สั่งรื้อสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด เต้นท์ผาหัวสิงห์ ภูทับเบิก หลังดราม่าบังวิว

สั่งรื้อสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด เต้นท์ผาหัวสิงห์ ภูทับเบิก หลังดราม่าบังวิว
ข่าวสด
9 กรกฎาคม 2563 ( 14:43 )
122
สั่งรื้อสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด เต้นท์ผาหัวสิงห์ ภูทับเบิก หลังดราม่าบังวิว

 

เจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า ดำเนินการห้ามก่อสร้างอาคาร และห้ามใช้อาคาร สั่งรื้อถอน สิ่งก่อสร้างบริเวณผาหัวสิงห์ ภูทับเบิก

วันที่ 9 ก.ค.2563 พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปป.4) กอ.รมน. เปิดเผยว่าจากกรณีมีการร้องเรียนผ่านโซเชียลว่ามีการสร้างบ้านพักและเต้นท์ถาวรบดบังทัศนียภาพบริเวณผาหัวสิงห์ บนภูทับเบิก ในพื้นที่ หมู่ 8 ต.บ้านเนิน อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้/ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า

จึงได้สั่งการให้มีการตรวจสอบพื้นที่ตามข้อร้องเรียนโดยเมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 8 ก.ค.2563 ที่ผ่านมาได้ร่วมกับนายอัครชัย อาสุ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ 4 สาขาพิษณุโลก นายสมชาย ฉิมแย้ม หัวหน้าฐานปฏิบัติการชุดพยัคฆ์ไพร ภาคเหนือ รวมทั้งศูนย์ป่าไม้เพชรบูรณ์ ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้เพชรบูรณ์ หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้หล่มสัก, หน่วยป้องกันฯ พช.18 (น้ำชุน), หน่วยป้องกันฯพช.2 (เขาค้อ), กำนัน ต.บ้านเนิน ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเนิน ประชุมหารือการแก้ไขปัญหา และการบังคับใช้กฎหมาย ในกรณีดังกล่าว

จากนั้นได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบ พบนายเงี่ยป๋อ แซ่ท่อ ซึ่งเป็นผู้ครอบครองที่ดินเดิมก่อนที่จะแบ่งมอบที่ดินให้กับบุตร เจ้าหน้าที่จึงให้ นำชี้ขอบเขตที่ดินทำกินเดิม และเจ้าหน้าที่ได้พบผู้ครอบครองใหม่ ให้นำตรวจสอบ และให้เซ็นต์รับมอบหนังสือ ห้ามก่อสร้างอาคาร และห้ามใช้อาคาร

โดยเจ้าหน้าที่ได้ปิดประกาศคำสั่งดังกล่าวที่อาคารสิ่งปลูกสร้าง ทั้ง 3 ราย ได้แก่
1.นายกัวเน้ง แซ่ท่อ ครอบครองพื้นที่ จำนวน 3/2/12 ไร่ เป็นที่ดินที่ได้รับแบ่งมอบจากบิดา จากการตรวจสอบถึงแม้ว่าจะเป็นคนในครอบครัวเดียวกันแต่ได้ขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นจากที่บิดาทำกินเดิม จึงผิดเงื่อนไข ตามมติครม.30มิ.ย.41 ซึ่งถือเป็นการบุกรุกพื้นที่ป่าเพิ่มเติมที่ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเฉียบขาด

คณะเจ้าหน้าที่จึงเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำความผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 54 ฐาน "ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่าหรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่าหรือเข้ายึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ มาตรา 55 ฐาน "ผู้ใดครอบครองป่าที่ได้ถูกแผ้วถางโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งมาตราก่อน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลนั้นเป็นผู้แผ้วถางป่านั้น” จึงร่วมกันตรวจยึดพื้นที่พร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นบ้านคอนกรีต 2 ชั้น 1 หลัง, เต็นท์กระโจม 7 หลัง, ห้องน้ำห้องสุขา 4 หลัง และปรับพื้นที่เป็นลานกางเต็นท์

2. นายวีระพจน์ รักษ์มณี ครอบครองพื้นที่ประมาณ 19 ไร่ เป็นที่ดินที่ได้รับแบ่งมอบจากพ่อตา มีสิ่งปลูกสร้าง เป็นบ้านกระโจม 4 หลัง, อาคารสำนักงาน 1 หลังห้องน้ำห้องสุขา 4 หลัง และปรับพื้นที่เป็นลานกางเต็นท์ ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม
3 ราษฎรบ้านวังบาลไม่ทราบชื่อ เป็นเจ้าของ ภูลมหนาว ผาหัวสิงห์ แคมป์ปิ้ง ครอบครองพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ ไม่พบเจ้าของ สร้างบ้านกระโจม 1 หลัง, ห้องน้ำ-ห้องสุขา 2 หลัง และลานกางเต็นท์ ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม

พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปป.4) กอ.รมน. เปิดเผยว่าสำหรับพื้นที่ผาหัวสิงห์ หมู่ 8 ต.บ้านเนิน ยังอยู่ภายใต้คำสั่ง หน.คสช.ที่ 35/2559 ลงวันที่ 5 ก.ค.2559 ซึ่งให้อำนาจเจ้าหน้าที่สามารถ ยึดรื้อถอน ทำลาย ได้ และผอ.สจป.4 จะดำเนินการติดประกาศให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดต่อไป โดยคณะเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายตามอำนาจหน้าที่ในบริเวณดังกล่าวอย่างเฉียบขาด เพื่อป้องกัน และควบคุมมิให้มีการกระทำผิดกฎหมายในลักษณะเช่นนี้อีกต่อไป แต่ทั้งนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถไปเที่ยวชมบรรยากาศ ถ่ายรูป กางเต้นท์ได้ตามปกติ แห่ห้ามไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งปลูกสร้างที่เจ้าหน้าที่ติดป้ายไว้โดยเด็ดขาด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง