ระดมรุกขกรต่อชีวิตต้นไม้ใหญ่กว่า100ต้นป่าต้นน้ำสำคัญเมืองแพร่

ระดมรุกขกรต่อชีวิตต้นไม้ใหญ่กว่า100ต้นป่าต้นน้ำสำคัญเมืองแพร่
77ข่าวเด็ด
11 เมษายน 2563 ( 01:35 )
116
ระดมรุกขกรต่อชีวิตต้นไม้ใหญ่กว่า100ต้นป่าต้นน้ำสำคัญเมืองแพร่


ระดมรุกขกรต่อชีวิตต้นไม้ใหญ่กว่า100ต้นป่าต้นน้ำสำคัญเมืองแพร่

หลังถูกบุกรุกหนักทั้งกานเปลือกรอบต้น เผาทั้งป่าหวังครองที่ดิน สุดสลดต้นไม้ใหญ่กลางป่าต้นน้ำโซนเอ ถูกกานหรือขวั้นลอกเปลือกตัดทางน้ำเลี้ยง รุกขกรเข้าช่วย เตรียมดึงชุมชนให้ความรู้อนุรักษ์ป่ากับคนอยู่กัน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดแพร่ เมื่อวันที่ 11 เมษายน กรณีการเข้าดับไฟป่าบริเวณรอยต่อเขตอุทยานแห่งชาติลำน้ำน่านกับเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่ก๋อนและป่าแม่สาย เป็นป่าต้นน้ำขุนน้ำห้วยห้อม หมู่ที่ 4 บ้านแม่ลัว ต.ป่าแดง อ.เมือง จ.แพร่ พบมีการเผาทำลายป่าและตัดโค่นต้นไม้. พร้อมทั้งมีการขวั้นเปลือกตัดทางน้ำเลี้ยงลำต้น เพื่อให้ต้นไม้ขนาดใหญ่ยืนตาย กว่า100 ต้นเจ้าหน้าที่ป่าไม้และผู้นำหมู่บ้านเดินทางเข้าจุดที่ถูกทำลายช่วยกันฟื้นฟูป่าและช่วยชีวิตต้นไม้ใหญ่เหล่านั้น

สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 สาขาแพร่ โดยนายจิระ ทรงพุฒิ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่3 ส่งชุดปฏิบัติการรุกขกร ร่วมกับศูนย์ป่าไม้แพร่โดยหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้เมืองแพร่/หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พร.9 (ช่อแฮ) และชุดปฏิบัติการพิเศษ สจป.3 สาขาแพร่ ทำการฟื้นฟูรักษาต้นไม้ที่ถูกกานโดยวิธีการทำบายพาส ไม้ยืนต้นที่มีขนาดใหญ่และยังไม่ยืนต้นตาย สืบเนื่องกรณีเมื่อวันที่ 6-7 เมษายน 2563 คณะเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดพื้นที่ป่าถูกบุกรุก จำนวน 8-2-72 ไร่ และไม้กระยาท่อน จำนวน 3 ท่อน ปริมาตร 0.27 ลบม.จับกุมได้ตัวผู้ต้องหา จำนวน 1 ราย ท้องที่ป่าขุนน้ำห้วยฮ้อม บ้านแม่ลัว ม.4 ต.ป่าแดง อ.เมือง จ.แพร่ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ก๋อนและป่าแม่สาย พิกัดที่ 640784 2000270 (ใกล้เขตรอยต่ออุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน) เจ้าหน้าที่ได้ใช้หลักวิชาการรุกขกรเข้าช่วยต้นไม้ใหญ่ที่ถูกขวั้นเปลือกทำการต่อเชื่อมผิวเปลือกของต้นไม้ทางส่งน้ำไปเลี้ยงลำต้นได้แล้วจำนวน 15 ต้น โดยจะเข้าฟื้นฟูจนครบทุกต้นจากการสำรวจมีต้นไม้ถูกกานจำนวน 112 ต้น ซึ่งชุดปฎิบัติการรุกขกรจะได้เข้ารักษาแผลต้นไม้และติดตามผลการฟื้นฟูรักษาต้นไม้นี้ อย่างต่อเนื่อง

 

เจ้านางอรทัย สร้อยเสนา นักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการ  ศูนย์ป่าไม้แพร่ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 สาขาแพร่ เจ้าหน้าที่รุกขกรที่รักษาต้นไม้กล่าวว่า ต้นไม้ที่ถูกขวั้นเปลือกมีอายุต่างกันส่วนใหญ่มีอายุ40-70 ปีโดยประมาณมีขนาดลำต้นใหญ่มาก ถ้าไม่เข้าช่วยต้นไม้ป่าเหล่านี้จะตายทุกต้น รุกขกรได้ทำการสำรวจเพื่อให้การช่วยเหลือต่ออายุต้นไม้ได้เฉพาะต้นที่ขวั้นเปลือกใหม่ สังเกตุจากใบและเรือนยอดยังไม่เหี่ยว. ต้องปีนขึ้นไปบนต้นเพื่อตัดกิ่งที่สมบูรณ์นำมาเป็นอวัยวะ ทดแทนชิ้นส่วนผิวเปลือกที่ขาดจากกัน นำมาทาบเข้ากับลำต้นเพื่อต่อทางส่งน้ำของต้นไม้. ดูแลรอยแผลไม่ให้ถูกน้ำ ป้องกันเชื้อราเข้าแทรก นำสิลิโคนและผ้าพลาสติดคลุมเพื่อลดการระเหยน้ำของชิ้นส่วนที่นำมาติดราว1 เดือนแผลต้นไม้จะสมานกัน โดยต้องเข้ามาดูอาการการเปลี่ยนแปลงทุกเดือน

นางสาวพัชรินทร์ เตชา ผู้ใหญ่บ้านหมู่4 ต.ป่าแดง อ.เมือง จ.แพร่ กล่าวว่า ในหมู่บ้านมีการอนุรักษ์ป่ามานานตั้งแต่รุ่นพ่อ ชาวบ้านมีวิถีชีวิตอยู่กับป่าทำมาหากินในรูปแบบวนเกษตร ด้วยประเพณีชาวบ้านไม่ทำลายป่าบนสันเขา เหลือต้นไม้ป่าไว้ในแปลงเกษตรการตัดไม้ใช้ทำฟืน สร้างบ้าน จากต้นไม้ในแปลงเกษตรเท่านั้น. มีใช้อย่างเหลือเฟือเพียงพอ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นชาวบ้านที่ไม่ฟังใคร ไม่สนใจ ประเพณี กติกาชุมชน ก็ต้องส่งให้กฏหมายบ้านเมืองดูแลต่อไป. ส่วนชุมชนจะไปร่วมกับเจ้าหน้าที่ฟื้นฟูป่าในวันที่13 เมษายนนี้้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง