กทม. เร่งแก้ปัญหา อาชีพ “รุกขกร” ขาดแคลน เพื่อดูแลต้นไม้เมืองอย่างยั่งยืน

พื้นที่สีเขียวในกรุงเทพมหานครกำลังเพิ่มมากขึ้น แต่ยังขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลต้นไม้ ล่าสุดนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เผยว่า “ต้นไม้ เปรียบเสมือน พลเมืองของกรุงเทพฯ” ที่ต้องได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ตั้งแต่การปลูก การตัดแต่ง การล้อมย้าย รวมถึง การบำรุงรักษา
ปัจจุบัน กทม. ยังคงเผชิญกับข้อท้าทายหลายประการ อาทิ ผลกระทบจากการดำเนินโครงการก่อสร้างที่ทำลายต้นไม้ การขาดมาตรฐานกลางในการปฏิบัติงาน และการดูแลที่ยังคงมีความแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ ทำให้การดูแลต้นไม้ในแต่ละเขต หรือแต่ละพื้นที่ยังมีคุณภาพที่ไม่เท่าเทียมกัน
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ จึงมองเห็นถึงความสำคัญของกลุ่มอาชีพ "รุกขกร" ที่ยังคงขาดแคลน แม้ว่าจะเป็นอาชีพที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบนิเวศเมือง แต่เนื่องจากการสอบมาตรฐานมีความเข้มข้น จำเป็นต้องมีการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีผู้เชี่ยวชาญไม่เพียงพอต่อความต้องการ แต่ถ้าหากได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทักษะของรุกขกรจะไม่เพียงแค่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม แต่ยังสามารถ ต่อยอดสร้างรายได้เสริมนอกเวลาราชการ ซึ่งจะเป็นแรงจูงใจชั้นดีที่จะดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้หันมาสนใจและก้าวเข้าสู่วิชาชีพนี้มากยิ่งขึ้น
สำหรับการในการประชุมได้ตกผลึกข้อเสนอและแนวทางการดำเนินงานออกเป็น 5 ประเด็นหลัก ได้แก่
1. ผลักดันข้อบัญญัติและกฎระเบียบ: ออกกฎหมายบังคับใช้เพื่อรองรับการล้อมย้ายและตัดแต่งต้นไม้ โดยเฉพาะในพื้นที่ก่อสร้าง ซึ่งจะต้องมีการกำหนดให้ผ้ดำเนินโครงการมีส่วนรับผิดชอบในการดูแลต้นไม้ในพื้นที่อย่างเคร่งครัด
2. ยกระดับมาตรฐานวิชาชีพรุกขกร : สนับสนุนให้เกิดการสอบใบประกอบวิชาชีพรุกขกร เพื่อยกระดับทักษะความสามารถ และเพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน
3.จัดทำ "คู่มือปฏิบัติงาน" ระดับเมือง : สร้างมาตรฐานการดูแลต้นไม้ให้เป็นบรรทัดฐานเดียวกัน เพื่อนำไปบังคับใช้ร่วมกันในทุกสำนักงานเขต
4.การจัดทำฐานข้อมูล : รวบรวมและจัดทำข้อมูลต้นไม้ขนาดใหญ่ ตลอดจนต้นไม้ที่มีความสำคัญทาง เพื่อการดูแลอย่างเป็นระบบ และต่อยอดสู่การเป็นแหล่งเรียนรู้หรือส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิง
5.สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานและเครื่องมือ : จัดหาอุปกรณ์ เทคโนโลยี และปรับปรุงโครงสร้างการทำงานของรุกขกรให้มีความปลอดภัย และสอดคล้องกับภารกิจที่ท้าทาย
ส่วนแผนงานดังกล่าว ผู้ว่าฯ ชัชชาติกทม. ได้มอบหมายให้ สำนักสิ่งแวดล้อม เป็นแม่งานหลักในการบูรณาการร่วมกับเครือข่ายรุกขกร โดยกำหนดภายในระยะเวลา 2 สัปดาห์ จะต้องรวบรวมข้อเสนอเชิงนโยบายและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนออกมา เพื่อนำไปกำหนดทิศทางการทำงานในระยะต่อไป
“ต้นไม้คือหัวใจของเมือง การปลูกอย่างเดียวไม่พอ ต้องดูแลให้เติบโตอย่างแข็งแรงและยั่งยืน ขอให้ทุกคนช่วยกันเสนอแนวทาง พัฒนางาน และสร้างมาตรฐานร่วมกัน เพื่อให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าอยู่มากขึ้น”
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
