"อาเซียน" ผนึกกำลังครั้งสำคัญ สู้วิกฤตสงครามตะวันออกกลาง ย้ำไม่กีดกันการค้า เร่งแผนแบ่งปันเชื้อเพลิง รับมือราคาพุ่ง

"อาเซียน" ผนึกกำลังครั้งสำคัญ สู้วิกฤตสงครามตะวันออกกลาง ย้ำไม่มีการกีดกันการค้า เร่งแผนแบ่งปันเชื้อเพลิง รับมือราคาพุ่ง
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มประเทศสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) ได้ประกาศคำมั่นสัญญาอย่างเป็นทางการที่จะหลีกเลี่ยงการใช้มาตรการจำกัดทางการค้าทุกรูปแบบ พร้อมเร่งผลักดันกลไกแบ่งปันน้ำมันเชื้อเพลิงระดับภูมิภาค เพื่อรับมือกับวิกฤตราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นและปัญหาอุปทานหยุดชะงัก อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากสงครามในตะวันออกกลาง
นางคริสตินา โรเก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมของฟิลิปปินส์ ในฐานะประธานการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนสมัยพิเศษ เปิดเผยภายหลังการประชุมวันที่ 30 เมษายน 2569 ระบุว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบที่จะรักษาบรรยากาศการค้าให้ "เปิดกว้างและคาดการณ์ได้" เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจและประชาชนในภูมิภาค
“ในห้วงเวลาแห่งความผันผวน ความชัดเจนคือหัวใจของเสถียรภาพ และเสถียรภาพนั้นจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเราปล่อยให้สินค้าที่จำเป็น โดยเฉพาะอาหารและพลังงาน ไหลเวียนข้ามพรมแดนได้อย่างไร้รอยต่อ อาเซียนจึงตกลงร่วมกันที่จะงดเว้นมาตรการกีดกันทางการค้า รวมถึงการสั่งห้ามส่งออกสินค้าที่มีความจำเป็นในยามวิกฤต” นางโรเกกล่าว
เร่งสัตยาบันข้อตกลงความมั่นคงทางปิโตรเลียม (APSA)
นอกเหนือจากความร่วมมือทางการค้า อาเซียนยังได้ยกระดับมาตรการความมั่นคงทางพลังงาน โดยการเร่งกระบวนการให้สัตยาบันใน ข้อตกลงความมั่นคงทางปิโตรเลียมของอาเซียน (ASEAN Petroleum Security Agreement - APSA) ซึ่งเป็นกลไกที่จะช่วยให้ประเทศสมาชิกสามารถแบ่งปันน้ำมันเชื้อเพลิงสำรองระหว่างกันได้ในสภาวะฉุกเฉิน หากการขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลางผ่านช่องแคบฮอร์มุซเผชิญกับอุปสรรคยาวนาน
ทั้งนี้ประเด็นสำคัญจากการประชุม เช่น การยกระดับ FTA อาเซียนเตรียมปรับปรุงข้อตกลงการค้าเสรีกับพันธมิตรรายสำคัญ เช่น จีน เกาหลีใต้ และแคนาดา เพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน ด้านการคุมเข้มเงินเฟ้อ สมาชิกอาเซียน 11 ประเทศ (รวมติมอร์-เลสเต) กำลังเผชิญกับแรงกดดันจากราคาน้ำมันขายปลีกที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งกลายเป็นปัจจัยหลักที่เร่งอัตราเงินเฟ้อและฉุดรั้งการเติบโตของจีดีพีในภูมิภาค ขณะที่ความมั่นร่วมมือกับพันธมิตร มีการหารือร่วมกับสถาบันการเงินระหว่างประเทศ เช่น ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) เพื่อหามาตรการสนับสนุนทางการเงินแก่กลุ่มธุรกิจ MSME ที่ได้รับผลกระทบหนักจากต้นทุนพลังงาน
รายงานระบุว่า สงครามอิหร่านได้ส่งผลกระทบให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 4 ปี โดยมีการคาดการณ์ว่าการปิดล้อมทางทะเลอาจยืดเยื้อไปอีกหลายเดือน ซึ่งการขยับตัวของอาเซียนในครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นความพยายามเชิงรุกเพื่อป้องกันไม่ให้วิกฤตความมั่นคงกลายเป็นวิกฤตเศรษฐกิจระดับภูมิภาค
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
