ทำความรู้จัก "CPTSD" บาดแผลที่มองไม่เห็น เมื่อความเจ็บปวดสะสมจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

เราอาจเคยได้ยินชื่อโรค PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) ที่เกิดกับทหารผ่านศึกหรือคนที่เจออุบัติเหตุรุนแรงครั้งเดียวในชีวิต แต่รู้ไหมว่า ยังมีบาดแผลทางใจอีกประเภทหนึ่งที่ "ลึกซึ้งและซับซ้อน" กว่านั้น เรียกว่า "CPTSD"
CPTSD คืออะไร?
CPTSD (Complex Post-Traumatic Stress Disorder) หรือ ภาวะความเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนใจที่ซับซ้อน คือความผิดปกติทางจิตที่ไม่ได้เกิดจากเหตุการณ์ช็อกเพียงครั้งเดียว แต่เกิดจากการถูกทำร้าย หรือตกอยู่ในสถานการณ์ที่โหดร้าย "ซ้ำๆ เป็นเวลานาน" โดยที่ผู้เคราะห์ร้ายไม่สามารถหลบหนีได้ เช่น
-การถูกทารุณกรรมในวัยเด็ก (กาย, ใจ หรือทางเพศ)
-การเติบโตมาในครอบครัวที่เพิกเฉยทอดทิ้ง (Neglect)
-การอยู่ในความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ (Toxic Relationship) นานหลายปี
-การถูกกักขัง หรือตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์
ทำไม CPTSD ถึง "ซับซ้อน" กว่าปกติ?
ในขณะที่ PTSD ทั่วไปอาจทำให้เราฝันร้าย หรือกลัวที่แคบ แต่ CPTSD เข้าไปบิดเบือน "ตัวตน" (Sense of Self) ของเรา เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นซ้ำ ๆ จนสมองจดจำว่าความเจ็บปวดคือเรื่องปกติ
สัญญาณของ CPTSD มักประกอบด้วย 3 ส่วนหลักที่เพิ่มมาจาก PTSD ทั่วไป คือ
1. การควบคุมอารมณ์ไม่ได้ (Emotional Dysregulation)
อาจจะโกรธจัดเสียใจดิ่งลึกอย่างรวดเร็ว หรือรู้สึกชาชินไร้ความรู้สึก เพราะระบบประสาทล้าจากการระแวดระวังภัยตลอดเวลา
2. มุมมองต่อตนเองในแง่ลบ (Negative Self-Concept)
นี่คือหัวใจของ CPTSD ผู้ป่วยจะรู้สึกว่าตัวเอง "ไร้ค่า" "สกปรก" หรือ "ผิดพลาดมาตั้งแต่เกิด" มักแบกความรู้สึกผิดและความละอายใจ ติดตัวไปทุกที่
3. ปัญหาความสัมพันธ์ (Relationship Difficulties)
ความรู้สึกไม่ไว้ใจใครเลย หรือในทางกลับกัน คือการพยายามทำตัวให้คนอื่นพอใจจนยอมทิ้งตัวตน (People Pleaser) เพราะกลัวการถูกทอดทิ้ง
"Flashback" ที่ไม่ใช่ภาพ แต่เป็นความรู้สึก
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของ CPTSD เรียกว่า Emotional Flashback มันไม่ใช่การเห็นภาพเหตุการณ์เก่า ๆ เหมือนหนังฉายซ้ำ แต่อยู่ดี ๆ คุณจะรู้สึก กลัว ตัวเล็กจิ๋ว สิ้นหวัง เหมือนย้อนกลับไปตอนเป็นเด็กที่ถูกทำร้าย โดยที่คุณอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอะไรเป็นตัวกระตุ้น
หนทางสู่การเยียวยา บาดแผลนี้รักษาได้
1.จิตบำบัดเฉพาะทาง เช่น EMDR (การบำบัดด้วยการเคลื่อนไหวดวงตา), DBT (เน้นการจัดการอารมณ์) หรือการทำ Inner Child Therapy เพื่อกลับไปโอบกอดตัวเองในวัยเด็ก
2.การฝึกเมตตาต่อตนเอง (Self-Compassion) ฝึกบอกตัวเองว่า "สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของฉัน" และ "ตอนนี้ฉันปลอดภัยแล้ว"
3.การสร้างความปลอดภัยให้ร่างกาย ฝึกโยคะ การหายใจ หรือกิจกรรมที่ทำให้เรากลับมาเชื่อมต่อกับร่างกายตัวเองได้อีกครั้ง
CPTSD ไม่ใช่ความอ่อนแอ และไม่ใช่บุคลิกภาพของคุณ แต่มันคือ "ปฏิกิริยาปกติ ของร่างกายที่เจอเหตุการณ์ไม่ปกติมานานเกินไป"
หากคุณรู้สึกว่าตัวเองกำลังแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียว การพบจิตแพทย์ หรือนักจิตวิทยาไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่มันคือก้าวแรกที่กล้าหาญที่สุดในการทวงคืนชีวิตของคุณกลับมา
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
