ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญที่ให้สัมภาษณ์กับ CNN มองว่า การใช้อาวุธในอัตราสูงเช่นนี้ อาจกระทบต่อความพร้อมรบของสหรัฐฯ หากต้องเผชิญความขัดแย้งครั้งใหม่กับมหาอำนาจอย่างจีน รัสเซีย หรือเกาหลีเหนือ
ทรัมป์โต้ ยังมีกระสุนมากที่สุดในโลก
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปฏิเสธข้อกังวลดังกล่าว โดยยืนยันผ่านแถลงการณ์ว่า
"สหรัฐฯ มีกระสุนและขีปนาวุธมากกว่าประเทศใดในโลก และมากกว่าที่เราจำเป็นต้องใช้"
ทรัมป์ยังระบุว่า บริษัทผู้ผลิตอาวุธของสหรัฐฯ กำลังเร่งกำลังการผลิตในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน พร้อมทั้งขยายโรงงานและสายการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านกลาโหมส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า แม้อุตสาหกรรมป้องกันประเทศของสหรัฐฯ จะเพิ่มกำลังการผลิตกระสุนปืนใหญ่และขีปนาวุธหลายประเภทจนอยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ก็ยังมีข้อกังวลว่ากำลังการผลิตอาจไม่ทันต่อการใช้งาน หากสงครามยืดเยื้อหรือเกิดความขัดแย้งหลายสมรภูมิพร้อมกัน
ด้าน Lockheed Martin ผู้ผลิตระบบ THAAD, ATACMS และ PrSM รวมถึง Raytheon ผู้ผลิต Patriot และ Tomahawk ยังไม่ได้แสดงความเห็นต่อรายงานดังกล่าว หรือเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณอาวุธคงเหลือในคลังของสหรัฐฯ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
