รีเซต

3 วิธีใช้มือถือโดยไม่ให้เทคโนโลยีควบคุมชีวิต

3 วิธีใช้มือถือโดยไม่ให้เทคโนโลยีควบคุมชีวิต
TNN ช่อง16
1 มิถุนายน 2569 ( 15:19 )

แม้เทคโนโลยีและสมาร์ตโฟนจะถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยลดภาระงานในชีวิตประจำวัน และเปิดโอกาสให้ผู้คนมีเวลามากขึ้นสำหรับสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ การสร้างสรรค์ผลงาน หรือการค้นหาความหมายของชีวิต แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การพึ่งพาอุปกรณ์ดิจิทัลมากเกินไปอาจทำให้มนุษย์ยิ่งห่างไกลจากความรู้สึกเติมเต็มในชีวิต

อาร์เธอร์ บรูคส์ นักวิชาการด้านภาวะผู้นำจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และผู้เขียนหนังสือ The Meaning of Your Life: Finding Purpose in an Age of Emptiness ระบุว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีหรือสมาร์ตโฟน แต่เป็นวิธีที่ผู้คนเลือกใช้งาน

เขาอธิบายว่า เทคโนโลยีสามารถเป็นเครื่องมือที่ช่วยแก้ปัญหาที่ซับซ้อนและต้องใช้ทักษะจำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ไม่สามารถทดแทนประสบการณ์สำคัญของมนุษย์ เช่น ความรัก มิตรภาพ ความศรัทธา หรือการค้นหาความหมายของชีวิตได้

“เมื่อใดก็ตามที่เทคโนโลยีถูกใช้แทนสิ่งที่หัวใจมนุษย์ต้องการจริง ๆ มันจะทำให้ชีวิตแย่ลง แต่หากใช้เป็นเครื่องมือเสริม มันจะเป็นประโยชน์อย่างมาก” บรูคส์กล่าว


ปัญหาที่เทคโนโลยีแก้ได้ กับปัญหาที่ต้องใช้ชีวิตเรียนรู้


บรูคส์แบ่งปัญหาในชีวิตออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ “ปัญหาซับซ้อนเชิงเทคนิค” (Complicated Problems) และ “ปัญหาซับซ้อนเชิงมนุษย์” (Complex Problems)

ปัญหาแบบแรก เช่น การสร้างตึกระฟ้า การพัฒนาซอฟต์แวร์ หรือการวิเคราะห์ข้อมูล เป็นเรื่องที่มีคำตอบชัดเจนและสามารถแก้ไขได้ด้วยความรู้ เครื่องมือ หรือเทคโนโลยีสมัยใหม่

แต่ปัญหาอีกประเภทหนึ่ง เช่น การสร้างความสัมพันธ์ที่มั่นคง การเป็นเพื่อนที่ดี หรือการค้นหาความหมายของชีวิต เป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบตายตัว และเป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจตลอดชีวิต

เขามองว่า หลายครั้งผู้คนพยายามใช้เทคโนโลยีเข้ามาแก้ปัญหาประเภทหลัง ซึ่งมักไม่ประสบความสำเร็จ

ตัวอย่างเช่น สื่อสังคมออนไลน์เคยถูกมองว่าจะช่วยลดความเหงาด้วยการเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน แต่ผลการศึกษาหลายชิ้นกลับพบว่า การใช้เวลาออนไลน์มากขึ้นอาจทำให้ความรู้สึกโดดเดี่ยวรุนแรงขึ้นกว่าเดิม

ปัจจุบัน ปัญหาลักษณะเดียวกันกำลังเกิดขึ้นกับปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ซึ่งหลายคนเริ่มใช้เป็นเพื่อน คู่สนทนา หรือที่ปรึกษาทางอารมณ์

บรูคส์ยอมรับว่า AI เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังและช่วยประหยัดเวลาได้มาก แต่เตือนว่าหากนำ AI มาใช้แทนความสัมพันธ์หรือประสบการณ์ของมนุษย์ ชีวิตอาจยิ่งรู้สึกว่างเปล่ามากขึ้น



ความเบื่อคือสิ่งจำเป็นสำหรับสมอง


หนึ่งในประเด็นที่บรูคส์ให้ความสำคัญคือ “ความเบื่อ”

เขาระบุว่า สมาร์ตโฟนถูกออกแบบมาเพื่อกำจัดความเบื่อออกจากชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการเลื่อนดูโซเชียลมีเดีย วิดีโอ หรือคอนเทนต์ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ความเบื่อกลับเป็นช่วงเวลาที่สำคัญต่อการทำงานของสมอง

เมื่อสมองไม่ได้จดจ่อกับสิ่งเร้าใด ๆ มากเกินไป จะเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่า “Default Mode Network” ซึ่งเป็นช่วงที่สมองได้พักจากงานเฉพาะหน้า เปิดโอกาสให้เกิดการคิดทบทวน ฝันกลางวัน หรือพิจารณาคำถามสำคัญเกี่ยวกับชีวิต

บรูคส์เชื่อว่า ช่วงเวลาเหล่านี้เป็นจุดกำเนิดของความคิดสร้างสรรค์ ความเข้าใจตนเอง และความรู้สึกว่าชีวิตมีความหมาย

“เราต้องเก่งเรื่องการอยู่กับความเบื่อ เพราะเมื่อทำได้ ชีวิตจะรู้สึกลึกซึ้งและมีความหมายมากขึ้น” เขากล่าว


3 วิธีใช้สมาร์ตโฟนโดยไม่ให้เทคโนโลยีควบคุมชีวิต

บรูคส์เปิดเผยแนวทางง่าย ๆ 3 ข้อที่เขาใช้เป็นประจำ เพื่อให้สมาร์ตโฟนยังคงเป็นเพียงเครื่องมือ ไม่ใช่สิ่งที่ดึงเขาออกจากชีวิตจริง


1. งดใช้โทรศัพท์ในชั่วโมงแรกหลังตื่นนอน

เขาพยายามไม่แตะโทรศัพท์เป็นเวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมงหลังตื่นนอน

เวลาช่วงเช้านี้ควรถูกใช้ไปกับกิจกรรมที่มีคุณค่าต่อชีวิต เช่น เดินเล่น ออกกำลังกาย อ่านหนังสือ สนทนากับคนในครอบครัว หรือทำกิจกรรมทางจิตใจที่สำคัญสำหรับตนเอง

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพหลายคนเห็นตรงกันว่า การเริ่มต้นวันด้วยการเลื่อนดูโซเชียลมีเดีย ข่าว หรืออีเมล อาจเพิ่มความเครียดตั้งแต่เช้า และส่งผลต่ออารมณ์ตลอดทั้งวัน


2. เก็บโทรศัพท์ระหว่างมื้ออาหาร

บรูคส์มองว่า มื้ออาหารเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับการสร้างความสัมพันธ์

แม้โทรศัพท์จะวางคว่ำอยู่บนโต๊ะหรืออยู่ในกระเป๋า สมองก็ยังรับรู้ว่ามีข้อความหรือการแจ้งเตือนที่อาจเข้ามาได้ตลอดเวลา ทำให้สมาธิในการพูดคุยกับคนตรงหน้าลดลง

เขาเชื่อว่าการมีปฏิสัมพันธ์แบบเผชิญหน้ากันอย่างสม่ำเสมอเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความสุขและความหมายให้กับชีวิต


3. วางโทรศัพท์ก่อนนอนอย่างน้อย 1 ชั่วโมง

ช่วงเวลาก่อนนอนเป็นอีกช่วงหนึ่งที่เขาหลีกเลี่ยงการใช้สมาร์ตโฟน

นอกจากแสงจากหน้าจอและเนื้อหาบนโลกออนไลน์จะรบกวนคุณภาพการนอนแล้ว การปิดโทรศัพท์ยังเปิดโอกาสให้ผู้คนได้ใช้เวลากับครอบครัว คู่ชีวิต หนังสือ หรือกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายจิตใจ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับระบุว่า การสร้างกิจวัตรก่อนนอนที่สงบจะช่วยให้สมองเปลี่ยนจากโหมดตื่นตัวไปสู่ภาวะพร้อมพักผ่อนได้ง่ายขึ้น



เทคโนโลยีไม่ใช่ศัตรู แต่ต้องรู้วิธีใช้


บรูคส์ย้ำว่า เขาไม่ได้สนับสนุนให้ทุกคนเลิกใช้สมาร์ตโฟนหรือหนีออกจากโลกดิจิทัล เพราะในความเป็นจริง เทคโนโลยียังคงเป็นส่วนสำคัญของชีวิตประจำวัน

สิ่งสำคัญคือการใช้เทคโนโลยีให้เป็น “เครื่องมือ” ไม่ใช่ปล่อยให้มันเข้ามาแทนที่ประสบการณ์ ความสัมพันธ์ และคำถามสำคัญที่ทำให้ชีวิตมีคุณค่า

เขาเชื่อว่าเพียงแค่ปรับพฤติกรรมง่าย ๆ ได้แก่ งดใช้โทรศัพท์ในชั่วโมงแรกของวัน เก็บโทรศัพท์ระหว่างมื้ออาหาร และวางโทรศัพท์ก่อนนอน 1 ชั่วโมง ก็อาจช่วยให้ผู้คนรู้สึกเชื่อมโยงกับตัวเองและคนรอบข้างได้มากขึ้น พร้อมสร้างความหมายให้ชีวิตในระยะยาว

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง