บัญชีกลางคุมเข้ม! ลดชั้น-เพิกถอนผู้รับเหมาทำรัฐเสียหาย เริ่ม 10 ก.ค.นี้

#ทันหุ้น บัญชีกลางเข้มออกเกณฑ์ใหม่ "ลดชั้น-เพิกถอน" ผู้รับเหมาทำรัฐเสียหาย หวังยกระดับงานก่อสร้างภาครัฐผ่านระบบตัดคะแนนสะสม เริ่มตั้งแต่ 10 ก.ค.นี้ เผยตั้งแต่ต้นปีมีผู้รับเหมาเข้าข่ายทิ้งงาน 458 ราย
นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลางเปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางประกาศใช้ระเบียบและกฎกระทรวงฉบับใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประเมินผลผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่รับงานกับภาครัฐ โดยเน้นมาตรการลงโทษขั้นเด็ดขาด ตั้งแต่การระงับการเสนอราคาไปจนถึงการ "ลดชั้น" และ "เพิกถอนทะเบียน" สำหรับรายที่สร้างความเสียหายหรือทิ้งงาน เพื่อสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมและงบประมาณแผ่นดิน โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค.นี้
บังคับใช้ตั้งแต่วงเงินสัญญา 5 ล้านบาทขึ้นไป
อธิบดีกรมบัญชีกลางกล่าวว่า สำหรับเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานนี้จะบังคับใช้กับโครงการก่อสร้างที่มีมูลค่าตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ใน 6 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมชลประทาน, กรมทางหลวง, กรมทางหลวงชนบท, กรมเจ้าท่า, กรมทรัพยากรน้ำ และกรมโยธาธิการและผังเมือง นอกจากนี้ ยังครอบคลุมถึงงานก่อสร้างอาคารสูง อาคารขนาดใหญ่ หรืออาคารที่เป็นจุดรวมกลุ่มของประชาชนของทุกหน่วยงานรัฐ รวมถึงงานก่อสร้างที่มีมูลค่าเกิน 1,000 ล้านบาทขึ้นไป
“การประเมินนี้ ยังได้นับรวมโครงการที่อยู่ระหว่างการดำเนินการรับงานจากภาครัฐในขณะนี้ แม้จะมีการเซ็นสัญญาก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม”
ตัดคะแนนสะสม จากระงับงานสู่การ "ลดชั้น"
ทั้งนี้ กลไกสำคัญของมาตรการนี้ คือ การตัดคะแนนสะสม ซึ่งจะพิจารณาจากพฤติกรรมการทำงานใน 2 ช่วง คือ ระหว่างปฏิบัติงาน และช่วงรับประกันความชำรุดบกพร่อง โดยมีเกณฑ์การตัดคะแนนที่สำคัญ การปฏิบัติงานล่าช้าจนมีค่าปรับเกิน 10% ของวงเงินค่าจ้าง การถูกบอกเลิกสัญญาโดยหน่วยงานของรัฐ การปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามมาตรฐานวิชาช่างหรือมีความประมาทเลินเล่อ และการเพิกเฉยต่อความชำรุดบกพร่อง โดยเฉพาะในส่วนที่มีผลกระทบต่อโครงสร้างหลัก
“เกณฑ์การประเมินและคะแนนความเสียหาย แบ่งเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงระหว่างการปฏิบัติงานตามสัญญา และช่วงรับประกันความชำรุดบกพร่อง โดยกำหนดคะแนนความเสียหายในกรณีต่าง ๆ เช่น ถูกบอกเลิกสัญญาตามมาตรา 103 วรรคหนึ่ง (2) คะแนนความเสียหาย 60 คะแนน ปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามมาตรฐานของหลักวิชาช่างในงานก่อสร้าง หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง อันมีผลกระทบให้ถึงแก่ความตาย คะแนนความเสียหาย 60 คะแนน หรืออันตรายสาหัส คะแนนความเสียหาย 30 คะแนน เป็นต้น”
สำหรับบทลงโทษจะทวีความรุนแรงตามคะแนนสะสม หากมีคะแนนสูงตั้งแต่ 120 ถึง 179 คะแนน จะถูกปรับลดชั้นผู้ประกอบการ ซึ่งแต่เดิมผู้รับเหมาอาจอยู่ในชั้นพิเศษหรือชั้นสูงสุด อย่างไรก็ดี เมื่อถูกลดชั้นแล้วจะไม่สามารถกลับขึ้นสู่ชั้นเดิมได้โดยอัตโนมัติ แต่ต้องสะสมผลงานใหม่เพื่อไต่กลับขึ้นไป และหากยังคงทำงานไม่มีประสิทธิภาพจนถึงขั้นสุดจะถูกเพิกถอนทะเบียนทันที
“การระงับการยื่นข้อเสนอและระงับการลงนามในสัญญา คะแนนความเสียหายจะถูกสะสมเพื่อนำมาใช้ประเมินผู้ประกอบการ ซึ่งหากคะแนนความเสียหายสะสมอยู่ในเกณฑ์การระงับ ผู้ประกอบการรายนั้นจะถูกระงับการเข้ายื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐในโครงการถัดไป ซึ่งกำหนดโทษสูงสุด 720 วัน ทั้งนี้ กรณีที่ผู้ประกอบการเคยถูกระงับไปแล้วไม่เกิน 2 ปี และมีคะแนนความเสียหายเพิ่มขึ้น ให้นำจำนวนวันที่ถูกระงับไปแล้ว มาหักออกจากจำนวนวันที่ถูกระงับในครั้งใหม่”
ผู้ประกอบการใช้สิทธิอุทธรณ์ได้ภายใน 7 วัน
เธอกล่าวว่า เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและมีระบบ Check and Balance หน่วยงานรัฐจะเป็นผู้พิจารณาและกรอกข้อมูลผ่านระบบ e-GP หากผู้ประกอบการเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อหน่วยงานได้ภายใน 7 วันทำการ ซึ่งการพิจารณาอุทธรณ์จะมีผู้มีอำนาจเหนือขึ้นไปอีกหนึ่งชั้นเป็นผู้ร่วมพิจารณา ทั้งนี้ คะแนนสะสมจะอยู่ติดตัวผู้ประกอบการเป็นเวลา 2 ปี ก่อนจะถูกล้างคะแนนหากไม่มีความผิดเพิ่ม หากศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าไม่ใช่ความผิดของผู้ประกอบการหน่วยงานของรัฐจะต้องลบคะแนนความเสียหายทันที
“มาตรการดังกล่าวถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการคัดกรองผู้ประกอบการที่มีคุณภาพเข้าสู่ระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากงานก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐานหรือการทิ้งงานจากผู้รับเหมา ทั้งนี้ นับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.- 2 ก.ค.นี้ มีผู้รับเหมาที่ทำให้รัฐเสียหายแล้วรวม 458 ราย”
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
