รีเซต

เปิดกลยุทธ์ลงทุนหุ้นแบงก์ ชูKTBหุ้นปลอดภัย-ยิลด์สูง

เปิดกลยุทธ์ลงทุนหุ้นแบงก์ ชูKTBหุ้นปลอดภัย-ยิลด์สูง
ทันหุ้น
23 มิถุนายน 2569 ( 08:30 )
2

#หุ้นกลุ่มแบงก์ #ทันหุ้น กูรูมอง ภาพรวมเศรษฐกิจดูดีขึ้น เริ่มเห็นการเบิกจ่ายงบประมาณจากภาครัฐ คาด GDP ไตรมาส 3/2569 จะเติบโตได้ดีกว่าไตรมาสก่อน หนุนหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ แต่แนะเลือกลงทุนเป็นรายตัว ชู KTB  เด่นสุดในกลุ่มแบงก์ใหญ่ จากมองเป็นหุ้นปลอดภัย ยิลด์สูง7.6%   ส่วน KBANK สินเชื่อเดือนพฤษภาคมโตมากสุด-ปันผล 7%  ด้าน KKP คาดกำไรปีนี้โต 20%

นายกรกช เสวตร์ครุตมัต ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยดูดีขึ้น ส่งผลให้สินเชื่อเริ่มกลับมาเติบโตเป็นบวก โดยตั้งแต่ต้นปีขยายตัวกว่า 1% อีกทั้งธนาคารเริ่มมีความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนเงินกู้ได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับการออกหุ้นกู้ เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้น

@ภาพรวมศก.ดีขึ้น

รวมถึงเริ่มเห็นการเบิกจ่ายงบประมาณจากภาครัฐ และโครงการต่างๆ เช่น ผู้รับเหมาโครงการรัฐ และการลงทุนใน Data Center ซึ่งจะเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยดึงยอดสินเชื่อของธนาคารขนาดใหญ่ให้กลับมา ขณะที่ SME คาดว่าจะเริ่มขยายตัวในช่วงครึ่งปีหลัง ส่วนรายย่อยสินเชื่อรถยนต์ยังอยู่ในเกณฑ์ดี แต่สินเชื่อบ้านยังคงค่อนข้างแย่

ในส่วนการประชุม กนง. ในวันที่ 24 มิถุนายน คาดว่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ย  แต่ท่าทีที่เป็นกลางและเป็นบวกต่อเศรษฐกิจมากขึ้น ซึ่งคาดการณ์ GDP ปีนี้ไว้ที่ประมาณ 2% โดยในไตรมาสที่ 3 มีแนวโน้มที่จะเติบโตดีกว่าไตรมาสที่ 2 หรืออาจจะดีที่สุดเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี  โดยคาดว่าทั้งปีนี้จะไม่มีปัจจัยลบเพิ่มแล้ว เนื่องจากเรื่องส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยจบไปแล้ว และเหตุการณ์ในตะวันออกกลางไม่ได้ส่งผลให้ต้องตั้งสำรองเพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ

@KTB เด่นสุด

ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนหุ้นกลุ่มธนาคารแนะนำลงทุน แต่ต้องเลือกเป็นรายตัว  ซึ่งฝ่ายวิจัยแนะนำ  KTB เนื่องจากมีความปลอดภัยสูงเพราะมีสัดส่วนลูกค้าองค์กร และสินเชื่อภาครัฐโดยตรงถึง 20% กว่า ทำให้ความเสี่ยงจาก SME ต่ำ คาดว่ากำไรปีนี้จะเติบโตเมื่อเทียบ YoY และสามารถควบคุม NPL ได้ดี ทำให้ลดการตั้งสำรองลงได้ ขณะที่มีผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ 7.6% สูงสุดในกลุ่ม หากถือยาว 1 ปี คาดหวังผลตอบแทนรวมได้ประมาณ 10% ให้ราคาเป้าหมายที่ 37 บาท แนะนำให้รอจังหวะหุ้นย่อตัวลงมาที่ระดับ 33-35 บาท เพื่อเข้าสะสม

รวมถึงหุ้น KKP โดดเด่นในด้านรายได้ค่าธรรมเนียมและธุรกิจตลาดทุน (Wealth Management และ Broker) ที่กำลังฟื้นตัว คาดการณ์กำไรเติบโตเกือบ 20% ซึ่งถือว่าเติบโตดีที่สุดในกลุ่มในปีนี้ มี ROE สูงถึง 11% และมีโอกาสที่ราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (Price to Book) จะขยับขึ้นเกิน 1 เท่า และมี Dividend Yield ที่ 7.5% ให้ราคาเป้าหมายไว้ที่ 105 บาท ซึ่งยังมี Upside อีกพอสมควร ให้ราคาแนวรับประมาณ 90 บาท

ส่วนหุ้นธนาคารที่ยังไม่แนะนำ คือ SCB มีความกังวลเรื่องคุณภาพสินทรัพย์ โดยเฉพาะ NPL ในกลุ่มธุรกิจบ้านและรถยนต์ที่ยังเห็นการปรับตัวสูงขึ้น แม้ปันผลจะอยู่ที่ประมาณ 7% แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่า KTB น่าสนใจกว่าในแง่คุณภาพ และ BBL มีปันผลค่อนข้างน้อยประมาณ 5% กว่า และมี ROE ต่ำกว่าคู่แข่ง แม้ช่วงนี้ราคาจะขยับขึ้นจากการเชียร์ของโบรกเกอร์ต่างชาติหรือการไล่ซื้อหุ้นที่ราคายัง Laggard แต่ในเชิงพื้นฐานยังดูน่าสนใจน้อยกว่าตัวอื่น

@สินเชื่อ KBANK โตเด่น

นางสาวชยาภรณ์  โตเจริญ เป็นนักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า  กลุ่มธนาคารกลุ่มธนาคารจะได้ประโยชน์โดยตรงเมื่อวัฏจักรการลงทุนกลับมา  โดยคาดว่าจะเห็นภาพการปรับมูลค่าของหุ้นกลุ่มธนาคารขึ้นมาในระดับ 0.3 - 0.4 เท่า

ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยยกให้ KBANK เป็นหุ้นเด่นเนื่องจากรายงานตัวเลขสินเชื่อเดือนพฤษภาคมมากสุดในกลุ่ม  ระดับ 2.2% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน และคาดว่า Dividend Yield ที่  7% ให้ราคาแนวรับอยู่ที่ 203 บาท แนวต้าน 208-212 บาท   และ KTB แม้รายงานตัวเลขสินเชื่อหดตัวมากที่สุดในกลุ่ม ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการเบิกจ่ายสินเชื่อภาครัฐที่น้อยลง แต่ยังมองเห็นมองเห็นปัจจัยสนับสนุนเรื่องการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและรอรับอานิสงส์จากการลงทุนรอบใหม่ รวมถึงเงินปันผลที่คาดว่าจะยังคงอยู่ในระดับสูง แนะนำซื้อราคา 38 บาท

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง