รีเซต

เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้

เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้
ทันหุ้น
21 สิงหาคม 2569 ( 09:25 )
15

#ทันหุ้น – บล.ฟินันเซีย ไซรัส มองแนวโน้มตลาดวันนี้ คาดว่า SET Index จะแกว่งตัว Sideways to Sideways Down ในกรอบ 1,600-1,615 จาก Bond Yield สหรัฐฯ ที่กลับมาดีดตัวขึ้นอีกครั้ง กดดันบรรยากาศการลงทุน ตลาดเริ่มให้น้ำหนักน้อยลงต่อการเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ซึ่งสอดคล้องกับที่่เราประเมินว่ามาตรการดังกล่าวไม่ได้แก้ปัญหาและลดความกังวลต่อฐานะการคลังระยะยาว

โดยตลาดต้องการเห็นมาตรการรัดเข็มขัดทางการคลังที่ชัดเจนมากกว่า ขณะที่อีกปัจจัยกดดันมาจากผลประกอบการ 2Q26 ของ Walmart ที่ต่ำกว่าคาด จากราคาน้ำมันที่สูงกดดันกำลังซื้อผู้บริโภค ด้านราคาน้ำมันดิบ Brent ดีดตัวขึ้นกว่า 2% สู่ระดับ US$94 ต่อบาร์เรล หลังสงครามยังไม่มีพัฒนาการบวก ขณะที่สหรัฐฯเตรียมใช้มาตรการโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจอิหร่าน และขุ่ตอบโต้ประเทศที่สนับสนุนอิหร่าน

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญที่ต้องติดตามจะอยู่ในสัปดาห์หน้า ได้แก่ เงินเฟ้อ PCE รายได้-การใช้จ่ายส่วนบุคคล เดือน ก.ค. และ GDP 2Q26 2nd Est ของสหรัฐฯ ส่วนปัจจัยในประเทศคือ Thailand Focus 2026 วันที่ 26-28 ส.ค. เราคาดว่าหุ้นในกลุ่มพลังงานและธนาคารจะช่วยประคองตลาดวันนี้ หุ้นกลุ่ม Value Play คาดว่ามีความน่าสนใจมากขึ้นและคาดเกิด Sector Rotation เข้าหาในภาวะ Bond Yield ที่สูง ซึ่งตลาดให้น้ำหนักกับปัจจัย Valuation ในการเข้าลงทุนมากขึ้น

กลยุทธ์ : เก็งกำไรกลุ่มพลังงาน // ระยะกลาง-ยาวยังชอบ Value-Domestic Play
หุ้นเด่นเดือน ส.ค : BTG, ITC, MAGURO, SJWD, STA
FSSIA Portfolio: BA, BBL, CPALL, CPF, CPN, ERW, GULF, ITC, PR9, SAPPE, STA, and TIDLOR.

หุ้นเด่นวันนี้ : PTTEP
· แนะนำ “เก็งกำไร” ราคาเป้าหมายเฉลี่ยจาก IAA Consensus 162.81 บาท
· ได้ Sentiment หนุนจากราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ +2% สู่ระดับ US$94 ต่อบาร์เรล จากสงครามในตะวันออกกลางที่ยังไม่มีพัฒนาการเชิงบวก ขณะที่สหรัฐฯเตรียมใช้มาตรการโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงต่ออิหร่าน
· โมเมนตัมกำไรปกติ 3Q26 แม้อาจชะลอตัว q-q แต่คาดว่ายังโตแกร่ง y-y หนุนจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน Consensus คาดกำไรปี 2026 ที่ 7.25 หมื่นลบ. ก่อนชะลอตัวเหลือ 6.8 หมื่นลบ.ในปี 2027
· แนวรับ 146-145 บาท แนวต้าน 152-154//158//164 บาท

ด้าน บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,590 - 1,600 แนวต้าน 1,620 คาดดัชนีมีโอกาสชะลอตัว หลัง US Bond Yied 10 ปี & 30 ปี ยังผันผวนสูง และยังรอผลการประชุมแจ็คสัน โฮลในสัปดาห์หน้า แนะนำทยอยซื้อ KBANK, KTB, GULF, GPSC, GUNKUL, ADVANC, BJC, CRC, BH, BDMS, BCH เป็นหุ้นกลุ่ม Value & Defensive Play / เก็งกำไรระยะสั้น PTT, PTTEP หลังราคาน้ำมันดิบปรับสูงขึ้น

TIDLOR* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 23.70 บาท) แนวโน้มผลประกอบการ 2H69 เติบโต YoY ได้โดยมีปัจจัยหนุนจากการขยายตัวของสินเชื่อ โดยจะปรับลดความเข้ามงวดในการปล่อยสินเชื่อใหม่ลง สะท้อนการมองคุณภาพสินทรัพย์และการจัดเก็บหนี้ที่ดีขึ้น ซึ่งตั้งเป้า NPL ไว้ในกรอบ 1.5-1.8% และลดระดับ credit cost เหลือ 2.0-2.5% ส่วนแนวโน้มปี 69 บริษัทตั้งเป้าการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อรวม 5-10%YoY ได้ประโยชน์จาก NIM ที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้อิงจาก consensus ปี 69-70 ตลาดคาดกำไรสุทธิ 5.81 พันล้านบาท +18%YoY และ 6.28 พันล้านบาท +8%YoY

BDMS (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 25.00 บาท) แนวโน้มการดำเนินงานใน 3Q69 มีโอกาสเห็นการฟื้นตัวดี หนุนด้วยปัจจัยตามฤดูกาล โดยเดือนก.ค.69 ที่ผ่านมา Volume ผู้ป่วยสามารถเติบโตได้ High Single Digit%YoY ด้านรายได้ผู้ป่วยไทย +9%YoY หนุนด้วยรายได้ Preventive Care รวมถึง Operating Room U-rate ที่สูงขึ้น ผ่านการตลาดที่เข้มข้น การร่วมงานกับประกันฯ และการดึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ส่วนรายได้ผู้ป่วยต่างชาติ +6%YoY หนุนด้วยผู้ป่วย USA, เมียนมาร์, ยุโรป แม้ว่าจะยังมีปัจจัยกดดันมาจากผู้ป่วยกัมพูชาและตะวันออกกลาง แต่ฐานรายได้ผู้ป่วยกัมพูชาต่ำแล้วใน 3Q69 ขณะที่รายได้กลุ่มผู้ป่วยตะวันออกกลาง -10%YoY แต่เป็นลบน้อยลงจาก 2Q69 ที่ -13%YoY ปัจจุบัน เราประมาณการณ์กำไรสุทธิปี69 และ ปี70 ของ BDMS ที่ระดับ 16,222 ลบ.( +2%YoY) และ 17,657 ลบ.(+9%YoY) ตามลำดับ

ขณะที่ บล.ดาโอ คาดดัชนี SET แกว่ง Sideway down ตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ หลังจากที่ Bond Yield กลับมาพุ่งอีกครั้ง กดดันหุ้นกลุ่ม Growth ทำให้บรรยากาศการลงทุนเสียเชิงไปชั่วคราว ขณะเดียวกันราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น จะช่วยหนุนหุ้นกลุ่มพลังงานต่อเลย และจะเป็น Sector ที่ประคองดัชนี โดยภาพรวม

ประเด็นที่น่าสนใจ

  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดปรับตัวลดลง ท่ามกลาง Bond Yield ระยะยาวที่กลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง ทำให้ตลาดตีความว่า การเพิ่มปริมาณเข้าซื้อพันธบัตรของสหรัฐฯ เป็นเพียงมาตรการระยะสั้นเท่านั้น ขณะที่หุ้น Walmart ปรับตัวลดลงหลังเผย Outlook ออกมาต่ำกว่าคาด กดดันหุ้นกลุ่ม Consumer ในสหรัฐฯ ขณะที่ประเด็นเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน ที่ยืดเยื้อ ทำให้ราคาน้ำมันดิบยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง
  • Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เตรียมขยายวงเงินซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวเกิน 4 พันล้านดอลลาร์เพื่อคุมผลตอบแทน โดยมองความผันผวนระยะสั้นเป็นเพียงสัญญาณรบกวน พร้อมเตรียมเปิดแผนรัดเข็มขัดการคลัง ปราบทุจริตและตัดงบอุดหนุนรัฐเพื่อแก้ปัญหาหนี้สาธารณะ นอกจากนี้ เขายังมองว่าเงินเฟ้อจากพลังงานเป็นเรื่องชั่วคราว ยืนยันนโยบายดอลลาร์แข็งค่า และเตรียมประกาศมาตรการคว่ำบาตรเศรษฐกิจชุดใหญ่ในวันจันทร์นี้เพื่อกดดันให้รัฐบาลอิหร่านล่มสลาย
  • กำไรสุทธิของ Alibaba ดิ่งลงกว่า 75% เหลือ 1.05 หมื่นล้านหยวน พร้อมกระแสเงินสดอิสระติดลบกว่า 6.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้รายได้รวมจะยังเติบโตได้ 9% จากความต้องการบริการคลาวด์ก็ตาม โดยปัจจัยกดดันหลักมาจากการทุ่มงบลงทุนมหาศาลด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI การจัดซื้อชิป ดาต้าเซ็นเตอร์ และการพัฒนาโมเดล Qwen เพื่อแข่งขันในระดับโลก ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรถูกกัดกินอย่างหนัก ประกอบกับกำลังซื้อและภาคการบริโภคในจีนที่ยังคงชะลอตัวจนฉุดรั้งธุรกิจอีคอมเมิร์ซหลัก
  • นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล นำคณะเดินทางเยือนนิวซีแลนด์ระหว่างวันที่ 20–22 สิงหาคมนี้ ต่อเนื่องจากภารกิจที่ออสเตรเลีย โดยมีกำหนดหารือกับผู้บริหารบริษัทเอกชนรายใหญ่ 2 ราย ได้แก่ Skyline Enterprises (ธุรกิจสวนสนุก/ท่องเที่ยว) และ T&G Global (ส่งออกแอปเปิล/โลจิสติกส์) ภายใต้กรอบ ยกระดับความสัมพันธ์ไทย-นิวซีแลนด์สู่หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ในโอกาสครบรอบ 70 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต

