EU ต้องควักมหาศาล จ่อจ่ายปีละ 70,000 ล้านยูโร แลกความอยู่รอดในโลกเดือด

สหภาพยุโรป (EU) จะต้องลงทุนประมาณ 70,000 ล้านยูโรต่อปี จนถึงปี 2050 เพื่อเสริมความแข็งแกร่งต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติตามที่อุณหภูมิโลกสูงขึ้น นี่เป็นตัวเลขที่มาจากการศึกษาฉบับใหม่ที่มอบหมายโดย คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ผ่าน Directorate-General for Climate Action (DG CLIMA) ซึ่งดำเนินการภายใต้โครงการ Horizon Europe เพื่อช่วยให้ผู้กำหนดนโยบายเห็นภาพชัดเจนว่า ยุโรปต้องเตรียมพื้นที่และระบบมากแค่ไหนเพื่อรับมือกับโลกร้อนที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
รายงานที่เปิดเผยในเดือนมกราคม 2026 เป็นความพยายามครั้งแรกในการประเมินความต้องการการลงทุนเพื่อการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศทั้งในระดับ EU และระดับประเทศสมาชิก โดยใช้วิธีการวิเคราะห์ชุดเดียวที่ชัดเจนและโปร่งใส การลงทุนที่จำเป็นรวมถึงหลายด้าน เช่น:
- โครงสร้างพื้นฐาน ประมาณ 30,000 ล้านยูโรต่อปี เพื่อเสริมความแข็งแรงของเครือข่ายคมนาคม อาคาร ระบบพลังงาน และโครงสร้างจัดการน้ำ ให้สามารถทนต่อสภาพอากาศสุดขั้วได้
- ระบบนิเวศ ประมาณ 21,000 ล้านยูโรต่อปี สำหรับแนวทางแก้ไขแบบธรรมชาติ เช่น พื้นที่ชุ่มน้ำ ป่าไม้ และพื้นที่สีเขียวในเมือง เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศ พร้อมเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพและคุณประโยชน์ด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
- ความมั่นคงทางอาหาร ประมาณ 12,000 ล้านยูโรต่อปี สำหรับการปรับปรุงการทำเกษตร การประมง และห่วงโซ่อาหารให้มีความยืดหยุ่นต่อความแห้งแล้ง น้ำท่วม และความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ
การศึกษาพบว่าความต้องการการลงทุนแตกต่างกันไปตามแต่ละประเทศสมาชิกของ EU โดยประเทศอย่าง ฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมนี และสเปน มีความต้องการสูงกว่า เนื่องจากขนาด ประชากร และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มากกว่า นอกจากนี้ ความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศก็แตกต่างกันตามแถบภูมิศาสตร์ เช่น ยุโรปตอนใต้เผชิญความร้อนและภัยแล้งมากกว่า ขณะที่ยุโรปเหนือและชายฝั่งต้องเผชิญกับน้ำท่วมและระดับน้ำทะเลสูงขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการวางแผนระดับชาติที่เฉพาะเจาะจงสำคัญไม่แพ้กันกับการจัดทำยุทธศาสตร์รวมของ EU
การประเมินของ DG CLIMA ใช้วิธีการสี่ขั้นตอน ตั้งแต่การระบุความเสี่ยงตามการประเมินความเสี่ยงภูมิอากาศของยุโรปปี 2024 และแผนการปรับตัวระดับชาติ ไปจนถึงการสรุปต้นทุนสำหรับมาตรการสำคัญ และขยายผลให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของแต่ละประเทศโดยละเอียด เพื่อให้ผลลัพธ์สามารถตรวจสอบและปรับปรุงได้เมื่อมีข้อมูลใหม่เข้ามา
ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าการเงินสำหรับการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศใน EU ยังไม่เพียงพอ ปัจจุบันทรัพยากรทั้งจากภาครัฐและเอกชนยังไม่สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงของการเตรียมความพร้อมต่อภัยภูมิอากาศที่เพิ่มขึ้น ความสำคัญของการลงทุนเพื่อสร้างความยืดหยุ่นนั้นไม่เพียงช่วยลดความสูญเสียจากภัยธรรมชาติ แต่ยังเสริมแรงต่อการลดก๊าซเรือนกระจกและเพิ่มความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจโดยรวม การบูรณาการการประเมินความเสี่ยงและมาตรการด้านสภาพภูมิอากาศเข้าไว้ในการวางงบประมาณของแต่ละประเทศจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับอนาคตของ EU
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
