รีเซต

กาง 3 ฉากทัศน์ สงครามยืดเยื้อ ดันต้นทุนสินค้าพุ่ง 6-8%

กาง 3 ฉากทัศน์ สงครามยืดเยื้อ ดันต้นทุนสินค้าพุ่ง 6-8%
TNN ช่อง16
19 มีนาคม 2569 ( 12:27 )
2

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ได้ประเมินแนวโน้มราคาสินค้าไทยภายใต้ความไม่แน่นอนของสงครามและราคาน้ำมัน แบ่งเป็น 3 ฉากทัศน์หลัก ได้แก่ 

ฉากทัศน์ที่ 1 หากราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นในช่วง 1-2 บาทต่อลิตร ถือเป็นการปรับขึ้นในระดับต่ำ ผลกระทบจะอยู่ในวงจำกัด ต้นทุนด้านการขนส่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 3-5% ส่งผลให้ราคาสินค้าโดยรวมปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อคาดว่าจะอยู่ในระดับต่ำ ภาคธุรกิจส่วนใหญ่ยังบริหารจัดการต้นทุนได้ แต่ผู้ประกอบการ SMEs อาจเริ่มเผชิญแรงกดดันด้านกำไรมากขึ้น

2. หากราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้น 2-4 บาทต่อลิตร ผลกระทบจะขยายตัวในวงกว้างมากขึ้น คาดว่าต้นทุนด้านการขนส่งจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 5-12% ส่งผลให้ต้นทุนสินค้าและบริการในหลายภาคส่วนปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย ขณะเดียวกันค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) อาจมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นสูงกว่าระดับ 4 บาทต่อหน่วย จากความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าของประเทศ ซึ่งส่งผลให้ภาพรวมราคาสินค้าปรับเพิ่มขึ้นราว 3-5% และเริ่มเห็นแรงกดดันเงินเฟ้อในระดับ 0.5-1.0% ภาคธุรกิจโดยเฉพาะ SMEs จะเริ่มประสบปัญหาสภาพคล่องจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น 

ขณะที่อุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานเข้มข้น เช่น เหล็ก อะลูมิเนียม เซรามิก ปูนซีเมนต์ เยื่อกระดาษ และเคมี จะได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนมากขึ้น เนื่องจากต้นทุนพลังงานคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 35-50% ของต้นทุนการผลิต โดยภาพรวมถือเป็นช่วงที่เศรษฐกิจเริ่มเข้าสู่ภาวะเงินเฟ้อจากต้นทุน

3. หากราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 4 บาทต่อลิตร จะถือเป็นระดับที่ก่อให้เกิดผลกระทบรุนแรงใกล้เคียงกับช่วงวิกฤตราคาพลังงานจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ปี 2565-2566 ซึ่งราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงถึง 120-140 เหรียญต่อบาร์เรล ในช่วงดังกล่าวรัฐบาลตรึงราคาน้ำมันดีเซลให้อยู่ที่ลิตรละ 34.94 บาท ส่งผลให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบสูงสุดถึง 132,671 ล้านบาท ในไตรมาส 4 ปี 2565

อย่างไรก็ตามระดับราคาน้ำมันดังกล่าวยังคงส่งผลทำให้ต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้นประมาณ 15-20% ขณะที่ค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ปรับสูงขึ้นถึง 5.16 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ภาพรวมราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้นราว 6-8% และทำให้อัตราเงินเฟ้อของไทยเร่งตัวขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 6% สะท้อนถึงผลกระทบในวงกว้างต่อค่าครองชีพและต้นทุนการดำเนินธุรกิจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง