“อินเดีย” คงดอกเบี้ย แม้มีแรงกดดันเงินเฟ้อ

ธนาคารกลางอินเดียมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ร้อยละ 5.25 นับเป็นการคงดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นครั้งที่ 5 แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไป (headline inflation) ปรับตัวขึ้นเหนือเป้าหมายที่คาดไว้ แต่เงินเฟ้อพื้นฐาน (core inflation) ซึ่งไม่รวมโลหะมีค่า ยังคง อยู่ในระดับปานกลาง
“ซานเจย์ มัลโฮตระ” ผู้ว่าการธนาคารกลางอินเดีย ระบุว่า เงินเฟ้อพื้นฐานน่าจะลดลงหลังจากแตะระดับสูงสุดในไตรมาสที่สิ้นสุดเดือนธันวาคม
เขาระบุว่า อัตราเงินเฟ้อจะต้องมีความชัดเจนมากขึ้น ทั้งในแง่ของทิศทางและองค์ประกอบ ก่อนที่จะดำเนินนโยบายใด ๆ เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยในอนาคต จึงต้องพิจารณาถึงความจำเป็นในการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายให้สอดคล้องกับการเติบโตทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่เปลี่ยนแปลงไป
หลายประเทศในเอเชีย รวมถึงญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเกาหลีใต้ ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น
ผู้ว่าการธนาคารกลางอินเดีย เตือนว่า แม้การเติบโตทางเศรษฐกิจจะรองรับแรงกระแทกได้ แต่คาดว่าจะชะลอตัวลงในปีงบการเงินปัจจุบัน ขณะที่แนวโน้มมีความไม่แน่นอนจากหลายปัจจัย ทั้งฤดูมรสุม ปรากฏการณ์เอลนีโญ ภูมิรัฐศาสตร์ และสงครามการค้า
ทั้งนี้ เงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ร้อยละ 4.38 ในเดือนมิถุนายน ทำสถิติสูงสุด เนื่องจากราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น โดยนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม รัฐบาลได้ผลักภาระบางส่วนไปให้ประชาชน ทำให้มีแรงกดดันเพิ่มขึ้น
ธนาคารกลางอินเดียเน้นย้ำว่าให้ความสำคัญกับเงินเฟ้อพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมราคาพลังงานและอาหาร โดยเงินเฟ้อพื้นฐานเคยแตะที่ร้อยละ 3.7 เมื่อเดือนเมษายน และคาดว่าจะขยับขึ้นแตะร้อยละ 4.7 ในปีงบการเงินปัจจุบันที่สิ้นสุดเดือนมีนาคมปีหน้า
อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากราคาน้ำมันและอาหาร และยังไม่มีสัญญาณของแรงกดดันด้านราคาในวงกว้างมากนัก แต่การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันอย่างต่อเนื่องก็อาจทำให้เงินเฟ้อพื้นฐานสูงขึ้น ผ่านต้นทุนการผลิต การขนส่ง และการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
