รีเซต

โลกเปลี่ยน พลังงานต้องปรับ ปี 2026 ยุคพลังงานสะอาด รองรับ AI และเศรษฐกิจ

โลกเปลี่ยน พลังงานต้องปรับ  ปี 2026 ยุคพลังงานสะอาด  รองรับ AI และเศรษฐกิจ
TNN ช่อง16
1 มกราคม 2569 ( 12:00 )
15

เมื่อโลกในยุคปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ด้วยวิวัฒนาการต่าง ๆ ที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดด ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเทคโนโลยี หรืออุตสาหกรรมต่างๆ ทำให้ทั่วโลกต่างมองหาแหล่งพลังงานหมุนเวียนใหม่ นอกจากน้ำมันที่มนุษย์ใช้มาอย่างยาวนาน ซึ่งส่งผลเสียต่อโลกในเรื่องการปล่อยคาร์บอน หรือบรรดาก๊าซเรือนกระจก นำไปสู่ภาวะโลกร้อน 

ยุคของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และสมาร์ทกริด ที่ต้องใช้พลังงานมหาศาลในการประมวลผล นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ไฟฟ้าทั่วโลก มีการคาดการณ์ว่าในปี 2026 AI จะใช้พลังงานเพิ่มขึ้นทางเดิมเป็นสองเท่า รวมไปถึงรถยนต์ไฟฟ้าด้วย 

สำหรับการมองหาพลังงานใหม่เป็นสิ่งที่มนุษย์ให้ความสำคัญเสมอ นอกจากจากใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลจำพวกถ่านหิน หรือพลังงานน้ำ ยังมีแหล่งพลังงานที่มาจากอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกในปี 2026 เน้นในเรื่องของพลังงานสะอาด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 

แนวโน้มของพลังงานหมุนเวียนในปี 2026

หนึ่งในพลังงานที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงมากที่สุดคือ “พลังงานจากลมและแสงอาทิตย์” โดยในปีที่ผ่านมามีการนำพลังงานเหล่านี้มาทำการผลิตไฟฟ้า จนเติบโตแซงหน้าพลังงานจากถ่านหิน ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด

โดยคาดว่าในปี 2026 จะมีการเติบโตด้านพลังงานสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากหลายประเทศได้ลงลงทุนอย่างหนักในพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม ระบบจัดเก็บพลังงาน และระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ ซึ่งเป็นตัวกำหนดอนาคตของการผลิตพลังงาน

มีการลงทุนพัฒนาวัสดุในการผลิตพลังงาน อาทิ แผงโซลาร์เซลล์ และการออกแบบกังหันขนาดใหญ่ เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการผลิตพลังงานจากลมและแสงอาทิตย์ สามารถแข่งขันกับการใช้เชื้อเพลิงจากฟอสซิล และถ่านหินได้มากขึ้น 

การเติบโตของเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทำให้สามารถจัดเก็บพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยรูปแบบของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน แบตเตอรี่โซลิดสเตท และแบตเตอรี่ทางเลือกอื่นๆ ซึ่งช่วยเพิ่มความหนาแน่นของพลังงาน อายุการใช้งาน และประสิทธิภาพด้านต้นทุน เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยเอาชนะความท้าทายเรื่องความไม่สม่ำเสมอที่เกี่ยวข้องกับพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม ทำให้มั่นใจได้ถึงการจ่ายพลังงานที่เสถียรและต่อเนื่อง

 พลังงานจากลม

หนึ่งในรูปแบบพลังงานทางเลือกที่มนุษย์รึเริ่มใช้มาตั้งแต่ 5,000 ปี ก่อนคริสตกาล จนถึงปัจจุบันก็ยังใช้อยู่ คาดว่าการผลิตพลังงานจากลมในทะเลยุโรปจะพุ่งขึ้นเป็นสองเท่าในปี 2026 โดยมี สหราชอาณาจักร, เยอรมนี และเดนมาร์ก เป็นผู้นำ ความก้าวหน้าการออกแบบกังหันลม แท่นกังหันลมลอยน้ำ และการติดตั้งในทะเลลึก พลังงานลมในทะเลจึงมีความเป็นไปได้และคุ้มค่ามากขึ้น

ฟากของละตินอเมริกา อย่างประเทศบราซิล และโคลอมเบีย ก็กำลังพัฒนาโครงการพลังงานจากลมด้วย เนื่องจากภูมิภาคของพวกเขามีความเหมาะสม มีแนวชายฝั่งทะเลที่กว้างใหญ่ การใช้ประโยชน์จากกระแสลมในทะเล มาแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานจึงเป็นสิ่งที่กำลังได้รับความสนใจ 

พลังงานจากแสงอาทิตย์

สำหรับพลังงานจากแสงอาทิตย์ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นพลังงานสะอาดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คาดการณ์ว่าในปี 2026 ทั่วโลกจะนำพลังงานจากแสงอาทิตย์มาเปลี่ยนเป็นรูปแบบของไฟฟ้าเพิ่มขึ้นหลายเท่า ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทำให้ผู้คนสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และยังลดต้นทุนกว่าแหล่งพลังงานหลักอย่างฟอสซิล และถ่านหิน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อินเดียถือเป็นหนึ่งในประเทศแถวหน้าของโลก ที่แนวโน้มอุตสาหกรรมพลังงานเติบโตขึ้นอย่างมาก โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีมากกว่า 15% ตั้งแต่ปี 2016 จากข้อมูลของกระทรวงพลังงานใหม่และพลังงานหมุนเวียน (MNRE) กำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนที่ติดตั้งทั้งหมดของอินเดียอยู่ที่ประมาณ 190 กิกะวัตต์ (ไม่รวมพลังงานน้ำขนาดใหญ่) และมากกว่า 220 กิกะวัตต์หากรวมพลังงานน้ำแล้ว ณ ปลายปี 2025 และคาดว่าจะเกิน 250 กิกะวัตต์ภายในปี 2027 ซึ่งเน้นย้ำบทบาทของอินเดียในฐานะหนึ่งในตลาดไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

นอกจากพลังงานลมและแสงอาทิตย์ ยังมีพลังงานทางเลือกอื่น ๆ ที่กำลังได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อาทิ ไฮโดรเจนเขียว, พลังงานชีวมวลจากวัสดุอินทรีย์ต่างๆ รวมไปถึงพลังงานจากขยะ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง