Chinamaxxing ครองโซเซียล เมื่อคนรุ่นใหม่หันใช้ชีวิตแบบจีน

กินน้ำร้อน ไม่เดินเท้าเปล่าในบ้าน ตุ๋นแอปเปิ้ล กินเกี๊ยว เทรนด์การดูแลสุขภาพที่มีรากฐานมาจากจีนเหล่านี้กำลังครองโซเซียล ถ้าคุณเปิดเข้าไปในติ๊กต๊อกคุณอาจจะต้องตกใจ เมื่อคนรุ่นใหม่ Gen Z หันมาสนใจการดูแลสุขภาพตามแบบประเทศจีน หรือ ที่เรียกกันว่า Chinamaxxing
Chinamaxxing คืออะไร
Chinamaxxing เป็นเทรนด์ไลฟ์สไตล์ใหม่บนโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้ Gen Z ผ่านวิดีโอบนแพลตฟอร์มอย่าง TikTok และ Instagram ผู้ใช้จำนวนมากกำลังแชร์การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมจีน โดยบางคนใช้แฮชแท็กอย่าง newlychinese
การเปลี่ยนแปลงนี้ มีตั้งแต่การเลิกดื่มน้ำเย็นแล้วหันมาดื่มน้ำต้มอุ่น การฝึกไทเก๊กหรือชี่กงเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรยามเช้า ไปจนถึงการใช้ชีวิตให้ช้าลงในแต่ละวัน สำหรับสาวๆ คุณอาจจะได้เห็นคอนเทนต์อย่างการต้มแอปเปิ้ลกับพุทราจีนและเก๋ากี๋ ดื่มเพื่อบำรุงผิวพรรณ
เจสัน มอร์ริส เจ้าของและซีอีโอของ Profit Engine มองว่า เทรนด์นี้ไม่ใช่แค่การหยิบเอาพฤติกรรมบางอย่างมาใช้เท่านั้น แต่สะท้อนว่าคนรุ่นใหม่กำลังมองหาวิธีใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพในยุคนี้มากขึ้น คือ ทำได้เองที่บ้าน ไม่ซับซ้อน ไม่ต้องเสียเงินหรือใช้เวลานาน
ขณะเดียวกัน โซเชียลมีเดียได้กลายเป็นพื้นที่ที่คนทำงานรุ่นใหม่เปิดกว้างในการสำรวจทางเลือกอื่นนอกเหนือจากการทำงานหนักแบบเดิม เมื่อเห็นเทรนด์แบบนี้ได้รับความนิยม ก็สะท้อนให้เห็นว่าผู้คนรู้สึกว่ามีบางอย่างขาดหายไปในชีวิต และรวมไปถึงในที่ทำงานของพวกเขาด้วย
ความเครียดที่เกิดขึ้นจากการทำงาน สังคม และแรงกดดันในคนรุ่นใหม่สะท้อนผ่าน ปรากฏการณ์ “quiet quitting” ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ปีก่อน ซึ่งหมายถึงการที่พนักงานทำงานเฉพาะหน้าที่ตามที่ระบุไว้ในขอบเขตงาน และปฏิเสธที่จะทำเกินกว่านั้น ปัจจุบันได้กลายเป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไป โดยในปีที่ผ่านมา มีพนักงานถึง 19 เปอร์เซ็นต์ที่ทำงานเพียงเท่าที่จำเป็น มักเป็นเพราะรู้สึกว่าทักษะของตนถูกมองข้ามหรือไม่ได้ถูกนำมาใช้
สิ่งที่เทรนด์ทั้งสองมีเหมือนกันคือ "การให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลในชีวิตมากขึ้น" โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z ที่ผลักดันเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นลำดับความสำคัญมากกว่าคนรุ่นก่อนหน้า ปัจจุบันมีพนักงาน 28 เปอร์เซ็นต์ที่มองว่าสมดุลระหว่างงานกับชีวิตเป็นแรงจูงใจหลักในการทำงาน
ขณะที่พนักงาน 79 เปอร์เซ็นต์ต้องเผชิญกับความเครียดจากการทำงานเป็นประจำ และจำนวนวันลาป่วยเพิ่มขึ้นเป็นค่าเฉลี่ย 9.4 วันต่อคนต่อปีในปี 2025 มอร์ริสระบุว่า ประเด็นที่อยู่เบื้องหลัง “Chinamaxxing” เป็นสิ่งที่นายจ้างทุกคนควรให้ความสนใจ เนื่องจาก คน Gen Z กำลังมองหาวิถีชีวิตที่ให้ความสำคัญกับการพักผ่อน กิจวัตร และสุขภาวะส่วนบุคคลอย่างจริงจัง และพวกเขาไม่ได้ทิ้งคุณค่าเหล่านี้ไว้หน้าประตูเมื่อก้าวเข้าสู่ที่ทำงาน
Chinamaxxing มีอะไรบ้าง
เนื่องจาก Chinamaxxing เป็นการทำเอาวัฒนธรรมของจีนมาประยุกต์เข้าไลฟ์สไตล์ของคนยุกต์เราเลยจะเห็น คอนเทนต์ตื่นมาดื่มน้ำอุ่น เพื่อปลุกร่างกาย ไม่ดื่มน้ำแข็งหรือน้ำเย็น ตามความเชื่อศาสตร์แพทย์แผนจีน ที่ระบุว่า การดื่มของเย็นจะทำให้หยินหยางขาดสมดุล ส่งผลให้ป่วยง่าย
คนจีนยังเชื่ออีกว่า น้ำเย็นอาจทำให้ระบบย่อยทำงานช้าลง เพราะความเย็นไปลดการทำงานของกระเพาะ ในขณะที่น้ำอุ่นช่วยให้ระบบย่อยทำงานได้ดีขึ้น เลือดไหลเวียนได้ดีกว่า
เช่นเดียวกัน การใช้รองเท้าสลิปเปอร์ในบ้าน เพื่อรักษาความอบอุ่นของเท้า หากคุณไม่ได้เกิดในเมืองจีน หรืออยู่ใกล้ชิดวัฒนธรรมจีน การใช้สลิปเปอร์ในบ้านอาจะทำหรือไม่ทำก็ได้ แต่สำหรับคนจีน เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะการปล่อยเท้าเปลือยเปล่า ความเย็นจากพื้นจะกระทบระบบของร่างกาย นอกจากนี้ การเปลี่ยนรองเท้า ก่อนเข้าบ้าน ยังช่วยป้องกันเชื้อโรคและสิ่งสกปรกที่ติดมากับเท้า
อย่างสุดท้าย คือการต้มชา หรือเครื่องดิ่มสมุนไพร ตามแบบฉบับจีน อย่างที่เห็นได้บ่อยคือ สาวๆ จะนิยมต้มแอปเปิ้ล ใส่พุทราจีนและเก๋ากี๋ ดื่มร้อนๆ เชื่อมาช่วยบำรุงผิวพรรณ ทำให้ผิวกระจ่าใส่ เพราะแอปเปิ้ลมีวิตามินซีสูง เป็นต้น