รู้จัก “สายพันธุ์เอปซิลอน” ระบาดเร็วกว่า ลดประสิทธิภาพวัคซีนโควิด!

รู้จัก “สายพันธุ์เอปซิลอน” ระบาดเร็วกว่า ลดประสิทธิภาพวัคซีนโควิด!
Ingonn
26 สิงหาคม 2564 ( 15:57 )
60
รู้จัก “สายพันธุ์เอปซิลอน” ระบาดเร็วกว่า ลดประสิทธิภาพวัคซีนโควิด!

หลายคนคงเคยได้ยินชื่อโควิดสายพันธุ์ “เอปซิลอน” กันมาบ้างแล้ว ซึ่งเป็นสายพันธุ์ใหม่ นอกเหนือจากที่เราคุ้นหูอย่าง เดลต้า อัลฟ่า เบต้า ซึ่งสายพันธุ์นี้มีความน่าสนใจไม่แพ้สายพันธุ์อื่น เพราะทำให้ลดประสิทธิภาพวัคซีนได้ด้วย โดยเฉพาะวัคซีน mRNA ที่ทุกคนมั่นใจในประสิทธิภาพ วันนี้ TrueID จึงจะพามารู้จักโควิดสายพันธุ์ “เอปซิลอน” กัน

 

 

“สายพันธุ์เอปซิลอน” คืออะไร


“สายพันธุ์เอปซิลอน” เป็นสายพันธุ์โควิดที่องค์กรอนามัยโลก (WHO) จัดให้อยู่ใน “สายพันธุ์ต้องให้ความสนใจ (VOI)” ในเดือน มี.ค. 2021 มีต้นกำเนิดมาจากรัฐแคลิฟอร์เนีย ในสหรัฐฯ เมื่อเดือน มี.ค. 2020 ก่อนหน้านี้มีชื่อว่า “สายพันธุ์แคลิฟอร์เนีย” แต่เปลี่ยนชื่อหลังจากที่องค์กรอนามัยโลก ให้ใช้ภาษากรีกในการเรียนสายพันธุ์โควิดแทนชื่อแหล่งที่พบ

 

 

“สายพันธุ์เอปซิลอน” แบ่งออกเป็นสองสายพันธุ์ย่อย ได้แก่ B.1.427 และ B.1.429 โดยสายพันธุ์ B.1.427 เกิดขึ้นจากการกลายพันธุ์ในตำแหน่งของโปรตีนหนามของไวรัส ที่เรียกว่า L452R ส่วนสายพันธุ์ B.1.429 นั้นมีการกลายพันธุ์ใน 5 ตำแหน่ง รวมถึงตำแหน่ง L452R ของโปรตีนหนาม ทั้งคู่มีการกลายพันธุ์อยู่หลายจุด และมีบางจุดที่ส่งผลให้สายพันธุ์นี้ดื้อต่อภูมิคุ้มกันจากวัคซีนอย่างมาก

 

 


“สายพันธุ์เอปซิลอน” ติดรวดเร็วแค่ไหน


ผลการวิจัยชี้ว่า มีศักยภาพในการแพร่ระบาดได้มากกว่าสายพันธุ์ปกติราว 18.6-24.2% ขณะที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) ก็ระบุว่า มีความสามารถในการแพร่ระบาดสูงกว่าสายพันธุ์ปกติประมาณ 20% เช่นกัน

 

 

 

 “สายพันธุ์เอปซิลอน” อันตรายอย่างไรบ้าง

 

ผลการวิจัยโดย แมทธิว แม็กคัลลัม นักชีวเคมีแห่งมหาวิทยาลัยวอชิงตัน และคณะ ที่เผยแพร่ในวารสาร "Science" ของสมาคมเพื่อความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์อเมริกัน (AAAS) พบว่า วัคซีนโควิดชนิด mRNA มีประสิทธิภาพในการต้านเชื้อ “สายพันธุ์เอปซีลอน” ลดลง 2-3.5 เท่า  หรือ 50-70% เมื่อเทียบกับสายพันธุ์อื่นๆ โดยทำการทดลองนำพลาสมาของอาสาสมัครที่ได้รับการฉีด วัคซีนโควิดชนิด mRNA ครบสองโดสมาทดสอบประสิทธิภาพกับไวรัสโควิดสายพันธุ์เอปซีลอน อย่างไรก็ตาม ยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อยืนยันข้อมูลดังกล่าว

 


การกลายพันธุ์ L452R ของสายพันธุ์เอปซิลอน เป็นการกลายพันธุ์ที่เพิ่มความสามารถในการเกาะเซลล์ และสามารถลดแอนติบอดีที่เกิดจากวัคซีนโควิด-19 ได้ ทำให้ติดเชื้อง่ายขึ้น และยังมีฤทธิ์ดื้อต่อ T-Cell ซึ่งเป็นเซลล์ที่จำเป็นต่อการกำหนดเป้าหมายและทำลายเซลล์ที่ติดไวรัสด้วย

 

 

นอกจากนี้ โควิด-19 สายพันธุ์เอปซิลอนนี้ ยังลดประสิทธิภาพการรักษาด้วยโมโนโคลนอลแอนติบอดี (Monoclonal Antibody) ได้ปานกลาง ซึ่งเป็นการใช้ยารักษาที่สหรัฐฯ อนุมัติให้ใช้ได้

 

 

ปัจจุบันพบการระบาดของไวรัสโควิดสายพันธุ์เอปซีลอนแล้วใน 44 ประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในทวีปยุโรป และเป็นที่น่ากลัวมากขึ้น หลังพบการระบาดในกรุงลาฮอร์ ประเทศปากีสถาน นับเป็นการแพร่ระบาดสู่ภูมิภาคเอเชียเป็นครั้งแรก และเป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่ต้องจับตามองเนื่องจากอาจแพร่กระจายได้ง่ายกว่าสายพันธุ์อื่น แม้ว่าจะยังไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศไทยก็ตาม

 

 

 

ข้อมูลจาก ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ Chulabhorn Royal Academy , thestandard , PPTV

 

 

--------------------

เกาะติดสถานการณ์โควิด-19  ทันความเคลื่อนไหว ได้ความรู้ที่ถูกต้อง ส่งตรงถึงมือคุณ
คลิกเลย!! >>> รู้ทันกันโควิด <<< หรือ กด *301*35# โทรออก

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง