โลกกำลังสูญเสียสมบัติล้ำค่า “มรดกโลก” หลายแห่ง กำลังตกอยู่ในอันตราย

องค์การยูเนสโก (UNESCO) เตรียมพิจารณาขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลกอีกหลายแห่งให้อยู่ในบัญชี "มรดกโลกในภาวะอันตราย" (World Heritage in Danger) หลังเผชิญภัยคุกคามจากสงคราม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มลพิษ และการเสื่อมโทรมของระบบนิเวศ สะท้อนให้เห็นว่าผลกระทบจากวิกฤตโลกไม่ได้กระทบเพียงผู้คน แต่ยังกำลังคุกคามมรดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่มีคุณค่าของมนุษยชาติอีกด้วย
คณะกรรมการมรดกโลกขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ซึ่งประกอบด้วยประเทศสมาชิก 196 ประเทศ เตรียมประชุมที่เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ เพื่อพิจารณารายชื่อแหล่งมรดกโลกแห่งใหม่ รวมถึงแหล่งมรดกโลกที่ควรได้รับการขึ้นบัญชีเป็น "มรดกโลกในภาวะอันตราย" เนื่องจากกำลังเผชิญความเสี่ยงจากความขัดแย้งและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
แหล่งที่คาดว่าจะได้รับการขึ้นบัญชีเร่งด่วน ได้แก่ แหล่งโบราณคดีเซบาสเตีย (Sebastia) ในเขตเวสต์แบงก์ ซึ่งมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และศาสนา, ปราสาทโบราณ 5 แห่งทางตอนใต้ของเลบานอน ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง, และพื้นที่ทุ่งหญ้า โบมา-บาดิงกิโล (Boma-Badingilo) ในซูดานใต้ ซึ่งเป็นเส้นทางอพยพของสัตว์ป่ากว่าหนึ่งล้านตัว แต่กำลังได้รับผลกระทบทั้งจากสงครามและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
นอกจากนี้ ยังมีแหล่งมรดกโลกที่ขึ้นทะเบียนอยู่แล้วและอาจถูกเพิ่มเข้าไปในบัญชี "มรดกโลกในภาวะอันตราย" เช่น ทะเลสาบไบคาล ในรัสเซีย ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ลึกที่สุดในโลก โดยกำลังเผชิญปัญหามลพิษ การท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น การตัดไม้ และระดับน้ำที่ลดลง รวมถึงแหล่งโบราณสถานเมืองไทร์ของเลบานอน และเมืองโบราณทอริก เคอร์โซนีส (Tauric Chersonese) บนคาบสมุทรไครเมีย ซึ่งได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางการเมืองและการทหาร
ลาซาร์ เอลุนดู อัสโซโม ผู้อำนวยการศูนย์มรดกโลกของยูเนสโก กล่าวว่า การขึ้นบัญชี "มรดกโลกในภาวะอันตราย" ไม่ใช่การลงโทษประเทศเจ้าของพื้นที่ แต่เป็นการส่งสัญญาณให้ประชาคมโลกตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ พร้อมเปิดโอกาสให้ได้รับความร่วมมือ เงินทุน และการสนับสนุนจากนานาชาติในการปกป้องแหล่งมรดกเหล่านี้ก่อนที่จะสูญเสียไปอย่างถาวร
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
