ธนารักษ์ผนึก 5 หน่วยงาน เปิดโครงการ “ธนารักษ์เอื้อราษฎร์ยั่งยืน” ปลดล็อกสิทธิขอน้ำ-ไฟ-บ้านเลขที่

#ทันหุ้น กรมธนารักษ์ จับมือ 5 หน่วยงาน ทำโครงการต้นแบบ “ธนารักษ์เอื้อราษฎร์ยั่งยืน” ปลดล็อกสิทธิขอน้ำ-ไฟ ขอบ้านเลขที่ได้ นำร่องบึงบอระเพ็ด พร้อมเร่งทำสัญญาเช่าที่ราชฯ ช่วยชาวบ้านอีก 2 หมื่นครัวเรือน
นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมฯได้ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกับ 5 หน่วยงาน ได้แก่ กรมธนารักษ์, กรมการปกครอง, กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) และการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) เพื่อทำโครงการต้นแบบ ธนารักษ์เอื้อราษฎร์ยั่งยืน โดยนำร่องพื้นที่สัญญาเช่าที่ราชพัสดุ ในบึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ มาแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของประชาชน หลังจากพบว่าในอดีตประชาชนในพื้นที่ จะไม่สามารถเข้าถึงระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานได้อย่างถูกต้อง จนต้องมีการพ่วงไฟหรือเจาะน้ำบาดาลมาใช้เอง แต่ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้
“ความร่วมมือครั้งนี้ กรมการปกครองและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะเข้ามาอำนวยความสะดวกในการออกใบอนุญาตปลูกสร้างและกำหนดเลขที่บ้าน จากนั้น กฟภ. และ กปภ. จะดำเนินการขยายเขตบริการไฟฟ้าและระบบประปาเข้าสู่พื้นที่ที่มีการจัดให้เช่า ซึ่งจะช่วยให้ราษฎรสามารถยื่นขอมิเตอร์น้ำและไฟได้อย่างถูกต้องทันที ยกระดับความเป็นอยู่ของชุมชน สำหรับพื้นที่นำร่องของโครงการต้นแบบนี้ตั้งอยู่ที่บริเวณที่ราชพัสดุ บึงบอระเพ็ด จ.นครสวรรค์ เลขทะเบียนว.339 โดยปัจจุบันมีการจัดให้ราษฎรเช่าเพื่ออยู่อาศัยและทำกินอย่างถูกต้องไปแล้ว จากนั้นจะขยายพื้นที่อื่นต่อไปทั่วประเทศ”
อธิบดีกรมธนารักษ์กล่าวว่า ภายหลังจากประชาชนได้รับเอกสารสิทธิ์การเช่าที่ถูกต้องแล้ว จะสามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและสินเชื่อเงื่อนไขผ่อนปรนจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี ดี แบงก์ได้ ขณะที่ ธนาคารกรุงไทยได้เข้ามาช่วยอบรมการทำบัญชีครัวเรือน ควบคู่ไปกันไปด้วย
ส่วนของแผนงานระยะยาว กรมธนารักษ์ตั้งเป้าหมายที่จะใช้โมเดลความร่วมมือนี้ในการกระจายความช่วยเหลือไปทั่วประเทศที่มีการดำเนินโครงการธนารักษ์เอื้อราษฎร์ ซึ่งภาพรวมตั้งแต่ปี 47 มีการมอบสัญญาเช่าให้ประชาชนไปแล้วกว่า 180,000 ครัวเรือน และปัจจุบันยังคงเหลือเอกสารสิทธิ์ที่ต้องเร่งดำเนินการอีกประมาณ 20,000 ราย โดยกรมธนารักษ์ได้ทำข้อตกลงร่วมกับกระทรวงการคลัง วางกรอบเวลาเดินหน้าเชิงรุกส่งเจ้าหน้าที่เข้าชี้แจงทำความเข้าใจกับชาวบ้านถึงประโยชน์ของการมีเอกสารสิทธิ์ที่ถูกต้อง และตั้งเป้าจะเร่งรัดขับเคลื่อนโครงการให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ภายในเวลา 4 ปีข้างหน้า โดยกำหนดเป้าหมายไว้ปีละ 5,000 ราย เพื่อสร้างความมั่นคงที่ยั่งยืนให้แก่ภาคครัวเรือนทั่วประเทศ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
