Outlook 2026 คนรุ่นใหม่มองการมีสุขภาวะที่ดีคือความหรูหรา

แน้วโน้มการมองเรื่องการดูแลสุขภาพกำลังเปลี่ยนไปในปี 2026 จากที่ถูกมองว่าเป็นเรื่องของคนสูงอายุ หรือ ต้องรอให้เจ็บป่วย ค่อยมาดูแลสุขภาพ แต่สำหรับคนรุ่นใหม่ การดูแลสุขภาพไม่เพียงเป็นความจำเป็นของชีวิต แต่ยังมีสถานะบ่งบอก "ความหรูหรา" ทางสังคม ซึ่งไม่ได้วัดจากกระเป๋าแบรนด์เนมหรือของฟุ่มเฟือยอีกต่อไป แต่สะท้อนผ่าน สุขภาพ รูปลักษณ์ และความสมดุลของชีวิต มากกว่า
ทำให้ ในปี 2026 นี้ Wellness หรือ การดูแลสุขภาวะ กำลังจะกลายเป็น “ความหรูหราแบบใหม่” ที่ขยายตัวไปไกลกว่าสปาหรืออาหารเสริม ครอบคลุมแทบทุกมุมของพฤติกรรมผู้บริโภค
สำหรับคน Gen Z ซึ่งหมายถึงคนที่เกิดช่วงพ.ศ. 2540-2555 และมิลเลนเนียล ที่เกิดช่วงปีพ.ศ. 2524 - 2539 การมีสถานะไม่ได้ถูกวัดจากการครอบครองสินค้าราคาแพงอีกต่อไป แต่การมองหาความหรูหราในชีวิต กำลังจะเป็นสิ่งที่สะท้อนผ่านสุขภาพ รูปลักษณ์ และความสมดุลของชีวิตมากกว่า
การวิเคราะห์ล่าสุดของ McKinsey ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า คนรุ่นใหม่ใช้จ่ายด้านสุขภาพมากกว่าคนรุ่นก่อนอย่างมีนัยสำคัญ โดยเน้นที่คุณภาพเป็นหลัก สำหรับคนรุ่นใหม่ไม่ใช่สิ่งจำเป็น แต่คือเป็นสัญลักษณ์ของการลงทุนในตัวเองและทุนทางสังคม
สุขภาพคือความหรูหรา สะท้อนผ่านอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโต
ตัวเลขสะท้อนภาพนี้ได้อย่างชัดเจน อุตสาหกรรม Health และ Wellness ทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์ และยังคงเติบโตอย่างรวดเร็ว โดย Gen Z คือแรงขับเคลื่อนสำคัญ
สำหรับคนรุ่นใหม่ แม้พวกเขาจะได้รับอิทธิพลจากโซเชียลมีเดีย แต่ก็ให้ความสำคัญกับงานวิจัยและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ พร้อมลงทุนอย่างจริงจังกับสินค้าเพื่อสุขภาพ ที่ให้คุณค่ากับคุณภาพมากกว่าราคา และแสดงความภักดีกับแบรนด์ที่มีทั้งความน่าเชื่อถือและความสอดคล้องทางวัฒนธรรม McKinsey จึงเรื่องผู้ซื้อกลุ่มนี้ว่าเป็น "กลุ่มลูกค้าที่มีประสิทธิภาพขั้นสูง"
ตัวอย่างที่สะท้อนแนวคิดนี้ได้ชัดเจนมาจากนิตยสาร You ซึ่งหญิงวัย 29 ปีรายหนึ่งเล่าว่าเธอใช้เงินถึง 627 ปอนด์ หรือเกือบ 27,000 บาทต่อเดือนกับการดูแลสุขภาพ ค่าใช้จ่ายดังกล่าวครอบคลุมสมาชิกฟิตเนสหรูสองแห่ง ที่เลือกไม่ใช่แค่เพื่อการออกกำลังกาย แต่รวมถึงความสะดวกและบรรยากาศ ตลอดจนอาหารเสริมระดับพรีเมียมและอาหารคุณภาพสูง สำหรับเธอแล้ว การดูแลสุขภาพเป็นมากกว่าการออกกำลังกาย แต่คือสกุลเงินทางสังคม เครื่องมือดูแลสุขภาพจิต และการลงทุนในไลฟ์สไตล์
ถ้าลองเปรียบกับคนรุ่นก่อน เมื่อกับที่รุ่นพ่อแม่เราเคยให้ความสำคัญกับแฟชั่นหรือการท่องเที่ยว
แนวโน้มการดูแลสุขภาพที่เป็นความหรูหรามั่งคั่ง ยังสะท้อนผ่านแบรนด์สินค้าอื่นๆ ที่ออกแบบผลิตภัณฑ์รองรับแนวทางดังกล่าว เช่นแบรนด์ Alo ทำหน้าที่เป็น Official Wellness Partner ด้วยการจัดพื้นที่ “Alo Oasis” ที่ถูกออกแบบให้เป็นดั่งสถานที่พักใจท่ามกลางความเร่งรีบของแฟชั่นวีค ผสานคลาสฝึกสติ ทรีตเมนต์ฟื้นฟู และบริการความงามแบบองค์รวมเข้ากับเสน่ห์ของแฟชั่นชั้นสูง Alo ยังขยายประสบการณ์ผ่านความร่วมมือกับแบรนด์ Wellness และความงามชั้นนำ
ทำให้ Alo Oasis เป็นมากกว่าแบรนด์ แต่กลายเป็นศูนย์กลางของการฟื้นฟูร่างกายและใจ และตอกย้ำว่า การดูแลสุขภาพสามารถทำหน้าที่เป็นทุนทางวัฒนธรรมได้อย่างแท้จริง โดยวางตำแหน่งแบรนด์ไว้ตรงจุดตัดของแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ และสุขภาวะแบบองค์รวม
อย่างไรก็ตาม การลงทุนด้านสุขภาพที่กำลังเติบโต ยังแฝงมาด้วยความเหนื่ยล้าในการวิ่งตามกระแสสังคม ตามที่ The Guardian สื่อจากอังกฤษ ที่รายงานว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา คน Gen Z ถูกยกให้เป็น “เจเนอเรชันแห่งการดูแลสุขภา” จากแนวโน้มการดื่มแอลกอฮอล์น้อย กินอาหารเพื่อสุขภาพ และหลีกเลี่ยงความสุดโต่ง แต่ในช่วงหลังเริ่มเห็นสัญญาณของการปรับสมดุล บางส่วนหันกลับไปดื่มแอลกอฮอล์และใช้ชีวิตกลางคืน เพื่อปลดปล่อยตัวเองจากการไล่ล่าการพัฒนาตัวเองอย่างไม่รู้จบ
รายงาน State of Mind ของ Lululemon ระบุว่า 61 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามรู้สึกถึงแรงกดดันทางสังคมอย่างท่วมท้นที่จะต้องดูสุขภาพดี
ขณะที่ 53 เปอร์เซ็นต์รู้สึกสับสนจากข้อมูลที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับวิธีดูแลสุขภาวะ แทนที่การดูแลสุขภาพ จะช่วยลดความเครียด มันกลับกลายเป็นแหล่งความกังวลเสียเอง
มองหาความสมดุล
แล้วจะหาความสมดุลได้อย่างไร? คือคำถามที่ เหล่าผู้กระตือรือล้นด้านสุขภาพ (Health Enthusiast) กำลังสงสัยและต้องการคำตอบ
สำหรับ Gen Z การดูแลสุขภาพเกี่ยวข้องกับการพัฒนาตัวเอง รูปลักษณ์ และสถานะทางสังคม แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จจะนำเสนอ สุขภาพในฐานะความใฝ่ฝันที่พรีเมียมแต่เอื้อมถึง ผสานความน่าเชื่อถือทางวิทยาศาสตร์เข้ากับอารมณ์และความรู้สึก สร้างประสบการณ์ที่ต่อเนื่องและก่อให้เกิดชุมชน
การดูแลสุขภาพที่แท้จริงไม่ใช่การพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้ง แต่คือความสมดุล ความสุข และความหมายส่วนบุคคล
แน่นอนว่า หากมองว่าเป็นเทรนด์ ย่อมเป็นสิ่งที่จะค่อยๆ จางหายไป เมื่อมีเทรนด์ใหม่มาแทนที่ ดังนั้น ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า การมองเรื่องการดูแลสุขภาพเป็นเหมือน "การลงทุนรอผลตอบแทนในระยะยาว" เป็นสิ่งที่เป็นจริง และควรเป็นเป้าหมายหลักของคนรุ่นใหม่มากกว่า
การดูแลสุขภาพ คือการลงทุนระยะยาว
เมื่อพูดว่าเป็นการลงทุนระยะยาว การออกดอกผล อาจจะไม่เห็นในเร็ววัน แต่ถ้าหากลองจินตนาการ ตัวเองในอนาคต อีก 20-30 ปี ภาพที่เรามองจะเปลี่ยนไป
ถ้าไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร การเริ่มต้นจากการตั้งเป้าหมายสุขภาพระยะยาวให้ชัดเจนทำได้ง่ายที่สุด ไม่ใช่แค่อยากผอมหรือแข็งแรงในช่วงสั้น ๆ แต่เป็นเป้าหมายที่เชื่อมโยงกับชีวิต เช่น อยากทำงานได้ดีต่อเนื่องถึงวัยเกษียณ อยากมีพลังเดินทางหรือใช้ชีวิตได้อย่างอิสระในระยะยาว หรือไม่อยากป่วยหรือเสียเงินไปกับการรักษาในโรงพยาบาลตอนแก่ เมื่อมีเป้าหมายที่ชัด การตัดสินใจดูแลสุขภาพในแต่ละวันจะมีทิศทาง ไม่หลุดง่าย
การลงทุนระยะยาวต้องสม่ำเสมอ ไม่ใช่ทุ่มครั้งเดียวแล้วจบ สุขภาพก็เช่นกัน การดูแลตัวเองเล็ก ๆ ทุกวัน เช่น เดินให้มากขึ้น กินผักเพิ่มอีกหนึ่งมื้อ หรือเข้านอนให้เร็วขึ้นครึ่งชั่วโมง อาจดูเหมือนไม่เห็นผลทันที แต่เมื่อสะสมไปเรื่อย ๆ จะเกิดผลลัพธ์ทบต้นเหมือนดอกเบี้ยระยะยาว งานวิจัยจำนวนมากชี้ว่าพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่ทำต่อเนื่องมีผลต่อสุขภาพมากกว่าการเปลี่ยนแปลงแบบหักโหมแล้วเลิกกลางทาง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
