รีเซต

“Bolt” เสี่ยงถูกปิด อาจไม่ให้ต่อใบอนุญาต เหตุแก้ปัญหาไรเดอร์ทำผิดซ้ำไม่ได้

“Bolt” เสี่ยงถูกปิด อาจไม่ให้ต่อใบอนุญาต เหตุแก้ปัญหาไรเดอร์ทำผิดซ้ำไม่ได้
TNN ช่อง16
30 เมษายน 2569 ( 16:55 )
17

“Bolt” เสี่ยงถูกปิด หลังดีอี-ขนส่งฯ ร่วมมือกัน พิจารณาไม่ต่อใบอนุญาต พร้อมแก้กฎหมาย เซ่นปัญหาไรเดอร์ทำผิดกฎหมายสะสม หลังไรเดอร์ก่อเหตุคุกคามนักเรียนหญิง จนต้องโดดรถหนีตาย เพื่อเอาตัวรอด


ชนวนสำคัญมาจากกรณีนักเรียนหญิงใช้บริการ Bolt แต่ถูกไรเดอร์ขับเลยจุดหมาย จนรู้สึกถูกคุกคามและต้องกระโดดหนีจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนพบว่าคนขับไม่มีใบอนุญาต และสวมรอยใช้ไอดีผู้อื่น


เหตุการณ์นี้ เหมือนเป็นฟางเส้นสุดท้าย เร่งให้หน่วยงานรัฐเร่งตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยของแพลตฟอร์ม


ดีอี-ขนส่งฯ จ่อฟัน “Bolt” ไม่ต่อใบอนุญาต


ล่าสุด กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี จับมือกับกรมการขนส่งทางบก เตรียมพิจารณาระงับใบอนุญาต และอาจสั่งแบนแอปพลิเคชัน “Bolt” หลังพบว่า ผู้ให้บริการยังไม่สามารถแก้ปัญหาไรเดอร์กระทำผิดซ้ำซากได้ดีพอ  


พชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี เปิดเผยว่า การก่อเหตุไรเดอร์ Bolt ล่าสุด เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น สะท้อนถึงความล้มเหลวในการบริหารจัดการความเสี่ยงของแพลตฟอร์มตามที่เคยตกลงกับกระทรวงดีอี  ไม่มีระบบคัดกรองคนที่เหมาะสม ซึ่งควรคัดกรองคนที่ไม่มีใบขับขี่สาธารณะ มากกว่าจะมานั่งบล็อกไรเดอร์ที่กระทำความผิดไปแล้ว 


“จริง ๆ แพลตฟอร์ม Bolt ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม และทำให้ถูกกฎหมาย คุณต้องคัดกรองคนที่ไม่มีใบขับขี่สาธารณะออกทั้งหมด ไม่ใช่มานั่งทำโปรแกรมอะไรบ้า ๆ บอ ๆ ผมว่ามันไม่ใช่ เพราะมันเลยเวลานั้นมาแล้ว” พชร กล่าว 


“กรณีนี้พบคนขับไม่มีใบขับขี่ รถที่ใช้ก่อเหตุไม่จดแจ้งกับกรมขนส่งทางบก และยังสวมรอยใช้ไอดีของบิดา ซึ่งเป็นเจ้าของไอดี Bolt ตัวจริง ทางภาครัฐจะบังคับใช้กฎหมายเต็มรูปแบบ ทั้งการลงโทษเจ้าของรถ ผู้ขับขี่ แอปพลิเคชัน ซึ่งกรมขนส่งทางบอกได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว และอาจต้องเพิ่มการบังคับใช้กฎหมาย เพิ่มบทลงโทษทั้งทางแพ่งและอาญา” ปลัดกระทรวงดีอี กล่าว 


สรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้น กรมการขนส่งทางบกได้ดำเนินการแจ้งความเพิ่มเติม เนื่องจากพบว่า ผู้ให้บริการไม่มีใบอนุญาตขับขี่สาธารณะ พร้อมทั้งบังคับใช้กฎหมายกับแพลตฟอร์มผู้ให้บริการอย่างเข้มข้นซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมการขนส่งทางบกและกระทรวงดีอีกำหนด


“ในส่วนของการต่ออายุใบรับรองการให้บริการรถสาธารณะ ของแพลตฟอร์มต่าง ๆ นั้น กรมการขนส่งทางบกจะพิจารณาอย่างละเอียดอีกครั้ง หากแพลตฟอร์มใดยังไม่ปรับปรุงมาตรฐานการให้บริการ อาจมีผลต่อการต่ออายุใบรับรองฯ” สรพงศ์ กล่าว 

4 ปี ไรเดอร์ "Bolt" ทำผิดสะสมกว่า 2,000 ราย


อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2565 มีการจับกุมผู้ขับขี่รถสาธารณะผ่านแอปพลิเคชันที่ทำผิดกฎหมายรวม 6,776 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ขับขี่จาก Bolt สูงถึง 2,193 ราย คิดเป็น 1 ใน 3 ของยอดรวมทั้งหมด ส่วนใหญ่ไม่มีใบอนุญาตขับรถสาธารณะและไม่นำรถเข้าสู่ระบบตามกฎหมาย


มาตรการคาดโทษเบื้องต้นจากภาครัฐต่อกรณีที่เกิดขึ้น เนื่องจากใบอนุญาตประกอบธุรกิจของ Bolt กำลังจะหมดอายุสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้ ถ้าหากผู้ให้บริการแอปพลิเคชันยังไม่สามารถยกระดับระบบตรวจสอบตัวตน หรือ KYC รวมถึงการคัดกรองผู้ขับขี่ให้โปร่งใสและปลอดภัยตามมาตรฐานที่รัฐกำหนด จะไม่มีการพิจารณาต่ออายุใบอนุญาต 


ส่วนไรเดอร์ผู้ก่อเหตุถูกแจ้งความข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว, พรากผู้เยาว์ และไม่มีใบอนุญาตขับขี่รถสาธารณะ 


สำหรับความเคลื่อนไหวของการจดทะเบียนรถให้บริการสาธารณะนั้น พบว่าตั้งแต่เดือน ม.ค.69 – ปัจจุบัน กรมการขนส่งทางบกรับจดทะเบียนแล้วประมาณ 2,000 คัน โดยทั้งระบบมีรถให้บริการสาธารณะที่จดทะเบียนถูกต้องประมาณ 19,000 คัน จากผู้ที่แสดงความประสงค์ขอจดทะเบียน 39,000 ราย

ยกระดับกฎหมาย เอาผิดเจ้าของแพลตฟอร์มด้วย


แม้หน่วยงานรัฐจะพยายามให้แอปพลิเคชันรับผิดชอบร่วมด้วย แต่ ณ ตอนนี้ กฎหมายมีหน้าที่เพียงรับจดแจ้งการประกอบธุรกิจ และกำหนดให้ไรเดอร์ลงทะเบียนยืนยันตัวตนตามเงื่อนไขที่กำหนด แต่ยังไม่สามารถมีบทลงโทษทางแพ่งและอาญาได้


ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) กล่าวว่า กรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบริการ Ride Sharing สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการ “ยกระดับความเข้มข้นของการกำกับดูแลและการบังคับใช้กฎหมาย” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการ 


“ที่ผ่านมา ETDA ได้มีการดำเนินงานแบบคู่ขนาน ทั้งการดำเนินงานตามกฎหมายอย่างจริงจัง รวมไปถึงการหารือร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง” ดร.ชัยชนะ กล่าว 


ในส่วนของผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม Ride Sharing ได้มีการหารือเพื่อกำชับถึงการดำเนินงานและการให้บริการให้

สอดคล้องกับ “ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (คธอ.) เรื่อง การดำเนินการอื่นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มบริการรถโดยสารสาธารณะ หรือ ประกาศ Ride Sharing Platform” ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2569


ทั้งนี้ จากการติดตามพบว่า บางแพลตฟอร์มยังมีมาตรการตรวจสอบที่ไม่เข้มข้นเพียงพอ โดยเฉพาะในเรื่องการยืนยันตัวตนของผู้ขับ ETDA จึงได้สั่งการให้แพลตฟอร์มดิจิทัลในฐานะผู้ให้บริการ เร่งยกระดับกระบวนการดังกล่าวให้รัดกุมมากขึ้น เช่น การยืนยันตัวตนผู้ขับให้เป็นบุคคลเดียวกับที่ลงทะเบียนในทุกครั้งที่ให้บริการ เพื่อป้องกันการสวมรอยบัญชีผู้ขับ และการใช้รถผิดประเภท หรือต้องเป็นรถและผู้ขับที่จด รย.17 รย.18 ตามข้อบังคับของกรมการขนส่งทางบก ซึ่ง ETDA พบว่ามีจำนวนไรเดอร์ในระบบของแพลตฟอร์มต่าง ๆ กว่า 100,000 บัญชี


Bolt ชี้แจงว่าอย่างไร ?


ณัฐดนย์ สุขศิริฐานันท์ ผู้จัดการทั่วไป Bolt ประเทศไทย กล่าวว่า Bolt ไม่ได้มองว่าเป็นนายจ้างของไรเดอร์ แต่เป็นเพียงมาร์เก็ตเพลส เป็นแค่ตัวกลาง ที่ผ่านมาได้บล็อกคนขับที่กระทำผิดไปแล้วกว่า 40,000 บัญชี การยกระดับการยืนยัน ระบบโทรหาตำรวจ และการแทร็คกิ้งอย่างต่อเนื่อง


ส่วนเรื่องการผลักดันให้คนขับจดใบขับขี่สาธารณะไม่ง่าย ทำได้เพียงสนับสนุนคนทำถูกต้องด้วยการลดค่าคอมมิสชัน ให้มีความกระตือรือร้นในการจดทะเบียนใบขับขี่สาธารณะ 


กระบวนการจดทะเบียนไรเดอร์ของประเทศไทยค่อนข้างเข้าถึงยากเมื่อเทียบกับต่างประเทศ ที่ไม่มีอุปสรรคเหมือนทย และกล่าวย้ำว่า คนขับ Bolt ไม่ได้ขับเพียงแอปพลิเคชันเดียว


อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่ได้นิ่งนอนใจ และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรกเสมอ ส่วนรายละเอียดว่าปัจจุบันมีผู้ขับในระบบเท่าไหร่ และเป็นผู้ที่จดหรือไม่จดใบขับขี่สาธารณะจำนวนเท่าไหร่นั้น ยังไม่สามารถบอกรายละเอียดได้ เนื่องจากเป็นข้อมูลทางธุรกิจ


แหล่งข้อมูลอ้างอิง: 


[LIVE] แถลงมาตรการดูแล หลัง เกิดเหตุไรเดอร์ แพลตฟอร์มเรียกรถเจ้าดัง ก่อเหตุสวมรอยไอดี  ประสงค์ร้าย จนเหยื่อต้องกระโดดหนีและได้รับบาดเจ็บ

https://www.facebook.com/share/v/1BRv2WEr6T/

https://www.facebook.com/share/p/1DGaXSRMu5/

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง