ตลท.โชว์ตลาดหุ้นไทยเด่น ดึงดูดฟันด์โฟลว์ไหลเข้าต่อ

#หุ้นไทย #ตลท. #ทันหุ้น - ตลท.ชี้ ตลาดหุ้นไทยเด่นที่มีอุตสาหกรรมหลากหลาย บจ.กำไรเติบโต ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจฟื้นตัว เม็ดเงิน FDI ไหลเข้ามาลงทุนเริ่มทยอยเปลี่ยนเป็นลงทุนจริง นโยบายภาครัฐ เชื่อหากสถานการณ์สงครามคลี่คลาย-ภาพรวมในประเทศอยู่ในทิศทางที่ดีต่อเนื่องจากปัจจุบัน ดึงดูดฟันด์โฟลว์ไหลเข้าต่อเนื่อง แจงงานไทยแลนด์โฟกัสนักลงทุนสถาบันต่างชาติสนใจเข้าร่วมงานมากกว่าปีก่อน พบ EM FUND ลงทุนหุ้นไทยสูงกว่าน้ำหนักในดัชนี
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า แม้นักลงทุนต่างชาติ มีการสลับขายสุทธิตลาดหุ้นไทยไปบ้าง หลังจากที่ผ่านมามีการซื้อสุทธิต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ต้นปีถึงวานนี้ (6 ส.ค. 2569) มียอดซื้อสุทธิ 70,263.54 ล้านบาท ซึ่งนักลงทุนต่างชาติจะพิจารณาการลงทุนจากปัจจัยพื้นฐานประเทศเป็นหลัก ซึ่งปัจจุบันพื้นฐานของประเทศไทยแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ จากเม็ดเงินลงทุนตรงจากต่างประเทศ (FDI) ไหลเข้ามาต่อเนื่องและเริ่มเปลี่ยนจากคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนไปสู่การลงทุนจริงมากขึ้น ประกอบกับนโยบายภาครัฐที่กระตุ้นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน สร้างความเชื่อมั่นให้ภาคเอกชนมั่นใจลงทุนมากขึ้น
@ดึงดูดฟันด์โฟลว์เข้า
ทั้งนี้มีปัจจัยกดดันทำให้ตลาดเกิดความผันผวน ทั้งในเรื่องสถานการณ์สงครามในตะวันออกลาง ซึ่งหากกลับมารุนแรงจนดันราคาน้ำมันปรับตัวสูง หรือเกิดภาวะความตื่นตระหนกจากการปรับฐานของหุ้นเทคโนโลยีและ AI จนทำให้นักลงทุนทั่วโลกลดการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง แต่ตลาดหุ้นไทยถือว่ามีจุดเด่นที่มีอุตสาหกรรมที่หลากหลาย และมีความปลอดภัย กำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) เติบโต
อย่างไรก็ตามหากสถานการณ์สงครามตะวันออกลางมีทิศทางดีขึ้น เม็ดเงินลงทุนตรง (FDI)ไหลเข้ามาต่อเนื่อง และเริ่มมีการลงทุนจริงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับนโยบายภาครัฐเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจ เชื่อว่าเป็นโอกาสตลาดหุ้นไทยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์)ไหลเข้ามาลงทุนต่อเนื่อง
“ในช่วงที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทย เห็นจากการเพิ่มน้ำหนักตลาดหุ้นไทย รวมถึงเผยแพร่บทวิเคราะห์เกี่ยวกับประเทศไทยมากขึ้น จากความเชื่อมั่นต่อทิศทางเศรษฐกิจและนโยบายภาครัฐ”
@กองทุนตอบรับร่วมงานอื้อ
นายอัสสเดช กล่าวว่า การจัดงานไทยแลนด์โฟกัส 2026 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 26-28 สิงหาคม 2569 ซึ่งนักลงทุนสถาบันต่างชาติ สนใจเข้าร่วมงานมากขึ้นจากปีที่ผ่านมา โดยเชื่อว่าการจัดงานครั้งนี้จะสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างชาติมากขึ้น เพราะได้รับฟังนโยบายภาครัฐโดยตรง
รวมถึงมีบริษัทจดทะเบียนมาให้ข้อมูลโดยในปีนี้ มีบจ.ไทยร่วมให้ข้อมูลจำนวน 78 บริษัทคิดเป็นมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) 74% หรือ 15 ล้านล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้ก็จะมีบจ.ที่เข้ารวมโครงการ JUMP+ ร่วมให้ข้อมูลด้วยเช่นกัน และปีนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นอาเซียนมาร่วมให้ข้อมูลด้วยอีก 10 บริษัท ประกอบด้วยบจ.ในตลาดหุ้นมาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม
@ EM Fund เพิ่มน้ำหนัก
นายฉัตรชัย ทิศาดลดิลก ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากเม็ดเงินฟันด์โฟลว์ไหลเข้ามาลงทุนต่อเนื่องนั้น ทางฝ่ายวิจัยได้ดูข้อมูลกองทุนที่ลงทุนในตลาดหุ้นเกิดใหม่ (EM Fund) เข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยมากขึ้น กว่าน้ำหนักในดัชนีตลาดหุ้นเกิดใหม่ ที่ปัจจุบันตลาดหุ้นไทยมีน้ำหนักในดัชนีEM เพียง 1% แต่บางกองทุนEM Fund ลงทุนในตลาดหุ้นไทย 4% ขณะที่ตลาดหุ้นไทยมีความเด่นในเรื่องของกำไรบจ.ที่เติบโตต่อเนื่อง ขณะนี้ทางนักวิเคราะห์คาดการณ์ EPS ปีนี้อยู่ที่ 105 บาทต่อหุ้น ซึ่งสูงสุดในรอบ 3 ปี
สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามต่อไป คือสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง เงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) การปรับฐานของหุ้นในกลุ่ม AI ทิศทางฟันด์โฟลว์ และเรื่องนโยบายภาษีของสหรัฐ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
