รีเซต

โลกจับตา “ฟาสต์แฟชั่น” ตัวการขยะสิ่งทอมหาศาล ดันกระแสแฟชั่นยั่งยืน

โลกจับตา “ฟาสต์แฟชั่น” ตัวการขยะสิ่งทอมหาศาล ดันกระแสแฟชั่นยั่งยืน
TNN ช่อง16
12 มีนาคม 2569 ( 16:35 )
12

อุตสาหกรรมแฟชั่นแบบฟาสต์แฟชั่นกำลังถูกจับตามองมากขึ้นในฐานะหนึ่งในภาคการผลิตที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระดับโลก หลายประเทศจึงเริ่มตื่นตัวและหันมาให้ความสำคัญกับแนวทางแฟชั่นที่ยั่งยืนมากขึ้น

หนึ่งในเวทีที่สะท้อนประเด็นดังกล่าวคือ Nairobi Fashion Week ในประเทศ Kenya ซึ่งปีนี้ดีไซเนอร์หลายคนได้นำเสนอผลงานภายใต้ธีม “Decarbonize” เพื่อสื่อสารถึงการลดการปล่อยคาร์บอน การผลิตอย่างมีความรับผิดชอบ และการใช้เสื้อผ้าให้ยาวนานขึ้น หลายคอลเลกชันเลือกใช้ผ้าอัพไซเคิลและวัสดุหมุนเวียนเป็นหลัก


หนึ่งในตัวอย่างที่โดดเด่นคือผลงานของดีไซเนอร์ชาวเคนยา John Kawege ซึ่งใช้วัสดุอัพไซเคิลถึงร้อยละ 80 โดยส่วนใหญ่มาจากตลาดเสื้อผ้ามือสองในท้องถิ่น พร้อมย้ำว่าการออกแบบเชิงหมุนเวียนสามารถสร้างทั้งความสวยงามและช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ในแต่ละปีมีการผลิตเสื้อผ้าใหม่ทั่วโลกมากถึง 80,000–100,000 ล้านชิ้น แต่กว่า 73% ของเสื้อผ้าเหล่านี้ถูกเผาหรือฝังกลบ กลายเป็นขยะจำนวนมหาศาล ขณะที่กระบวนการผลิตเสื้อผ้ายังใช้น้ำในปริมาณสูง ตัวอย่างเช่น การผลิตกางเกงยีนส์เพียงหนึ่งตัวต้องใช้น้ำมากถึง 7,500 ลิตร เทียบเท่าปริมาณน้ำดื่มของคนหนึ่งคนตลอดระยะเวลา 7 ปี

นอกจากนี้ ในแต่ละปียังมีไมโครไฟเบอร์จากเสื้อผ้าประมาณ 500,000 ตันถูกปล่อยลงสู่มหาสมุทร กลายเป็นมลพิษที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมแฟชั่นยังเป็นแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกขนาดใหญ่ โดยมีการปล่อยคาร์บอนรวมมากกว่าการปล่อยก๊าซจากเที่ยวบินระหว่างประเทศและการขนส่งทางทะเลรวมกัน


ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากอุตสาหกรรมฟาสต์แฟชั่นยังดำเนินต่อไปในรูปแบบเดิม ภาระต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น จึงจำเป็นต้องเร่งผลักดันแนวคิดแฟชั่นที่ยั่งยืน การใช้ซ้ำ และการลดขยะสิ่งทอ เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อโลกในระยะยาว


ข่าวที่เกี่ยวข้อง