Strategy

  • กลยุทธ์หลัก : ระยะสั้นช่วงตลาดผันผวน เก็งกำไรหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวได้ประโยชน์จากนโยบาย “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ชอบ CENTEL, ERW, AOT ขณะที่ Theme ใหญ่ (Mega play Theme) Data Center เรายังชอบ GPSC, BGRIM, ADVANC และ หุ้นกลุ่มธนาคารที่ได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจฟื้นตัว พร้อมเก็งปัจจัยระยะสั้น การจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล เราชอบ KTB, KBANK, TTB

ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event 20 Aug 26
o JP, Inflation Rate YoY (Jul), Consensus=N/A, Prior=1.7%
o JP, Core Inflation Rate YoY (Jul), Consensus=1.8%, Prior=1.6%
o EA, S&P Global Manufacturing PMI Flash (Aug), Consensus=N/A, Prior=51.9
o US, S&P Global Manufacturing PMI Flash (Aug), Consensus=53.7, Prior=53.9
o US, S&P Global Services PMI Flash (Aug), Consensus=53.9, Prior=54.6
o EA, Consumer Confidence Flash (Aug), Consensus=-16, Prior=-15.9.

Technical : BCH, KAMART

Fund Flow และตลาดการเงิน:

  • ต่างชาติ “ซื้อ” สุทธิตลาดหุ้นไทย แต่ “ขาย” ตลาดตราสารหนี้ โดยมีรายละเอียดดังนี้
  • ตลาดหุ้น (20 ส.ค. 69): มูลค่าการซื้อขาย (SET) 82,362.08 ล้านบาท และ (MAI) 689.88 ล้านบาท ด้านนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 961.43 ล้านบาท
  • Yield Curve ปรับตัวลดลงจากวันก่อนหน้าประมาณ 1-4 bps. สำหรับกระแสเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติวันนี้ NETOUTFLOW 1,844 ล้านบาท โดยเกิดจาก NET SELL 344 ล้านบาท และมีตราสารหนี้ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติหมดอายุ (Expired) 1,500 ล้านบาท
  • ค่าเงินบาท: ปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 32.85/87 บาท/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 32.82 บาท/ดอลลาร์

หุ้นเด่นวันนี้
KTB : 1) สินเชื่อ 2H26E มีโอกาสโตดีกว่าคาดจาก Investment cycle รอบใหม่ ทั้ง FDI, Data Center, SME และสินเชื่อภาครัฐที่เร่งตัวใน 4Q26E, 2) คาดกำไร 3Q26E เพิ่มขึ้น QoQ จากสำรองฯ ลดลง และมี Upside จากกำไร FVTPL หุ้น THAI, 3) แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 50.00 บาท โดยมี Dividend yield สูงราว 6% และ Asset Quality แข็งแกร่ง
NEO : 1) แนวโน้มกำไร 3Q26E โตเด่น YoY และทรงตัวสูง QoQ จากยอดขายที่มีโอกาสทำ All-Time High โดยมีปัจจัยหนุนจากโครงการไทยช่วยไทยพลัส และการปรับราคาขึ้นในเดือน ก.ค.26 ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบเริ่มคลี่คลาย,
3) แนะนำ "ซื้อ" ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 31.00 บาท โดยปรับกำไรปี 2026E ขึ้น 13% เป็น 642 ล้านบาท (+14% YoY) และ valuation ยังน่าสนใจที่ PER 10.9x คิดเป็น -1.0SD

กรอบดัชนี SET วันนี้ : แนวรับ 1600-1605 // ต้าน 1618-1625
Technical Pick: TFG, CENTEL

Stock picks for August 2026 : SJWD, GPSC, SCGP, CENTEL, ITC, MAGURO

Company Report
( + ) NEO (ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 31.00 บาท) 3Q26E โตดีต่อ จากไทยช่วยไทยพลัส, ปรับราคาขายขึ้น
( + ) KLINIQ (ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 35.00 บาท) ธุรกิจเข้าสู่ Upcycle กำไร 2026E-27E ทำ ATH ต่อเนื่อง
( + ) KTB (ซื้อ/เป้า 50.00 บาท) Investment Cycle รอบใหม่จะหนุนสินเชื่อเติบโตได้มากกว่าคาด
( 0 ) PTG (ถือ/เป้า 8.00 บาท) ชะลอแผนการขยายธุรกิจแต่ผลประกอบการน่าจะผ่านจุดต่ำสุดแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง