ยักษ์ข้ามชาติดีลNRF เนื้อจากพืชเด้ง10เท่า

ยักษ์ข้ามชาติดีลNRF เนื้อจากพืชเด้ง10เท่า
ทันหุ้น
12 ตุลาคม 2563 ( 07:30 )
61
ยักษ์ข้ามชาติดีลNRF เนื้อจากพืชเด้ง10เท่า

ทันหุ้น -NRF รับแห่ดีลธุรกิจ ยักษ์ข้ามชาติฟาสต์ฟู้ดร่วมวงด้วย ต้องการจองพื้นที่เนื้อจากพืช ระบุชัดดีมานด์สูงกว่าซัพพลาย ชี้กำลังการผลิต 36,000 ตัน ที่จะเกิดปี 2565 มีออเดอร์รองรับแล้ว เท่ากับว่าโอกาสของธุรกิจนี้พุ่งขึ้นถึง 10 เท่า เล็งอัพเป้ากำลังการผลิตให้สูงขึ้นกว่าเดิม ระบุพื้นที่โรงงาน 150 ไร่ รองรับกำลังการผลิตได้เท่าตัว โบรกมองกำไรโตเป็นเท่าตัวต่อเนื่องยาว

 

นายแดน ปฐมวาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ NRF เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทได้รับคำสั่งซื้อ โปรตีนจากพืช (Plant Based Food) เข้ามามากและเป็นออเดอร์ล่วงหน้ายาว ปัจจุบันเป็นการซื้อผ่านบริษัท Plant and Bean ที่อังกฤษ ซึ่งบริษัทถือหุ้น 50% ที่มีกำลังการผลิต 3,600 ตันต่อปี โดยบริษัทได้วางแผนจะเพิ่มกำลังการเป็น 36,000 ตัน หรือเพิ่มอีก 10 เท่า ในปี 2565 ส่วนหนึ่งเป็นการตั้งโรงงานในไทย ซึ่งการเพิ่มกำลังการผลิตดังกล่าวมีมีออเดอร์รองรับแล้ว เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก

 

@ยักษ์ข้ามชาติเข้าดีล

 

สำหรับข่าวการเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ส่งผลให้ช่วง 2อาทิตย์ที่ผ่านมา มีบริษัทหลายแห่งติดต่อเข้ามาค่อนข้างมาก เนื่องจากมีความสนใจด้านโปรตีนทางเลือก ต้องการร่วมธุรกิจกับบริษัท ตั้งแต่ ต้นน้ำ และ กลางน้ำ โดยยอมรับว่ามีบริษัทร้านอาหารฟ๊าดฟู๊ด (Quick Service Restaurant) เบอร์ต้นๆ ของโลก ติดต่อเข้ามา ซึ่งในการร่วมธุรกิจต่างๆ ก็อยู่ในช่วงเจรจา เป็นไปตามนโยบายของบริษัท ที่คำนึงเสมอว่าการเติบโตได้จำเป็นต้องมีพาร์เนอร์ยักษ์ใหญ่ข้ามชาติเข้ามามีบทบาท

 

นายแดน ระบุว่า จากสถานการณ์ดังกล่าวเป็นไปได้ว่า บริษัทอาจจะมีการเพิ่มกำลังผลิตมากขึ้นกว่าที่แจ้งไว้ 36,000 ตัน เนื่องจากพื้นที่ที่จะผลิตโปรตีนจากพืชในไทยนั้น มีขนาดใหญ่ถึง 150 ไร่ ซึ่งรองรับการผลิตได้กว่า 36,000 ตันได้อีกเป็นเท่าตัว

 

