รีเซต

ก้าวสำคัญแรงงานไทย! รัฐเปิดฟังความคิดเห็นร่าง พ.ร.บ.เงินทดแทน ยกระดับความคุ้มครอง

ก้าวสำคัญแรงงานไทย! รัฐเปิดฟังความคิดเห็นร่าง พ.ร.บ.เงินทดแทน ยกระดับความคุ้มครอง
TNN ช่อง16
10 กันยายน 2569 ( 10:21 )

เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นร่าง พ.ร.บ.เงินทดแทน เดินหน้ายกระดับสิทธิแรงงาน

การเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติเงินทดแทน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….” เพื่อมุ่งยกระดับสิทธิประโยชน์และสร้างความมั่นคงให้แก่ผู้ใช้แรงงานไทย นับเป็นก้าวสำคัญในการปรับปรุงกฎหมายให้มีความยืดหยุ่น เป็นธรรม และสอดคล้องกับบริบททางเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน เพื่อให้ "กองทุนเงินทดแทน" ทำหน้าที่คุ้มครองลูกจ้างได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพสูงสุด

กองทุนเงินทดแทน คือหนึ่งในหลักประกันสำคัญในการคุ้มครองพี่น้องแรงงานยามประสบอันตราย เจ็บป่วย ทุพพลภาพ พิการ หรือเสียชีวิตจากการทำงาน และเพื่อยกระดับความคุ้มครองให้สอดรับกับบริบทสังคมยุคปัจจุบันมากขึ้น กระทรวงแรงงานจึงเดินหน้าผลักดันการปรับปรุงร่าง พ.ร.บ. เงินทดแทน (ฉบับที่..) พ.ศ. …. 

โดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มอบนายสุรเกียรติ เทียนทอง และนางสาวบุณยกร ดำรงรัตน์ ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดงานการเสวนาและมอบนโยบาย “โครงการประชุมรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติเงินทดแทน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….” ครั้งที่ 5 ภาคกลาง เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา

สาระสำคัญของการปรับปรุงร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ประกอบด้วย 

  • การขยายความคุ้มครองไปยังลูกจ้างทำงานบ้าน - การปรับปรุงนิยาม ‘สามีภรรยา’ เป็น ‘คู่สมรส’ 
  • การขยายสิทธิของบุตร ยกเลิกข้อจำกัดด้านอายุ การศึกษา และความทุพพลภาพ 
  • การเปิดโอกาสให้ลูกจ้างระบุผู้รับเงินทดแทนกรณีเสียชีวิตหรือสูญหาย 
  • การยกเลิกการตัดสิทธิคู่สมรส กรณีสมรสใหม่หรือมีพฤติการณ์อยู่กินกันฉันท์สามีภรรยากับบุคคลอื่น 
  • การให้ผู้ทุพพลภาพ ตาม พ.ร.บ. เงินทดแทน พ.ศ. 2537 มีสิทธิได้รับเงินทดแทนตลอดชีวิต


นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงระบบคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน คณะกรรมการการแพทย์ และคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงาน ตลอดจนปรับปรุงหน้าที่ของนายจ้าง โดยกำหนดให้มีหน้าที่ยื่นแบบรายการขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วัน และยกเลิกความผิดบางประการที่เป็นความผิดเล็กน้อยและไม่สมควรมีโทษทางอาญา

กฎหมายเงินทดแทนเป็นกลไกสำคัญในการคุ้มครองลูกจ้าง

นายสุรเกียรติ เทียนทอง ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า กฎหมายเงินทดแทนเป็นกลไกสำคัญในการคุ้มครองลูกจ้างที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน แต่ด้วยบริบทการจ้างงาน เศรษฐกิจ และสังคม ที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้กฎหมายบางประการอาจไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคม จึงดำเนินการปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติเงินทดแทน เพื่อให้กฎหมายมีความทันสมัย เหมาะสม และคุ้มครองลูกจ้างได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

การรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้เป็นส่วนสำคัญของกระบวนการจัดทำกฎหมายตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 และกฎหมายว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย โดยเปิดโอกาสให้นายจ้าง ลูกจ้าง สถานพยาบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมสะท้อนปัญหา เสนอแนะแนวทาง และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อนำข้อมูลไปปรับปรุงร่างกฎหมายให้เกิดความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ และตอบโจทย์การคุ้มครองแรงงานในปัจจุบัน 

สาระสำคัญของการปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติเงินทดแทน

สำหรับสาระสำคัญของการปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติเงินทดแทน ได้แก่ การขยายความคุ้มครองไปยังลูกจ้างทำงานบ้าน ปรับปรุงนิยาม “สามีภรรยา” เป็น “คู่สมรส” เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายสมรสเท่าเทียม การขยายสิทธิของบุตร โดยลดข้อจำกัดด้านอายุ การศึกษาและความทุพพลภาพ การเปิดโอกาสให้ลูกจ้างระบุผู้รับเงินทดแทนกรณีเสียชีวิตหรือสูญหาย ยกเลิกการตัดสิทธิคู่สมรส กรณีสมรสใหม่หรือมีพฤติการณ์อยู่กินกันฉันท์สามีภรรยากับบุคคลอื่น รวมถึงการให้ผู้ทุพพลภาพ ตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537 ได้รับเงินทดแทนตลอดชีวิต นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงระบบคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน คณะกรรมการการแพทย์ และคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงาน ตลอดจนปรับปรุงหน้าที่ของนายจ้าง เช่น กำหนดให้ยื่นแบบรายการขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วัน และยกเลิกความผิดบางประการที่เป็นความผิดเล็กน้อยและไม่สมควรมีโทษทางอาญา               


เปิดให้ประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็น

ด้านนางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า สำนักงานประกันสังคมได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติเงินทดแทน ครอบคลุม 5 ภาค ได้แก่ ภาคตะวันออก จังหวัดชลบุรี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดนครราชสีมา ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ ภาคใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี และภาคกลาง กรุงเทพมหานคร รวมกลุ่มเป้าหมายประมาณ 600 คน 

นอกจากนี้ ยังเปิดให้ประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านระบบกฎหมายกลาง www.law.go.th และเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการแก้ไขกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม สำนักงานประกันสังคมจะนำความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนมาประกอบการพิจารณาปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติเงินทดแทนให้มีความสมบูรณ์ ทันสมัย และสอดคล้องกับบริบทการทำงานในปัจจุบัน เพื่อยกระดับการคุ้มครองลูกจ้าง ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมและเสริมความมั่นคงในการดำรงชีวิตให้แก่ผู้ใช้แรงงานทุกกลุ่มอย่างยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง