BEM ทราฟฟิก MRT เร่งตัว ถึงรอบขึ้นค่าผ่านทางปีนี้

#BEM #ทันหุ้น – BEM เผยผู้โดยสาร MRT สายสีน้ำเงิน สิงหาคม2569 เร่งตัว หนุนผลงานไตรมาส 3/2569 เติบโตต่อเนื่อง เดินหน้ารับมอบรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน 21 ขบวน ทดสอบระบบกลางปี 2570 ลุยเพิ่มความถี่เดินรถรองรับสายสีส้ม ชูพื้นที่เชิงพาณิชย์และโฆษณาดิจิทัลเพิ่ม หมดภาระจ่าย รฟม. ปี 2572 ด้านทางด่วนถึงรอบปรับค่าผ่านทางสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอก 15 ธันวาคมนี้
นายธนาวัฒน์ วรรณดิษฐ์ ผู้จัดการส่วนงานนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เปิดเผยว่า สถิติปริมาณผู้โดยสารในระบบรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินช่วงเดือนสิงหาคม 2569 มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดือนกรกฏาคม 2569 ที่มีปริมาณผู้โดยสารเฉลี่ยช่วงวันทำงานราว 5.2 – 5.8 แสนเที่ยวคนต่อวัน ขณะที่ปริมาณการจราจรในระบบทางด่วนมีแนวโน้มทรงตัว ส่งผลให้ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3/2569 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องเมื่องเทียบกับงวดไตรมาส 2/2569 ที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน บริษัทพร้อมให้ความร่วมนโยบายภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการปรับลดภาระค่าครองชีพอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสาธารณะทุกสายทางในกรอบ 14 – 45 บาท ที่มีกำหนดเริ่มดำเนินการต้นปี 2570 ก็คาดว่าจะเป็นปัจจัยกระตุ้นปริมาณผู้โดยสารในระบบรถไฟฟ้าสาธาณะให้เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ บริษัทอยู่ระหว่างดำเนินงานตามแผนทยอยรับมอบรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเพิ่ม 21 ขบวนตั้งแต่กลางปี 2570 เพื่อทดสอบระบบและทดลองเดินรถ รองรับการเปิดให้บริการสายสีส้ม เพื่อรองรับการเติบโตของผู้โดยสารและเตรียมความพร้อมก่อนเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงศูนย์วัฒนธรรม – มีนบุรี ซึ่งคาดว่าจะเริ่มทยอยทดลองให้บริการช่วงปลายปี 2570 และมีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2571
“การเพิ่มขบวนรถจะช่วยเพิ่มความสามารถในการรองรับผู้โดยสารและเพิ่มความถี่การเดินรถ โดยบริษัทมีเป้าหมายลดระยะห่างระหว่างขบวนเหลือประมาณ 2 นาทีในช่วงเวลาเร่งด่วน ขณะที่ค่าโดยสารปัจจุบันอยู่ที่ 17–45 บาท ซึ่งคาดว่าจะสนับสนุนการเติบโตของผู้โดยสารตามการขยายตัวของโครงข่าย”
@เพิ่มพื้นที่เชิงพาณิชย์
การเปิดให้บริการโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม – มีนบุรี จะส่งผลให้พื้นที่การให้บริการเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสถานีรถไฟฟ้ารามคำแหง, สถานีหัวหมาก, สถานีรามคำแหง, และสถานีรามคำแหง 12 ซึ่งออกแบบให้สามารถรองรับงานอีเวนต์ อาทิ การจัดคอนเสิร์ต และตลาดจำหน่ายสินค้าและอาหาร สอดรับกับรูปแบบการเดินทางและเชื่อมโยงกับกิจกรรมและการใช้ประโยชน์พื้นที่โดยรอบสถานี พร้อมกันนี้บริษัทมีแผนขยายพื้นที่โฆษณาดิจิทัลทั้งในและนอกสถานี เพื่อเพิ่มรายได้ระยะยาว
@หมดภาระจ่าย รฟม. ปี 2572
นายธนาวัฒน์ กล่าวว่า ปัจจุบัน BEM มีภาระการจ่ายค่าตอบแทนให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินประมาณ 5,000–6,000 ล้านบาทต่อปี โดยมีกำหนดจะสิ้นสุดในปี 2572 จะช่วยเพิ่มกระแสเงินสดและเปิดโอกาสให้บริษัทนำเงินไปลงทุนโครงการใหม่, ชำระหนี้, และพิจารณาการจ่ายเงินปันผลในอนาคต
@ขึ้นค่าผ่านทาง SOE ธ.ค.นี้
สำหรับธุรกิจทางด่วนจะได้รับประโยชน์จากการปรับค่าผ่านทางพิเศษสายศรีรัช–วงแหวนรอบนอก (SOE) วันที่ 15 ธันวาคม 2569 ตามเงื่อนไขสัมปทานที่กำหนดให้ปรับทุก 5 ปี โดย รถ 4 ล้อปรับจาก 65 บาท เป็น 80 บาท รถ 6–10 ล้อจาก 105 บาท เป็น 130 บาท และรถมากกว่า 10 ล้อจาก 150 บาท เป็น 185 บาท
นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างรอผลการพิจารณาโครงการทางพิเศษ M92 หลังยื่นข้อเสนอต่อกรมทางหลวง โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในประมาณ 3 เดือน พร้อมติดตามโอกาสลงทุนโครงการใหม่ที่สามารถเชื่อมต่อกับโครงข่ายเดิมของ BEM เพื่อเพิ่มศักยภาพการเติบโตระยะยาว
สำหรับฐานะการเงิน BEM เริ่มได้รับเงินค่างานโยธาสายสีส้มช่วงตะวันตกงวดที่ 1 ประมาณ 20,000 ล้านบาท ตามเงื่อนไขสัญญา ขณะที่โครงสร้างหนี้ปัจจุบันแบ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ประมาณ 57% และลอยตัว 43% ช่วยให้บริษัทมีความยืดหยุ่นในการบริหารต้นทุนทางการเงิน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
