BBLAMเปิด7ธีมลงทุนครึ่งหลัง มองหุ้นไทยปีนี้จบ1,600จุด

#BBLAM #ทันหุ้น BBLAM มองครึ่งปีหลังนักลงทุนยังคงลุยต่อ ไม่หวั่นแม้มีสงคราม พร้อมเปิด 7 ธีม สำหรับจัดพอร์ตฝ่าคลื่นผันผวน หุ้นสำหรับ ยังคงเด่น ตามาด้วยจีน ขณะที่ เมกะเทรนด์ใหญ่ อย่าง AI และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องยังคงน่าสนใจแต่เพิ่มความระวังมากขึ้น มองญี่ปุ่นตัวรองรับธีมเทคโนโลยี ขณะที่หุ้นไทย ปีนี้มอง 1,600จุด
นายบรรณรงค์ พิชญากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Chief Executive Officer (CEO) บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด หรือ BBLAM กล่าวว่า สงครามตะวันออกกลางมีความชัดเจนมากขึ้นร ทั้ง สองฝั่งมีท่าทีในการสงบศึก ซึ่งเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ว่าจะจบและตกลงได้ในช่วงกลางปีนี้ ส่วนหนึ่งก็เพราะทรัมป์มีจุดที่ต้องตัดสินใจ มีข้อผูกมัดทั้งจากคะแนนนิยม และการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายนนี้
สู่ดบ.ขาขึ้น
ขณะเดียวกันปัจจัยใหม่ๆ ก็เข้ามาโดยเฉพาะเรื่องของทิศทางดอกเบี้ย ซึ่งเฟดได้ส่งสัญญาณดอกเบี้ยกลับเป็นขาขึ้น ซึ่งหากว่าอัตราเงินเฟ้อ และการจ้างงานในสหรัฐยังออกมาสูงก็มีโอกาสได้เห็นเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายราวเดือนกันยายน ปีนี้ อย่างไรก็ตาม มองว่าตอนนี้บอนด์ยิลด์ปรับตัวตอบรับต่อข่างดัลกล่าวไปมากแล้ว ดังนั้นในระยะถัดไปจากนนี้ความผันผวนน่าจะลดลง
“ตั้งแต่ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา จะเห็นว่าการลบกันในตะวันออกกลางแม้จะสร้างความกังวลให้กับนักลงทุน แต่ก็ไม่ได้ทำให้นักลงทุนหวาดกลัวที่จะลงทุนต่อ เม็ดเงินยังไหลไปลงทุนยังที่ให้ผลตอบแทนดี ทั้งหุ้นพลังงาน หุ้นเทค เป็นต้น”
หุ้นไทย 1,600จุด
สำหรับหุ้นไทย BBLAM ให้เป้าดัชนี SET ปีนี้ที่ 1,600 จุด บน P/E 16 เท่า EPS 98-99 บาท และในปี 2570 คาดว่า EPS อยู่ที่ 100 ใช้ P/E 16 เท่า คาดดัชนีไปที่ 1,630 จุด โดยกลุ่มที่มีมองน่าสนใจในครึ่งปีหลัง ได้แก่ กลุ่มแบงก์ กลุ่มรับเหมา กลุ่มท่องเที่ยว กลุ่มค้าปลีก เป็นต้น
นายอิสระ อรดีดลเชษฐ์ รองกรรมการผู้จัดการ หน่วยงานกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด หรือ BBLAM มุมมองการลงทุนในครึ่งปีหลัง ธีม ปัญยาประดิษฐ์ (AI),ซัพพลายเชน (Supply Chain) รวมถึง เซมิคินดักเตอร์ (Semiconductor) ยังเป็นเมกะเทรนด์ที่ตลาดโฟกัส แต่ต้องเลือกมากขึ้น และต้องระวังในการลงทุน เนื่องจากตลาดมีการปรับขึ้นมาสูงมีความเสี่ยงที่อาจโดนเทขายได้
“อย่างบางตลาด เช่น เกาหลี ไต้หวัน หุ้นเทคเพียงไม่กี่ตัวก็ดันดัชนีพุ่งขึ้นสูง ดังนั้นเมื่อถูกเทขาย ดัชนีก็จะปรับตัวลงแรง ดังนั้น การลงทุนในหุ้นเทคจากนี้จะต้องระวังมากขึ้น และหาตลาดอื่นๆมารองรับ ซึ่งที่เรามองไว้คือ ตลาดหุ้นญี่ปุ่นซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีการลงทุนในธีมเทคโนโลยีเช่นกัน”
เปิด7ธีมลงทุน
นายอิสระ ยังได้ธีมลงทุนในครึ่งปีหลังด้วยว่า BBLAM มองไว้ 7 ธีมลงทุน โดยธีมแรก ยังคงยกให้ตลาดหุ้นสหรัฐ US Earning Upcycle and Industrial Recovery ที่ยังได้แรงหนุนจากการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียน การฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรม และกระแส การย้ายฐานการผลิตกลับสู่สหรัฐอเมริกา (US Reshoring)ที่ช่วยสนับสนุนแนวโน้มการเติบโตในระยะถัดไป
ธีมที่ 2 มองจีน ในธีม China Smart Manufacturing and Automation ซึ่งจีนได้หันมาเน้นกระบวนการผลิตสินค้าคุณภาพสูงมาก เทคโนโลยีขั้นสูงที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ รวมถึงยังได้รับแรงหนุนจากสังคมสูงวัย การขาดแคลนแรงงาน, ธีมที่ 3 ตราสารหนี้ ในธีม Balancing Portfolio With Global Bonds & Gold โดยตราสารหนี้ยังน่าสนใจจากระดับ Carry Yieldที่สูง ขณะที่ทองคำช่องป้องกันความเสี่ยง และความผันผวนของพอร์ต
ธีมที่ 4 ยังคงเป็น AI Monetization and Competitive Advantage โดยการลงทุนด้าน AI ยังอยู่ในช่วงต้นของวัฎจักร และการลงทุนของ Hyperscale และการใช้งาน AIที่ขยายตัวต่อเนื่องจะช่วยสร้างรายได้และความได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาว, ธีม ที่ 5 เป็น ธีม AI แต่เป็นธีม AI Chips and Supply Chain Beneficiaries กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ชิป AI และหน่วยความจำ ยังคงเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของ AI Infrastructure ทั่วโลก
*กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากAI
ธีมที่ 6 ธีม AI-Driven Tangibles Over Intangibles เช่นโครงสร้างพลังงาน และศูนย์ข้อมูล มีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากการลงทุนด้าน AI และการบ้ายฐานการผลิต และ ธีมที่ 7 Japan Earnings Recovery and Reform โดยตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน โดยคาดการณ์กำไรในปีงบประมาณ 1Q FY 2026 จะอยู่ที่ 45.12% YoY ซึ่งได้แรงหนุนจากเงินเยนที่อ่อนค่าช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของภาคส่งออก รวมถึงการฟื้นตัวของวัฎจักรเซมิคอนดักเตอร์ และการลงทุนด้าน AI Infrastructure ทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีการปฏิรูปบรรษัทภิบาล และการมุ่งเน้นสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น ยังช่วยสนับสนุนแนวโน้มการเติบโตของตลาดหุ้นญี่ปุ่นในระยะยาว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