“วันนี้เนื้อจากพืช ที่ผลิตอยู่ผ่าน Plant and Bean อังกฤษ มี 3,600 ตัน การเพิ่มกำลังการผลิตของเรา นั้นหมายความว่าโต 10 เท่าเลยนะ ที่ 36,000 ตัน แถมมีออเดอร์เข้ามาแล้วเป็นระยะยาว มีคำสั่งซื้อจากบริษัทยักษ์ใหญ่ เช่น ยูนิลีเวอร์ คอนด์ ซึ่งเป็นความต้องการใน 1-2 ปีข้างหน้า ดังนั้นในการซื้อพื้นที่สร้างโรงงานเราได้เผื่อขนาดใหญ่ไว้ ซึ่งรองรับการผลิตได้เพิ่มเติมอีกเป็นเท่าตัว ใครอ่านไฟลิ่งจะพบว่า เราไม่ได้รวมรายได้ของ Plant and Bean ที่ถือหุ้น 50% เข้ามา แต่เป้าที่สัดส่วนยอดขายโปรตีนจากพืชที่ขึ้นมา 30-40% คือของใหม่”

 

@ ทุกธุรกิจโอกาสดี

 

เนื่องจากธุรกิจของบริษัทมีกระจาย 3 กลุ่ม ดังนั้นในการลงทุน นักลงทุนต้องเข้าใจทั้ง 3 กลุ่ม ว่ามีการเติบโตเป็นอย่างไร ซึ่งในส่วนของ Plant Based นั้น มีอนาคตความต้องการล้นมาก ออเดอร์ยาวเหมือนถุงมือยาง ส่วนธุรกิจ Ethnic Food พวกเครื่องปรุงรส อาหารสำเร็จรูป ก็ยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีการเข้าซื้อกิจการขยายกำลังผลิต รวมถึงจะมีการเติบโตอย่างมากในอนาคต จากธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่จะเสาะหาผลิตภัณฑ์อาหารที่ขายดีในอเมซอน และเข้าร่วมถือหุ้น

 

สำหรับเป้าหมายของบริษัทในปีนี้ ตั้งเป้ายอดขายโต 15-20% จากปี 2562 อยู่ที่ 1,111 ล้านบาท  แนวทางเป็นไปอย่างก้าวกระโดด ยอดขายเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 3,000 ล้านบาท ภายในปี 2567 หรือ 5 ปีข้างหน้า บริษัทมีเป้าหมายระยะยาวก้าวเป็นบริษัทผู้ผลิตอาหารแห่งอนาคต “Food For Future” ที่มุ่งเน้นนวัตกรรมอาหารเพื่อสร้างความยั่งยืนให้ระบบนิเวศอุตสาหกรรมอาหารทั้งระบบ ด้วยนโยบายการเป็น The Purpose – Led Company โดยคาดว่าจะมาจากประเทศไทยประมาณ 3-5%จากปัจจุบันที่บริษัทส่งออกทั้งหมด100%

 

@ กำไรก้าวกระโดด

 

บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ประเมิน กำไรของ NRF จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดจาก 47 ล้านบาทในปี 2562 เป็น 99 ล้านบาทในปี 2563 และจะเพิ่มขึ้นแรงเป็น 265 ล้านบาทในปี 2564 ส่วนปี 2565จะมีกำไรที่ 361 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย 2562-2565 ที่ 98% ต่อปี

 

ด้านบริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง ระบุว่า NRF เป็นหุ้นที่มีการเติบโตสูงกว่าธุรกิจอาหารทั่วไป จากแนวโน้มการบริโภคอาหารสุขภาพ และมีความเป็นได้ว่ากำไรจะเติบโตสูงกว่าที่ประเมินไว้ เบื้องต้นการคาดการณ์การเติบโตของกำไรหลัก (EPS) 100% สำหรับปี 2564 และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ในช่วง 3 ปีที่ 52% (ปี 2563-2565)

 

ทั้งนี้ NRF ยังมีอัพไซด์เพิ่มอีก หากสามารถทำยอดขายได้ถึง 3พันล้านบาทภายในปี 2567จะมีกำไรเพิ่มขึ้นอีก 12%จากประมาณการเดิมของฝ่ายวิจัย แนะนำซื้อที่ราคาเป้าหมาย 8 บาท อิง PER 66.66 เท่า หากเทียบกับเคียงกับ Beyond Meat (BYND US Equity) จะพบว่ามี PER ที่สูง เป็น 290 เท่า

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง