รีเซต

สรุป Exit Fee 1,000 บาท คนไทยเที่ยวต่างประเทศต้องจ่ายหรือไม่ ? มาตรการนี้อยู่ขั้นตอนไหน ?

สรุป Exit Fee 1,000 บาท คนไทยเที่ยวต่างประเทศต้องจ่ายหรือไม่ ? มาตรการนี้อยู่ขั้นตอนไหน ?
TNN ช่อง16
29 เมษายน 2569 ( 13:43 )

คนไทยเตรียมเงินไปเที่ยวต่างประเทศแล้ว อาจต้องเตรียมเงินค่าออกนอกประเทศ นี่กลายเป็นประเด็นถกเถียงที่เกิดขึ้น หลังมีข่าวว่ารัฐบาลจะออกนโยบายใหม่นี้ ท่ามกลางทั้งเสียงเห็นด้วย และเสียงวิจารณ์ ที่มีทั้งมองว่า เงินนี้อาจเป็นรายได้มหาศาล ไปถึงว่าเราจะไปเที่ยวทำไมต้องมาโดนเก็บเงินอีก 

คนไทยจะไปเที่ยวต่างประเทศ เตรียมต้องจ่ายเงินค่าออกนอกประเทศจริงไหม ? จะโดนเก็บเท่าไหร่ และแนวคิดนี้กลายเป็นข้อบังคับจริงแล้วหรือไม่ ? 

แนวคิดการจัดเก็บ ค่าธรรมเนียมการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร หรือว่า Exit Fee เกิดขึ้นจากการที่ สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เสนอแนวคิดฟื้น พ.ร.ก.ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2526 หลังพูดคุยกับกระทรวงการคลัง โดยวัตถุประสงค์หลักของการเสนอเก็บเงินนั้นมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ หรือโครงการ "ไทยเที่ยวไทย" 

ซึ่งรัฐบาลมองว่าในแต่ละปีมีคนไทยเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นจำนวนมาก หากมีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมส่วนนี้ จะสามารถนำเม็ดเงินกลับมาเป็นงบประมาณหมุนเวียนเพื่ออุดหนุนการท่องเที่ยวในประเทศได้

ตัวเลขสมมติฐาน ที่มีการนำเสนอคือ หากเก็บค่าธรรมเนียมที่ 1,000 บาทต่อคนต่อครั้ง และอ้างอิงจากสถิติที่มีคนไทยเดินทางออกนอกประเทศประมาณ 10 ล้านคน-ครั้งต่อปี จะทำให้รัฐมีรายได้ถึง 10,000 ล้านบาท เม็ดเงินมหาศาลนี้สามารถนำไปสร้างสิทธิประโยชน์ เช่น การอุดหนุนให้คนไทยเที่ยวในประเทศ 1,000 บาทต่อครั้ง จำนวน 10 ล้านสิทธิ์ หรือนำไปทำโครงการในลักษณะเดียวกับ "เราเที่ยวด้วยกัน" หรือ "ทัวร์ทั่วไทย" เพื่อกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการในประเทศโดยไม่ต้องพึ่งพางบประมาณแผ่นดินหรือการกู้เงินเพียงอย่างเดียว

แต่ภายหลังมีข่าวนี้เกิดขึ้น ก็มีทั้งกระแสคนที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย ที่มองว่ารัฐควรเก็บนักท่องเที่ยวต่างชาติ มากกว่าเก็บคนไทยกันเอง ทั้งสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) เอง ก็มองว่า การจัดเก็บตอนนี้ไม่เหมาะสม เพราะธุรกิจการบินกำลังเผชิญต้นทุนที่สูงขึ้น ผู้โดยสารได้รับผลกระทบจากการปรับค่าธรรมเนียมสนามบิน ถ้าเพิ่มค่า Exit Fee อีกจะเป็นการผลักภาระนักท่องเที่ยวไทย ทำให้คนท่องเที่ยวลดลง 

ซึ่งสุรศักดิ์ รมว.ท่องเที่ยวฯ ก็ได้ออกมาชี้แจงว่า ยังไม่มีการบังคับใช้มาตรการนี้ในเร็ววันนี้ และยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาและรับฟังความคิดเห็นเท่านั้น ไม่มีวาระเสนอ ครม.ในเร็วๆ นี้ด้วย ทั้งราคา 1,000 บาทที่เสนอออกมา เป็นเพียงเลขเดิมในอดีตเท่านั้น ยังไม่มีการพิจารณาว่าเหมาะสมหรือไม่  


จริงๆ แล้วที่ผ่านมา ประเทศไทย เคยมีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมเดินทางออกนอกประเทศมาก่อนแล้วในอดีต โดยอาศัยอำนาจตาม พระราชกำหนดการเก็บภาษีเดินทางออกนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2526 โดยเริ่มเก็บตั้งแต่ปี พ.ศ. 2526-2540 ในอัตรา1,000 บาท สำหรับการเดินทางทางอากาศ และ 500 บาท สำหรับการเดินทางทางบก แต่ได้ถูกระงับไปหลังปี 2540 

ไม่ใช่แค่นักท่องเที่ยวไทย แต่ที่ผ่านมา รัฐบาลก็มีมาตรการจะเก็บเงินนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เข้ามาไทย หรือที่เรียกว่า ‘ค่าเหยียบแผ่นดิน’ Thailand Tourism Fee ซึ่งกำหนดไว้ที่ 300 บาทต่อคน แต่ก็ยังไม่มีการบังคับใช้อย่างเป็นทางการ โดย พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคมชี้ว่า เตรียมจะเสนอ ครม.เร็วๆ นี้ แต่อาจมีการเปลี่ยนชื่อให้ดูเป็นไปในทางบวกมากขึ้น 

แล้วต่างประเทศมีเก็บเงินค่าเดินทางออกไหม ?

ในหลายประเทศก็มีการเก็บ Exit Fee แต่ไม่ใช่แค่การเก็บกับประชากรในประเทศที่เดินทางออกเท่านั้น รวมถึงไม่ได้เก็บเป็นเงินสด แต่เป็นการรวมเข้าไปในตั๋วเครื่องบิน เช่น อินโดนีเซียเป็นต้น 

โดยจากรายงานของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ชี้ว่า ทั่วโลกมีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมขาออกและค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกันรวมกว่า 60,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 6.80 ดอลลาร์ต่อผู้โดยสาร

ขณะที่ไทยเองก็มีค่าธรรมเนียมค่าโดยสารขาออกที่เตรียมจะปรับราคาเพิ่มอีกด้วย คือค่าบริการผู้โดยสารขาออก (Passenger Service Charge: PSC) ที่ 6 สนามบินหลักในไทยอย่าง สุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่ และเชียงราย จะปรับขึ้นจาก 730 บาท เป็น 1,120 บาท หรือเพิ่มขึ้น 53% มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย.2569 นี้ 

ดังนั้นหากมีการเก็บทั้งค่าบริการผู้โดยสารขาออก ค่าธรรมเนียมออกนอกประเทศของชาวไทย ไปถึงค่าตั๋วเครื่องบินที่ราคาสูงขึ้นจากวิกฤตพลังงาน ก็อาจทำให้ต้นทุนการเดินทางออกนอกประเทศของคนไทย มีราคาที่สูงขึ้นไปได้ในอนาคต 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง