PHAT เข้าสังเวียน mai ไฮซีซัน-ส่งออกดีดสองเด้ง

#PHAT #ทันหุ้น - PHAT ลั่นระฆังเทรด mai วันแรก ปักธงรายได้ปี 2569 ทะยานแตะ 3-3.5 พันล้านบาท รับครึ่งหลังเข้าไฮซีซันน้ำมันปาล์ม หนุนปริมาณผลิต-ขายเร่งตัว พร้อมเปิดเกมรุกตลาดต่างประเทศเต็มสูบ ซุ่มเจรจาลูกค้าโรงกลั่นรายใหม่อินเดีย-จีน ดันสัดส่วนรายได้ส่งออกปีนี้โต 2 เท่า
นายสมนึก จันทวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กลุ่มภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ PHAT ผู้ประกอบธุรกิจสกัดน้ำมันปาล์มดิบและส่งออกผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงจากปาล์มในอำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า การเข้าซื้อขายหลักทรัพย์วันแรกในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “PHAT” ด้วยประสบการณ์ความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มกว่า 30 ปี ตอกย้ำศักยภาพธุรกิจที่มั่นคง พร้อมยกระดับสู่การเติบโตที่แข็งแกร่งในอนาคต ทั้งนี้บริษัทพร้อมต่อยอดธุรกิจจาก Agricultural-based Company สู่ Sustainable Company มุ่งสร้าง Ecosystem เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตตลอดห่วงโซ่คุณค่า ด้วยการใช้ประโยชน์จากผลพลอยได้อย่างเต็มที่ (Fully Utilization of By-products) และการจัดการแบบ Zero Waste เพื่อลดการสูญเสียและสร้างมูลค่าเพิ่ม ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐาน RSPO หรือ Roundtable on Sustainable Palm Oil ในการขยายตลาดและสร้างรายได้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและการเติบโตที่ยั่งยืน
@ฐานทุนแกร่ง
ด้าน นายพีรณัฐ สวัสดิจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายบัญชีและการเงิน เปิดเผยว่า ภายหลังการระดมทุน โครงสร้างเงินทุนของบริษัทมีความแข็งแกร่งมากขึ้น โดยอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) ลดลงเหลือ 0.76 เท่า จากเดิม 1.04 เท่า ทำให้บริษัทมีศักยภาพรองรับแผนการลงทุนและการขยายธุรกิจระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บริษัทตั้งเป้ารายได้ปีนี้อยู่ที่ 3-3.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้ 2,377.51 ล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถทำได้ตามเป้า เนื่องจากครึ่งปีแรกบริษัทมีรายได้แล้ว 1,500 ล้านบาท ประกอบกับครึ่งปีหลัง 2569 เป็นช่วงไฮซีซันของธุรกิจของบริษัททำให้มีการกลั่นน้ำมันปาล์มดิบจำหน่ายได้มากขึ้น และในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 บริษัทมีแผนขยายการส่งออกไปต่างประเทศเพิ่มขึ้น
@เจรจาลูกค้าใหม่
โดยปัจจุบันเจรจาลูกค้าใหม่กลุ่มโรงกลั่นประมาณ 10 ราย ซึ่งอยู่ในประเทศอินเดีย และจีน โดยคาดว่าจะเห็นความชัดเจนได้ในปีนี้ ซึ่งบริษัทคาดดว่าสัดส่วนรายได้ในการส่งออกของบริษัทปีนี้จะโต 2 เท่าจากปีก่อน หรือคิดเป็น 40%ของรายได้ และคาดว่าปีหน้า (ปี 2570) จะมีสัดส่วนประมาณ 50-60% หากบริษัทสามารถเจรจาลูกค้ารายใหม่ได้สำเร็จทั้งหมด เพราะลูกค้ากลุ่มดังกล่าวสั่งคำสั่งในประมาณที่สูง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
