รีเซต

เพลงน้ำมันแพงวนกลับมา ในวันที่ค่าครองชีพยังไต่ไม่หยุด

เพลงน้ำมันแพงวนกลับมา ในวันที่ค่าครองชีพยังไต่ไม่หยุด
TNN ช่อง16
16 มีนาคม 2569 ( 18:52 )
21

มีบางเพลงที่ไม่ได้กลับมาเพราะคิดถึงอดีต แต่กลับมาเพราะปัจจุบันยังแก้เรื่องเดิมไม่จบ เพลง “น้ำมันแพง” ของสรวง สันติ คือหนึ่งในนั้น

วันที่ 16 มีนาคม 2569 ประเทศไทยยังอยู่ในบรรยากาศประหลาดแบบคุ้นเคย รัฐย้ำว่าน้ำมันยังมีเพียงพอ ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก อย่ากักตุน ขณะที่หน้าปั๊มหลายแห่งต้องบริหารการขายอย่างระมัดระวัง ส่วนประชาชนก็ยืนมองป้ายราคาเหมือนกำลังอ่านผลสอบที่รู้คำตอบอยู่แล้ว แต่ก็ยังอยากให้มีปาฏิหาริย์

นี่จึงเป็นจังหวะที่เพลงเก่าของสรวง สันติ ฟังแล้วเข้ากับยุคสมัยอย่างเจ็บแสบ เพราะเพลงนี้ไม่ได้พูดเรื่องน้ำมันในฐานะตัวเลขบนกระดานอย่างเดียว แต่พูดถึงชีวิตคนธรรมดา เมื่อของจำเป็นแพงขึ้น ความรัก การกินอยู่ และบรรยากาศในบ้านก็พลอยเปลี่ยนไปด้วย มุก “คุยกับแฟนก็ต้องดับไฟ” ฟังดูขำในยุคนั้น แต่ในยุคนี้คนไทยจำนวนมากอาจเปลี่ยนจากดับไฟเพราะน้ำมันขาดแคลน มาเป็นดับไฟเพราะไม่อยากเห็นบิลค่าใช้จ่ายสิ้นเดือน

ความแสบของเพลงนี้อยู่ตรงที่มันเป็นเพลงตลกที่ฟังแล้วไม่ค่อยตลกสำหรับคนหาเช้ากินค่ำ เนื้อเพลงใช้ภาษาง่าย ๆ แต่กดลงไปตรงจุดที่สุด เมื่อพลังงานแพง สิ่งที่ตามมาคือค่าครองชีพทั้งแผง ไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทาง ค่าขนส่ง ค่าอาหาร หรือค่าของใช้ในบ้าน สุดท้ายคนที่ต้องจัดสมดุลทุกอย่างไม่ใช่นักวิเคราะห์พลังงาน แต่คือประชาชนที่ต้องลุ้นทุกครั้งตอนควักเงินจ่าย

สถานการณ์ล่าสุดก็มีลักษณะคล้ายเดิม แม้ดีเซลยังถูกตรึงไว้ที่ 29.94 บาทต่อลิตร และภาครัฐย้ำว่าสำรองน้ำมันยังพอใช้ได้อีกราว 95-96 วัน แต่คำว่าราคา “ยังไม่ขึ้น” ไม่ได้แปลว่าแรงกดดันหายไป เพราะสิ่งที่ประชาชนไม่เห็นบนป้ายราคา คือภาระที่ถูกโยกไปไว้ในกองทุนน้ำมันและมาตรการอุดหนุนต่าง ๆ พูดให้เข้าใจง่าย หน้าปั๊มอาจยังดูสงบ แต่ห้องเครื่องของระบบเริ่มร้อนขึ้นทุกที

ภาพที่ออกมาจึงดูคล้ายละครการเมืองภาคพลังงานที่ฉายซ้ำทุกสิบกว่าปี รัฐบาลบอกให้มั่นใจ ผู้ประกอบการบอกว่ายังบริหารได้ ประชาชนบอกว่าเข้าใจ แต่ขอเติมไว้ก่อน ส่วนตลาดก็บอกด้วยภาษาของมันเองว่า ต้นทุนจริงไม่เคยฟังคำปลอบใจ

ความร่วมสมัยของเพลง “น้ำมันแพง” อยู่ตรงนี้ มันทำให้เห็นว่าปัญหาราคาพลังงานในไทยไม่ใช่เรื่องใหม่เลย ตั้งแต่วิกฤตน้ำมันช่วงปลายทศวรรษ 2510 ต่อด้วยรอบปี 2522-2523 จนถึงโลกปัจจุบันที่มีทั้งสงคราม ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และความผันผวนของตลาดเชื้อเพลิงสำเร็จรูปในเอเชีย ทุกครั้งที่ราคาพลังงานกระเพื่อม ประเทศไทยก็รับแรงสะเทือนค่อนข้างเร็ว เพราะยังพึ่งพาการนำเข้าในระดับสูง

สมัยก่อน คนแต่งเพลงเอาเรื่องน้ำมันแพงมาล้อผ่านฉากชีวิตบ้าน ๆ ฟังแล้วหัวเราะได้ แต่สิ่งที่น่าขำแบบขื่น ๆ คือผ่านมาหลายสิบปี ประเทศไทยยังต้องใช้มุกเดิมอธิบายชีวิตประจำวันอยู่เสมอ ต่างกันแค่ว่ายุคนี้ไม่ได้ดับไฟแล้วคุยกับแฟนอย่างเดียว แต่อาจต้องปิดแอร์ก่อนนอน ลดการขับรถเที่ยว และคิดซ้ำเวลาจะสั่งอาหารเดลิเวอรี เพราะค่าพลังงานไปอยู่ในทุกขั้นตอนของการใช้ชีวิตแล้ว

ถ้าจะมองแบบเสียดสีที่สุด สถานการณ์วันนี้คือประเทศที่บอกว่าน้ำมันยังมี แต่ความสบายใจเริ่มมีน้อยลง ประเทศที่ปั๊มยังเปิดตามปกติ แต่คนเติมน้ำมันด้วยอารมณ์เหมือนกำลังซื้อของฟุ่มเฟือย ประเทศที่ยังตรึงราคาได้บางส่วน แต่ค่าครองชีพส่วนอื่นกลับเดินหน้าต่อแบบไม่หันหลังมาดูใคร

เพลงของสรวง สันติ จึงยังไม่แก่ เพราะสิ่งที่ทำให้เพลงนี้อยู่รอด ไม่ใช่ความคลาสสิกของทำนองเท่านั้น แต่เป็นความจริงของสังคมไทยที่ยังเปลี่ยนช้าเหลือเกิน ยุคก่อนใช้ตะเกียง ยุคนี้ใช้แอปจ่ายเงิน ยุคก่อนฟังเพลงจากแผ่นเสียง ยุคนี้แชร์คลิปผ่านมือถือ แต่เมื่อราคาน้ำมันขยับขึ้น คนไทยก็ยังกลับไปยืนอยู่ในอารมณ์เดิม คือฝืนยิ้ม แล้วถามตัวเองในใจว่า เดือนนี้จะพอถึงสิ้นเดือนหรือไม่

บางทีเสน่ห์ของเพลง “น้ำมันแพง” อาจอยู่ตรงที่มันพูดแทนคนธรรมดาได้ดีเกินไป และน่าเหนื่อยตรงที่ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุค คนธรรมดาก็ยังต้องร้องเพลงเดิมอยู่เรื่อย ๆ

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง