รีเซต

เปิดรายชื่อ "4 บิ๊กเทคจีน" เตรียมหอบเงินลงทุนไทยกว่า 7 หมื่นล้าน ผลงานเยือนจีน

เปิดรายชื่อ "4 บิ๊กเทคจีน" เตรียมหอบเงินลงทุนไทยกว่า 7 หมื่นล้าน ผลงานเยือนจีน
TNN ช่อง16
19 กรกฎาคม 2569 ( 21:11 )
21

ข่าวดี! 4 บิ๊กเทคสัญชาติจีน จ่อลงทุนไทยกว่า 7 หมื่นล้าน มาครบทั้ง AI-เซมิคอนดักเตอร์-อีวี รัฐบาลไทยพร้อมเร่งอัปสกิลแรงงานรองรับ


นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยผลการนำ "ทีมไทยแลนด์" เข้าพบผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของจีน 4 บริษัท ระหว่างการเยือนจีน โดยระบุว่า นักลงทุนจีน โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง มีความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย และพร้อมขยายการลงทุนเพิ่มเติม โดยเฉพาะด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ควบคู่กับการพัฒนาทักษะแรงงานไทย เพื่อสร้างบุคลากรรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต


นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การหารือครั้งนี้ได้รับการยืนยันจากผู้บริหารทั้ง 4 บริษัทว่า มีแผนลงทุนในประเทศไทยรวมกว่า 70,000 ล้านบาทภายในปีนี้ โดยจะมุ่งเน้นอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและความแม่นยำสูง เช่น อุปกรณ์รับส่งสัญญาณแสง (Optical Transceiver) สำหรับธุรกิจ Data Center เซมิคอนดักเตอร์ ไมโครชิปสำหรับระบบสื่อสารความเร็วสูง รวมถึงการขยายกำลังการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV)


นายกรัฐมนตรีระบุว่า เม็ดเงินลงทุนดังกล่าวคาดว่าจะสร้างการจ้างงานคนไทยเพิ่มขึ้นอีกหลายหมื่นตำแหน่ง พร้อมย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับทักษะแรงงาน (Upskill) เพื่อให้คนไทยได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่จากบริษัทชั้นนำของโลกโดยตรง ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าและศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว


พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีมองว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนจีนเลือกประเทศไทยเป็นฐานการลงทุนอันดับต้น ๆ คือ ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน ระบบคมนาคม และสาธารณูปโภค รวมถึงศักยภาพในการเป็นฐานการผลิตนอกประเทศจีน เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านภูมิรัฐศาสตร์และการกระจายความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทานโลก


BOI นำทีมหารือ 4 บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ


นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และ BOI ได้หารือกับผู้บริหาร 4 บริษัทชั้นนำ ได้แก่ 

Xiaomi Corporation

ChangAn Automobile

InnoLight Technology 

และ Eoptolink Technology 

เพื่อผลักดันการลงทุนใหม่และสร้างความเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมแห่งอนาคตระหว่างไทยและจีน



ชวน Xiaomi ตั้งฐาน EV และศูนย์วิจัยในไทย


รัฐบาลได้เชิญชวน Xiaomi ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนอันดับ 3 ของโลก และผู้พัฒนาเทคโนโลยี AIoT กับยานยนต์ไฟฟ้า ให้พิจารณาขยายการลงทุนด้านการผลิต EV และจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาในประเทศไทย เพื่อใช้ไทยเป็นฐานสำหรับภูมิภาคอาเซียน


รัฐบาลยืนยันความพร้อมในการสนับสนุนผ่านมาตรการ "Thailand FastPass" การจัดหาพลังงานสะอาด การเชื่อมโยงซัพพลายเชนภายในประเทศ รวมถึงการเร่งผลักดันการเจรจา FTA ไทย-สหภาพยุโรป เพื่อเปิดตลาดส่งออกในอนาคต


ChangAn เตรียมเพิ่มกำลังผลิต EV เป็น 2 แสนคัน


ด้าน ChangAn Automobile ซึ่งเลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตแห่งแรกนอกประเทศจีนแบบครบวงจร มีแผนขยายกำลังการผลิตจาก 100,000 คันต่อปี เป็น 200,000 คันต่อปี ภายในปี 2573


นอกจากนี้ บริษัทเตรียมจัดตั้งสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคในประเทศไทย ดูแลบริษัทในเครือกว่า 40 แห่งทั่วโลก พร้อมตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนายานยนต์ไฟฟ้า และเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ โดยนายกรัฐมนตรีได้เชิญชวนให้บริษัทพิจารณาเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย


ดึงผู้นำโฟโตนิกส์ รองรับยุค AI Data Center


รัฐบาลยังได้หารือกับ InnoLight Technology และ Eoptolink Technology ซึ่งเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์รับส่งสัญญาณแสงความเร็วสูงระดับโลก ที่ใช้ใน AI Data Center ระบบโทรคมนาคม และโครงข่ายสื่อสารความเร็วสูง


InnoLight ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดโลกอันดับ 1 ได้ลงทุนในไทยแล้วกว่า 35,800 ล้านบาท มีโรงงานในจังหวัดสระบุรีและพระนครศรีอยุธยา จ้างงานคนไทยกว่า 12,000 คน และมีเป้าหมายเพิ่มเป็น 20,000 คนภายในปีนี้ พร้อมเตรียมสร้างโรงงานแห่งที่ 3 เพื่อรองรับความต้องการของอุตสาหกรรม AI Data Center ที่เติบโตต่อเนื่อง


ขณะที่ Eoptolink ผู้ผลิต Optical Transceiver อันดับ 2 ของโลก ได้เลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตแห่งแรกนอกประเทศจีน ลงทุนแล้วกว่า 10,000 ล้านบาท มีโรงงานในจังหวัดชลบุรีและระยอง จ้างงานคนไทยกว่า 9,000 คน และเตรียมขยายกำลังการผลิตเพิ่มเติม เพื่อรองรับความต้องการของตลาด AI และ Cloud Data Center ทั่วโลก



รัฐบาลหวังดึง R&D เพิ่มขีดแข่งขันไทย


นายนฤตม์ กล่าวว่า เป้าหมายของรัฐบาลไม่ใช่เพียงดึงฐานการผลิตเข้ามาในประเทศไทย แต่ต้องการให้บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกนำกิจกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เช่น การวิจัยและพัฒนา (R&D) และการพัฒนาบุคลากร มาดำเนินการในไทยมากขึ้น


การที่นายกรัฐมนตรีเดินทางเข้าพบผู้บริหารระดับสูงด้วยตนเอง ถือเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับความสัมพันธ์กับนักลงทุน ช่วยเพิ่มโอกาสให้ประเทศไทยได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี สร้างงานคุณภาพสูง และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่างยั่งยืน

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง