ทำไม “ไรเดอร์” ถึงไม่เอาประกันสังคมม.33 เหตุใดอิสระสำคัญเหนือสวัสดิการ?

ปัจจุบันแรงงานแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ หรือ ที่เรียกกันว่า “ไรเดอร์” กลายเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจบริการในเมืองใหญ่ ขณะเดียวกัน แนวคิดการนำไรเดอร์เข้าสู่ระบบประกันสังคมก็กลายเป็นประเด็นถกเถียงในสังคม หลังมีไรเดอร์จำนวนหนึ่งออกมาแสดงจุดยืนคัดค้าน แม้ระบบดังกล่าวจะถูกมองว่าเป็นหลักประกันด้านสวัสดิการ และ ความมั่นคงในการทำงาน
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่การปฏิเสธสวัสดิการของรัฐ แต่เป็นความกังวลว่า การเข้าสู่ระบบในรูปแบบเดียวกับแรงงานประจำ อาจส่งผลกระทบต่อความยืดหยุ่นในการทำงาน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้หลายคนเลือกประกอบอาชีพไรเดอร์ตั้งแต่แรก
เมื่อคำว่า “งานอิสระ” ไม่ได้เป็นแค่รูปแบบอาชีพ
สำหรับคนทำงานออฟฟิศ การมีประกันสังคมมาตรา 33 อาจเป็นเรื่องปกติ เป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคง แต่สำหรับไรเดอร์จำนวนมาก พวกเขาเลือกอาชีพนี้เพราะต้องการหลุดออกจากระบบงานแบบเดิม
ไม่มีการตอกบัตร ไม่มีหัวหน้าคอยจับเวลา ไม่มีการลางานที่ต้องขออนุมัติ และไม่มีข้อบังคับว่าต้องเริ่มงาน 9 โมงเช้าหรือเลิกงาน 5 โมงเย็น
หลายคนยอมแลกกับรายได้ที่ไม่แน่นอน เพื่อให้ได้ “สิทธิในการเลือกเวลาใช้ชีวิต” บางคนออกวิ่งเฉพาะช่วงพีค บางคนหยุดงานกลางวันเพื่อดูแลลูก หรือบางคนเลือกรับงานเฉพาะวันที่สภาพร่างกายพร้อม เพราะสำหรับแรงงานแพลตฟอร์ม อิสระไม่ใช่โบนัส แต่มันคือหัวใจของอาชีพ
และ นี่เองคือจุดที่ทำให้แนวคิดการเข้าสู่ประกันสังคมมาตรา 33 ถูกมองด้วยความระแวง
ความกลัวที่มากกว่าเรื่องเงิน คือการถูกเปลี่ยนสถานะเป็น “ลูกจ้าง”
สิ่งที่ไรเดอร์จำนวนมากกังวล ไม่ใช่แค่การถูกหักเงินสมทบประกันสังคม แต่คือผลลัพธ์ที่อาจตามมา หากวันหนึ่งพวกเขาถูกนิยามว่าเป็น “ลูกจ้าง” ของแพลตฟอร์มอย่างเต็มรูปแบบ
เพราะเมื่อสถานะเปลี่ยน กติกาการทำงานก็อาจเปลี่ยนตามไปด้วย
จากเดิมที่สามารถเปิด - ปิดแอปเมื่อไรก็ได้ อาจกลายเป็นต้องออนไลน์ตามเวลาที่กำหนด จากเดิมที่เลือกรับเฉพาะงานที่คุ้มค่า อาจกลายเป็นต้องรับทุกออเดอร์โดยไม่มีสิทธิปฏิเสธแม้จะเป็นพื้นที่เปลี่ยวอันตราย และ ห่างไกลก็ตาม
หลายคนมองว่า แม้วันนี้ระบบแพลตฟอร์มจะมีการควบคุมผ่าน GPS คะแนน หรืออัลกอริทึมอยู่แล้ว แต่พวกเขายังพอมี “พื้นที่อิสระ” เหลืออยู่บ้าง หากกฎหมายแรงงานเข้ามากำกับเต็มรูปแบบ พื้นที่นั้นอาจหายไปโดยสิ้นเชิง
ในมุมของไรเดอร์ ความกลัวจึงไม่ใช่การไม่มีสวัสดิการ แต่คือการสูญเสียสิทธิในการกำหนดชีวิตตัวเอง
รายได้ที่ผันผวน .... กับภาระใหม่ที่อาจหนักกว่าเดิม
อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกพูดถึงมาก คือเรื่องรายได้ อาชีพไรเดอร์ไม่มีเงินเดือนประจำ รายได้แต่ละวันขึ้นอยู่กับจำนวนรอบ สภาพอากาศ โปรโมชั่น และการแข่งขันในระบบ บางวันรายได้ดี บางวันแทบไม่มีงานเข้า ในสภาพเช่นนี้ การถูกหักเงินสมทบทุกเดือนจึงถูกมองว่าเป็นภาระที่กระทบสภาพคล่องโดยตรง โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าครองชีพสูงขึ้น แต่ค่ารอบกลับลดลงต่อเนื่อง
สิ่งที่หลายคนกังวลมากกว่า คือความเป็นไปได้ ที่แพลตฟอร์มจะผลักต้นทุนกลับมาที่ไรเดอร์ เช่น ลดโบนัส ลดอินเซนทีฟ หรือปรับโครงสร้างค่ารอบ เพื่อนำเงินไปจ่ายสมทบประกันสังคมแทน นั่นหมายความว่า ไรเดอร์อาจไม่ได้เสียแค่เงินสมทบ แต่ยังสูญเสียรายได้ทางอ้อมไปพร้อมกัน
“เสื้อโหล” ของรัฐ ที่อาจไม่พอดีกับแรงงานยุคใหม่
แรงงานแพลตฟอร์มจำนวนมากมองว่า ระบบสวัสดิการของรัฐในปัจจุบัน ถูกออกแบบมาสำหรับแรงงานประจำมากกว่าแรงงานอิสระ
ประกันสังคมอาจตอบโจทย์พนักงานบริษัทที่มีรายได้คงที่และทำงานระยะยาวในองค์กรเดียว แต่สำหรับไรเดอร์ที่ต้องเผชิญความเสี่ยงเฉพาะหน้า เช่น อุบัติเหตุบนท้องถนน รถเสีย หรือรายได้สะดุดทันทีเมื่อหยุดวิ่ง สิ่งที่พวกเขาต้องการกลับเป็นระบบคุ้มครองที่ “เร็วและยืดหยุ่นกว่า”
ไรเดอร์จำนวนไม่น้อยบอกตรงกันว่า สิ่งที่จำเป็นจริง ๆ คือประกันอุบัติเหตุที่เคลมง่าย ค่ารักษาที่เข้าถึงได้ทันที และ การช่วยเหลือเรื่องค่าซ่อมรถ เพราะรถคือเครื่องมือทำมาหากิน
ขณะที่สวัสดิการระยะยาวอย่างเงินบำนาญชราภาพ แม้สำคัญ แต่ยังเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับคนที่ต้องกังวลกับรายได้วันต่อวัน
รัฐเข้าสู่โต๊ะเจรจา รับปากศึกษารูปแบบที่เหมาะสม
ท่ามกลางกระแสคัดค้านจากกลุ่มไรเดอร์ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มอบหมายให้ นายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ เป็นตัวแทนรับหนังสือจากกลุ่มไรเดอร์ “G เคลื่อนที่เร็วเราช่วยกัน” โดยกระทรวงแรงงานยืนยันชัดเจนว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะนำไรเดอร์เข้าสู่ระบบประกันสังคมมาตราใด และเตรียมตั้งคณะทำงานร่วม 3 ฝ่าย (ภาครัฐ แพลตฟอร์ม และตัวแทนไรเดอร์) เพื่อออกแบบระบบสวัสดิการที่ตอบโจทย์แรงงานยุคใหม่โดยเฉพาะ
นายพิพัฒน์ชัย เปิดเผยว่า ทางกระทรวงฯ กำลังอยู่ระหว่างการศึกษารูปแบบที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33, 39, 40 หรืออาจถึงขั้นดีไซน์กลไกเฉพาะขึ้นมาใหม่ เนื่องจากตระหนักดีว่าแรงงานแพลตฟอร์มมีวิถีชีวิตและลักษณะการทำงานที่ต่างจากแรงงานทั่วไป เพื่อให้มั่นใจว่าสวัสดิการที่จะออกมานั้นเหมาะสมและคุ้มครองไรเดอร์ได้อย่างแท้จริง
แก้ปัญหารอบด้าน รวมถึง "ค่ารอบ" (Service Fee) ....
สำหรับประเด็นร้อนเรื่องค่าตอบแทนต่อรอบ นายพิพัฒน์ชัย ระบุว่า คณะทำงานจะนำกลับมาปัดฝุ่นและทบทวนใหม่ เพื่อปรับหลักเกณฑ์ให้สอดคล้องกับต้นทุนจริงและสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยยอมรับว่ายังมีข้อจำกัดด้านกลไกตลาดและข้อกังวลจากฝั่งผู้ประกอบการแพลตฟอร์ม จึงจำเป็นต้องใช้เวทีร่วมกันหาข้อสรุปที่เป็นธรรมที่สุด
ทั้งนี้ กลุ่มไรเดอร์เตรียมส่งรายชื่อตัวแทน 3 คนภายในสัปดาห์หน้า เพื่อเดินหน้าตั้งคณะทำงานและหาข้อยุติร่วมกันต่อไป
โจทย์ใหญ่ของแรงงานยุคแพลตฟอร์ม
การเติบโตของอาชีพไรเดอร์กำลังเปลี่ยนโฉมตลาดแรงงานไทยอย่างมีนัยสำคัญ เพราะมันทำให้เส้นแบ่งระหว่าง “ลูกจ้าง” กับ “แรงงานอิสระ” เริ่มพร่าเลือน คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ จะให้ไรเดอร์เข้าประกันสังคมหรือไม่ แต่คือ รัฐจะออกแบบสวัสดิการอย่างไรให้สอดคล้องกับโลกการทำงานรูปแบบใหม่ เพราะท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่ไรเดอร์เรียกร้องอาจไม่ใช่การปฏิเสธความมั่นคง แต่คือการยืนยันว่า พวกเขาไม่อยากแลก “อิสระในการใช้ชีวิต” กับระบบที่อาจไม่เข้าใจธรรมชาติของพวกเขาจริง ๆ.
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
