รีเซต

"จิตวิทยาหลังพวงมาลัย" เมื่อคนใจเย็นขับรถ ทำไมถึงกลายเป็น "คนหัวร้อน"ได้

"จิตวิทยาหลังพวงมาลัย" เมื่อคนใจเย็นขับรถ ทำไมถึงกลายเป็น "คนหัวร้อน"ได้
TNN ช่อง16
21 กรกฎาคม 2569 ( 18:09 )
11

จากคนใจเย็น กลายเป็นคนละคนทันทีที่จับพวงมาลัย

ปกติเป็นคนอารมณ์ดี ใจเย็น แต่พอขึ้นรถปุ๊บ แค่คนเบรกกะทันหัน จอดขวาง หรือไม่เปิดไฟเลี้ยว ก็รู้สึกหัวร้อนขึ้นมาทันที ทั้งที่เรื่องแบบนี้ในชีวิตประจำวันไม่ได้ใส่ใจขนาดนี้เลย เกิดอะไรขึ้นกับสมองกันแน่?


ทำไมการขับรถถึงดึงอารมณ์ด้านลบออกมาได้ง่าย

หนึ่งในสาเหตุสำคัญคือความรู้สึก "ไร้นาม" (Anonymity) รถยนต์ทำหน้าที่เหมือนเกราะกำบัง ทำให้รู้สึกว่าคนอื่นไม่รู้ว่าเราเป็นใคร และไม่มีโอกาสเจอกันอีก 


นอกจากนี้ เรามักมองรถคันอื่นเป็นวัตถุบนท้องถนน มากกว่าจะนึกว่าในรถคันนั้น มีมนุษย์อีกคนที่มีความรู้สึกไม่ต่างกัน ความรู้สึกเหล่านี้ทำให้ความยับยั้งชั่งใจลดลง จึงกล้าแสดงความหงุดหงิดออกมามากกว่าปกติ


สมองตีความพฤติกรรมคนบนถนนว่าเป็น "ภัยคุกคาม" ได้อย่างไร

มนุษย์มองรถยนต์เป็นพื้นที่ส่วนตัว งานวิจัยพบว่าเมื่อมีรถคันอื่นขับปาดหน้า แทรกเลน หรือจี้ท้าย สมองส่วนสัญชาตญาณจะแปลความหมายว่ากำลังมีผู้บุกรุก เข้ามาในพื้นที่ปลอดภัย คล้ายกับมีคนบุกรุกเข้ามาในบ้าน ส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาป้องกันตัวผ่านความโกรธและความต้องการตอบโต้ทันที

Road Rage สะสมนานๆ ส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร

ทุกครั้งที่โกรธบนท้องถนน ร่างกายจะเข้าสู่ภาวะสู้หรือหนี (Fight-or-Flight Response) มีการหลั่งฮอร์โมนความเครียด หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูงขึ้น และกล้ามเนื้อตึงเครียด หากเกิดขึ้นเป็นประจำ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด อาการปวดศีรษะ ปวดบ่าไหล่ และภูมิคุ้มกันที่ลดลง


ในด้านสุขภาพจิต ความโกรธบนถนนทุกวันอาจทำให้สมองอยู่ในภาวะตื่นตัวตลอดเวลา ส่งผลให้หงุดหงิดง่ายขึ้น นอนหลับยาก และกระทบความสัมพันธ์กับ คนรอบข้างทั้งที่บ้านและที่ทำงาน ในระยะยาวอาจนำไปสู่ความรู้สึกหมดพลัง และพึงพอใจในชีวิตน้อยลง


วิธีรีเซ็ตอารมณ์ก่อนออกจากรถ

หายใจให้ลึกและช้าลง หายใจเข้าลึกๆ แล้วหายใจออกยาวๆ ช้าๆ 3-5 รอบ ช่วยลดการทำงานของระบบสู้หรือหนีและคืนความสงบให้ร่างกายได้เร็วขึ้น


เปลี่ยนมุมมองต่อเหตุการณ์ แทนที่จะคิดว่า "เขาตั้งใจปาดหน้า" ลองเตือนตัวเองว่า "เราไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังเจออะไรอยู่" หรือ "เหตุการณ์นี้จบไปแล้ว" 


การปรับกรอบความคิดช่วยลดความรุนแรงของอารมณ์โกรธได้

ปล่อยเหตุการณ์ไว้บนถนน ก่อนลงจากรถ ลองถามตัวเองว่า "จำเป็นต้องเอาความโกรธนี้เข้าบ้านหรือที่ทำงานด้วยไหม?" การตัดสินใจปล่อยวางตั้งแต่ตรงนี้ช่วยลดผลกระทบของความเครียดที่อาจติดตัวไปทั้งวัน


งานวิจัยพบว่าการผ่อนคลายร่างกายร่วมกับการปรับมุมมองความคิดขณะขับรถ 

ช่วยลดทั้งความถี่และความรุนแรงของ Road Rage ได้ ใช้เวลาเพียง 1 นาทีก่อนเปิดประตูรถ ก็อาจช่วยให้ไม่พาความเครียดจากท้องถนนไปส่งต่อให้คนรอบข้าง

หากสนใจปรึกษาจิตแพทย์ และนักจิตวิทยาคลินิก ติดต่อได้ที่

Me Center คริสตัล ดีไซน์ เซนเตอร์ (CDC) ชั้น 2 

โทร 085-355-2255

Me Center ศูนย์สมองและสุขภาพจิต ชั้น 8 โรงพยาบาลอินทรารัตน์ 

โทร 02-481-5555 ต่อ 8300

Line Official: @mecenter (https://lin.ee/mCheDsu)

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง