รีเซต

ลบภาพความซับซ้อน? วิจัยใหม่ชี้โรคทางจิตเวช จัดกลุ่มใหญ่ได้เหลือเพียง 5 ประเภท

ลบภาพความซับซ้อน? วิจัยใหม่ชี้โรคทางจิตเวช จัดกลุ่มใหญ่ได้เหลือเพียง 5 ประเภท
TNN ช่อง16
10 มิถุนายน 2569 ( 14:18 )
6

นพ.เจษฎา ทองเถาว์ แพทย์เฉพาะทางสาขาจิตเวชศาสตร์ จิตแพทย์ประจำ รพ.พระศรีมหาโพธิ์ จ.อุบลราชธานี ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก "คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา" โดยระบุว่า


งานวิจัยล่าสุดพบว่าโรคทางจิตเวชที่เห็นว่ามีมากมายจริงๆ แล้วอาจมีเพียง 5 กลุ่มใหญ่!!


เราอาจเคยเข้าใจว่าโรคจิตเวชแต่ละโรคเป็นเหมือน “กล่องแยกใบ” เช่น ซึมเศร้า วิตกกังวล PTSD ไบโพลาร์ จิตเภท OCD ADHD หรือโรคติดสารเสพติด แต่ล่าสุดมีงานวิจัยพันธุกรรมจิตเวชขนาดใหญ่มาก วิเคราะห์ข้อมูลของคนมากกว่า 6 ล้านคน รวมถึงผู้ที่มีโรคจิตเวชประมาณ 1 ล้านคน พบว่า โรคเหล่านี้หลายโรคอาจมี “รากทางพันธุกรรมร่วมกัน” มากกว่าที่เราเคยคิด


พูดง่ายๆ โรคจิตเวชอาจไม่ได้เป็นห้องคนละห้องที่ปิดแยกกันเด็ดขาด แต่เหมือน “บ้านหลังใหญ่ 5 หลัง” ที่แต่ละโรคเป็นห้องย่อยอยู่ในบ้านเดียวกัน และบางห้องก็มีประตูเชื่อมถึงกัน


5 กลุ่มใหญ่ของโรคจิตเวชจากมุมพันธุกรรม


1. กลุ่ม“กลุ่มความทุกข์ที่หันเข้าข้างในใจ” Internalizing

ได้แก่ โรคซึมเศร้า, โรควิตกกังวล, PTSD

กลุ่มนี้มีความทับซ้อนทางพันธุกรรมสูงมาก ความหมายเชิงคลินิกคือ คนไข้ที่เป็นซึมเศร้า วิตกกังวล และ PTSD พร้อมกัน อาจไม่ได้เป็น “สามโรคที่แยกจากกันโดยสิ้นเชิง” หมายความว่า ถ้าคนหนึ่งมีทั้งความเศร้าเรื้อรัง ความกังวลรุนแรง และบาดแผลทางใจ เราอาจไม่จำเป็นต้องมองว่าเขามีปัญหาคนละชุดที่แยกขาดจากกันทั้งหมด แต่อาจมองว่าเป็นความเปราะบางทางอารมณ์ชุดเดียวกัน ที่แสดงออกหลายใบหน้า


2. กลุ่ม กลุ่มโรคจิตเภทและโรคไบโพลาร์

สองโรคนี้เดิมถูกมองว่าแตกต่างกันชัดเจน แต่ในมุมพันธุกรรม งานวิจัยพบว่าสองโรคนี้มีสัญญาณบางส่วนร่วมกันค่อนข้างสูง ประมาณ 70%

3. กลุ่ม“กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการย้ำ การควบคุม และการทำซ้ำ” Compulsive

ได้แก่ หรือโรคกินผิดปกติชนิดที่จำกัดอาหารรุนแรง Anorexia nervosa, OCD และบางส่วนของ Tourette’s syndrome


4. กลุ่ม “กลุ่มพัฒนาการของสมองและระบบประสาท” Neurodevelopmental

ได้แก่ Autism spectrum disorder และโรคสมาธิสั้น ADHD


5. กลุ่ม “กลุ่มโรคติดสาร” Substance use ได้แก่

Opioid, cannabis, alcohol และ nicotine use disorders

กลุ่มนี้ทำให้เราเข้าใจว่า การติดสารหลายชนิดอาจไม่ได้เกิดจากนิสัยไม่ดีหรือความอ่อนแอทางศีลธรรม แต่เกี่ยวข้องกับระบบสมองที่ซับซ้อน เช่น ระบบรางวัลของสมอง ความหุนหันพลันแล่น ความเครียด การควบคุมอารมณ์ และการใช้สารเพื่อหนีความทุกข์ชั่วคราว พูดง่ายๆ คือ สมองบางคนอาจไวต่อ “รางวัลทันที” หรือไวต่อการใช้บางสิ่งเพื่อดับความเจ็บปวดในใจ ทำให้เสี่ยงต่อการติดสารมากกว่าคนอื่น

สิ่งสำคัญคือ งานวิจัยนี้ไม่ได้บอกว่าเราต้องเลิกใช้ชื่อโรคเดิม หรือให้คนไข้เปลี่ยนยาเอง แต่เป็นเหมือนการเปิดไฟฉายลงไปเห็น “รากใต้ดิน” ของโรคจิตเวชมากขึ้น และประโยชน์ที่ใช้ได้ทันทีคือ การช่วยให้คนไข้ไม่รู้สึกว่า “ฉันเป็นหลายโรค แปลว่าฉันพังมากกว่าคนอื่น” เพราะบางครั้งหลายอาการอาจเป็นเหมือนกิ่งหลายกิ่งที่งอกจากรากเดียวกัน เมื่อเราดูแลแกนกลางได้ดีขึ้น เช่น การนอน ความเครียด ความปลอดภัยทางใจ หรือบาดแผลในอดีต อาการหลายด้านก็อาจค่อยๆ ดีขึ้นตามไปด้วย


สุดท้าย โรคจิตเวชอาจไม่ได้เป็นแค่ฉลากโรคหลายใบ แต่เป็นแผนที่ของสมอง ใจ พันธุกรรม และประสบการณ์ชีวิตที่ซ้อนกันอย่างละเอียด และการรักษาที่ดีไม่ใช่การติดฉลากให้มากที่สุด แต่คือการช่วยให้เราเข้าใจรากของความทุกข์ และค่อยๆ กลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงกับตัวตนที่เราอยากเป็นมากขึ้น

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง