โจทย์ใหญ่ “นิวซีแลนด์” ศึก “คาร์บอนเครดิต” ป่าเพิ่ม...แต่ฟาร์มสัตว์หาย!

“นิวซีแลนด์” กำลังเผชิญความท้าทายจากการขยายพื้นที่ป่าเพื่อผลิตคาร์บอนเครดิต หลังการปลูกต้นสนเพื่อดูดซับคาร์บอนขยายตัวอย่างรวดเร็ว จนเริ่มเข้ามาแทนที่พื้นที่เลี้ยงแกะและโค ซึ่งเป็นภาคเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ ขณะที่นักวิชาการและภาคเกษตรกังวลว่า การเปลี่ยนพื้นที่เกษตรเป็นป่าในวงกว้างอาจกระทบทั้งการผลิตอาหาร การจ้างงาน และชุมชนชนบท
ตลอดเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา นิวซีแลนด์เดินหน้าส่งเสริมการปลูกป่าเพื่อสร้างคาร์บอนเครดิตผ่านระบบซื้อขายการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือ ETS โดยมีการอนุมัติพื้นที่ป่าคาร์บอนเครดิตแล้วเกือบ 5.63 ล้านไร่ หรือประมาณ 11 เท่าของพื้นที่นครนิวยอร์ก ระบบดังกล่าวทำให้การปลูกป่ากลายเป็นการลงทุนระยะยาวที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงกว่าการทำปศุสัตว์ในบางพื้นที่ ส่งผลให้นักลงทุนเข้ามาซื้อที่ดินสำหรับเลี้ยงแกะและโคมากขึ้น ก่อนเปลี่ยนพื้นที่เหล่านั้นเป็นป่าเพื่อรับคาร์บอนเครดิต
ข้อมูลจากกลุ่มอุตสาหกรรม Beef + Lamb New Zealand ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2017 มีพื้นที่ทำฟาร์มแกะและโคประมาณ 2.06 ล้านไร่ ถูกขายเพื่อเปลี่ยนเป็นพื้นที่ป่า คิดเป็นพื้นที่ที่สามารถรองรับแกะได้มากกว่า 2 ล้านตัว หรือเกือบ 9% ของจำนวนแกะทั้งประเทศ ขณะที่ราคาที่ดินสำหรับเลี้ยงสัตว์เพิ่มขึ้นประมาณ 9.7% จากการแข่งขันของนักลงทุนด้านป่าไม้
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ได้กระทบเฉพาะพื้นที่เกษตร แต่ยังส่งผลต่อเศรษฐกิจและโครงสร้างของชุมชนชนบท เมื่อพื้นที่เลี้ยงสัตว์ลดลง ความต้องการแรงงานที่เกี่ยวข้องกับภาคปศุสัตว์ เช่น คนตัดขนแกะ คนขับรถขนส่ง ผู้ค้าปศุสัตว์ และผู้รับเหมาทางการเกษตร ก็ลดลงตามไปด้วย
หลายชุมชนเริ่มเผชิญกับจำนวนประชากรที่ลดลง ขณะที่กิจการในท้องถิ่นบางแห่งต้องปิดตัวลง เนื่องจากครอบครัวและแรงงานวัยหนุ่มสาวทยอยออกจากพื้นที่ หลังพื้นที่เกษตรถูกเปลี่ยนเป็นป่าเพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกัน ภาคอุตสาหกรรมป่าไม้ยืนยันว่า การปลูกป่ายังคงมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งการสร้างงาน รายได้จากการส่งออก และประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อม อีกทั้งรัฐบาลนิวซีแลนด์มองว่าการปลูกป่าเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ
อย่างไรก็ตาม ที่ปรึกษาด้านสภาพภูมิอากาศของรัฐบาลเตือนว่า การพึ่งพาการปลูกป่าเพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซมากเกินไป อาจทำให้นิวซีแลนด์หลีกเลี่ยงการลดการปล่อยก๊าซจากภาคเศรษฐกิจอื่นที่ทำได้ยากกว่า และอาจทำให้ประเทศเผชิญความเสี่ยงต่อการไม่บรรลุเป้าหมายด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
การปลูกป่าเพื่อคาร์บอนเครดิตช่วยให้นิวซีแลนด์เดินหน้าสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่การขยายตัวอย่างรวดเร็วกำลังเปลี่ยนพื้นที่เกษตรกรรมหลายล้านไร่ให้กลายเป็นป่า โจทย์สำคัญจึงไม่ได้อยู่เพียงแค่การเพิ่มพื้นที่ดูดซับคาร์บอน แต่ยังรวมถึงการรักษาพื้นที่ผลิตอาหาร อาชีพในภาคเกษตร และความเข้มแข็งของชุมชนชนบท ท่ามกลางเป้าหมายรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นิวซีแลนด์กำลังเผชิญคำถามสำคัญว่า จะสร้างสมดุลระหว่าง “การลดคาร์บอน” กับ “การรักษาภาคเกษตรและชุมชน” ได้อย่างไร
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
