เงินดิจิทัล 10,000 บาท มาแน่! เช็กสิทธิ์ ลงทะเบียน ใช้จ่าย ครบจบในที่เดียว
เงินดิจิทัล 10,000 บาท: คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับลงทะเบียนและใช้งาน (อัปเดต ก.ค. 67)
รัฐบาลเปิดตัวโครงการ "เงินดิจิทัล 10,000 บาท" เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการใช้จ่ายภายในประเทศ โดยจะแจกเงินผ่าน "ดิจิทัลวอลเล็ต" ให้กับประชาชนที่มีคุณสมบัติครบถ้วน บทความนี้จะสรุปทุกข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับโครงการนี้ ตั้งแต่คุณสมบัติผู้มีสิทธิ์ ขั้นตอนการลงทะเบียน วิธีการใช้งาน ไปจนถึงข่าวสารล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดโอกาสรับเงินดิจิทัลและใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า
ใครมีสิทธิ์รับเงินดิจิทัล 10,000 บาท?
คุณมีสิทธิ์รับเงินดิจิทัล 10,000 บาท หากคุณมีคุณสมบัติตรงตามนี้
☑️สัญชาติไทย และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
☑️อายุ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ 15 กันยายน 2567 (วันปิดรับลงทะเบียน)
☑️มีรายได้ไม่เกิน 840,000 บาทต่อปี (ตามปีภาษี 2566)
☑️เงินฝากรวมทุกธนาคารไม่เกิน 500,000 บาท ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567 (ไม่รวมเงินฝากในบัญชีร่วม)
☑️ไม่เป็นผู้ต้องขัง หรือถูกระงับสิทธิ์ในโครงการอื่นๆ ของรัฐ
☑️ลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล 10,000 บาทอย่างไร?
สำหรับผู้มีสมาร์ตโฟน
•ดาวน์โหลดแอป "ทางรัฐ"
•ระบบ iOS: ดาวน์โหลดผ่าน App Store
•ระบบ Android: ดาวน์โหลดผ่าน Google Play
สมัครสมาชิก
•เปิดแอป "ทางรัฐ" แล้วกดปุ่ม "สมัครสมาชิก"
•กรอกข้อมูลส่วนตัวตามบัตรประชาชนให้ครบถ้วน
•ถ่ายรูปบัตรประชาชนและสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตน
•ตั้งค่าชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน
ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ:
หลังจากสมัครสมาชิกแล้ว ให้กดปุ่ม "ลงทะเบียนรับสิทธิโครงการฯ"
ทำตามขั้นตอนที่ระบุในแอปให้ครบถ้วน
สำหรับผู้ไม่มีสมาร์ตโฟน
✅สามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน - 15 ตุลาคม 2567
✅จุดลงทะเบียน: ศูนย์ดิจิทัลชุมชน, ที่ทำการไปรษณีย์, ธนาคารออมสิน, ธ.ก.ส.
✅เอกสารที่ต้องเตรียม: บัตรประชาชน
ใช้จ่ายเงินดิจิทัล 10,000 บาทอย่างไร?
สำหรับประชาชน
✅ใช้จ่ายได้กับ ร้านค้าขนาดเล็กและร้านสะดวกซื้อขนาดเล็ก ที่เข้าร่วมโครงการและมีสัญลักษณ์ "ร้านค้าถุงเงิน"
✅ ต้องใช้จ่ายภายในรัศมี 4 กิโลเมตร จากที่อยู่ในทะเบียนบ้านที่ใช้ลงทะเบียน
✅ต้องใช้จ่ายแบบพบหน้า (Face-to-Face) เท่านั้น โดยแสดง QR Code ในแอป "เป๋าตัง" เพื่อให้ร้านค้าสแกน
☒ ไม่สามารถใช้จ่าย ในห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีก-ค้าส่งขนาดใหญ่ ร้านค้าออนไลน์ หรือร้านค้าที่อยู่นอกพื้นที่ตามทะเบียนบ้าน
☒ สามารถใช้จ่ายได้กับสินค้าและบริการทั่วไป ยกเว้นสินค้าอบายมุข เช่น สุรา บุหรี่ การพนัน
สำหรับร้านค้า
🔸ร้านค้าทุกประเภทสามารถเข้าร่วมโครงการได้ ยกเว้นสินค้าที่อยู่ในบัญชี Negative List เช่น สลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ เป็นต้น
🔸ร้านค้าสามารถซื้อขายสินค้าระหว่างกันได้โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่
🔸ร้านค้าจะได้รับเงินสดหลังจากมีการใช้จ่ายตั้งแต่รอบที่ 2 เป็นต้นไป โดยร้านค้าที่สามารถถอนเงินสดได้ต้องอยู่ในระบบภาษีและมีคุณสมบัติตามที่กำหนด
อัพเดทข่าวสารล่าสุด (กรกฎาคม 2567)
✅เปิดลงทะเบียน: 1 สิงหาคม 2567 เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป
✅ปิดลงทะเบียน: 15 กันยายน 2567
✅เริ่มใช้จ่ายได้: ภายในไตรมาส 4 ของปี 2567 (ตุลาคม - ธันวาคม)
แอป "ทางรัฐ" ยอดนิยม: มีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่า หลังประกาศโครงการ
⚠️ เตือนภัยมิจฉาชีพ: ระวังลิงก์หรือแพลตฟอร์มปลอม หลอกให้ลงทะเบียน
ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐต้องลงทะเบียน: อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม
คำถามที่พบบ่อย
1. ลงทะเบียนแล้วต้องทำอย่างไรต่อ? รอการยืนยันสิทธิ์ผ่าน SMS และสามารถเริ่มใช้จ่ายได้ภายในไตรมาส 4
2. ตรวจสอบสิทธิ์ได้อย่างไร? สามารถตรวจสอบได้ผ่านแอป "ทางรัฐ" หรือโทร 1111
3. ถ้าไม่มีสมาร์ตโฟนจะทำอย่างไร? สามารถลงทะเบียนได้ที่จุดบริการต่างๆ (ดูรายละเอียดด้านบน)
4. ถ้าเปลี่ยนที่อยู่หลังลงทะเบียนแล้ว จะใช้จ่ายได้ที่ไหน? ต้องใช้จ่ายภายในรัศมี 4 กิโลเมตรจากที่อยู่ในทะเบียนบ้านที่ใช้ลงทะเบียน
5. ถ้าลงทะเบียนไม่สำเร็จ จะทำอย่างไร? ตรวจสอบว่าข้อมูลถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ หากยังมีปัญหา สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่ 1111
6. เงินดิจิทัลมีอายุการใช้งานหรือไม่? ต้องใช้จ่ายภายใน 6 เดือน
7. ใช้เงินดิจิทัลร่วมกับโปรโมชั่นอื่นๆ ได้หรือไม่? ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละร้านค้า
8. หากทำโทรศัพท์หาย จะสามารถกู้คืนเงินดิจิทัลได้หรือไม่? สามารถกู้คืนได้โดยติดต่อธนาคารกรุงไทย
9. ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการมีสัญลักษณ์อะไร? ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ
10.มีค่าธรรมเนียมในการใช้จ่ายเงินดิจิทัลหรือไม่? ไม่มีค่าธรรมเนียมในการใช้จ่าย
อย่าลืม! ติดตามข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับโครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาทได้ที่เว็บไซต์ www.digitalwallet.go.th หรือโทร 1111 ตลอด 24 ชั่วโมง
ภาพ TNN,GettyImages