‘หุ้นไทย’ระยะสั้นผันผวน เชื่อโฟลว์ดันSET1,720จุด

#ตลาดหุ้นไทย #ทันหุ้น - “กูรู” ชี้ “ตลาดหุ้นไทย” ผันผวนต่ออีกระยะ จากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ชูจุดเด่น แวลูเอชันไม่แพง - ปันผลสูง - กำไรบจ.โต หนุนฟันด์โฟลว์ไหลเข้าต่อ ดันหุ้นไทยมีอัพไซด์ คงเป้าSET ปีนี้ที่ 1,720 จุด แนะทำ Sector Rotation กลุ่มโดแมสติกเพลย์ - หุ้นแวลู – ได้ประโยชน์จากการลงทุนด้าน AI
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม กรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยจะมีความผันผวนต่อไปอีกสักระยะ จากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ซึ่งมีผลกระทบต่อทิศทางราคาน้ำมัน อัตราเงินเฟ้อ และทิศทางดอกเบี้ยโลก ซึ่งสถานการณ์เหล่านี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา แต่ตลาดหุ้นไทยมีข้อดีในเชิงโครงสร้างที่เป็นหุ้น Old Economy ค่อนข้างมาก ทำให้ราคาหุ้นไทยไม่ได้ผันผวนมาก จากที่ราคาไม่ได้ถูกไล่ราคาขึ้นไปจนสูงเกินไป และ Valuation ของตลาดไทยถือว่าอยู่ระดับที่ดี และมีปันผลที่สูงระดับเฉลี่ย 4% ขณะที่กำไรบจ.ยังเติบโต ซึ่งคาดว่าปีนี้กำไรบจ.อยู่ที่ 1.2 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น กำไรต่อหุ้น (EPS) ที่ 95 บาทต่อหุ้นไทย เพราะครึ่งปีแรกคาดทำได้แล้วประมาณ 50% และมีโอกาสที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้น
@โฟลว์ไหลเข้าอีก
ขณะที่ดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะทรงตัวที่ระดับ 1% ซึ่งถือว่าเป็นข้อดูของตลาดหุ้นไทยที่จะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ให้ไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยได้ต่อจากปัจจุบันที่ซื้อสุทธิประมาณ 7.4-7.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีโอกาสที่ฟันด์โฟลว์จะไหลเข้ามาลงทุนได้อีก จึงมองว่าดัชนีหุ้นไทยปีนี้มีโอกาสขึ้นไปแตะระดับ 1,720 จุดได้
อย่างไรก็ตามท่ามกลางสถานการณ์ตลาดหุ้นที่จะมีความผันผวนนั้น กลยุทธ์การลงทุนของนักลงทุนที่จะได้รับผลตอบแทนที่ดีในการลงทุนคือ การทำ Sector Rotation ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ตอนนี้มองว่าหุ้นกลุ่ม Domestic Play หรือหุ้นที่เน้นการบริโภคภายในประเทศมีความน่าสนใจในการลงทุน คือ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ แม้ราคาจะปรับตัวขึ้นมาแล้ว แต่ยังมีหุ้นที่มี Valuation ยังมีอัพไซด์ และP/BV ต่ำกว่า 1 เท่า และให้ปันผลเกิน 4% แนะนำ KBANK, BBL กลุ่มอาหาร ครอบคลุมทั้งอาหารคนและอาหารสัตว์ ซึ่งให้ผลตอบแทนปันผลสูงเช่นกัน แนะนำ TU และ ITC
กลุ่มโลจิสติกส์ เป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์ โดยตรงเมื่อราคาน้ำมันปรับตัวลดลง เช่น SJWD กลุ่ม ICT เป็นกลุ่มที่กำไร ยังรักษาฐานได้ดีและเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) ลงทุนได้ทั้ง ADVANC และ TRUE กลุ่มการแพทย์ ถือเป็น “New S-curve” และเป็นจุดเด่นของไทย ปัจจุบันระดับราคาถูกกดลงมาจนทำให้ผลตอบแทนปันผลสูงขึ้นมาแตะระดับกว่า 4% ซึ่งปกติหุ้นโรงพยาบาล จะไม่ค่อยให้ปันผลสูงระดับนี้ แนะนำ BDMS
@มีอัพไซด์
นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน)กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้จะมีความผันผวนบ้าง แต่ยังเป็นทิศทางขาขึ้นได้ โดยมองเป้าดัชนีปีนี้ที่ 1,680 จุด และมองว่ากำไรบจ.ปีนี้ยังมีอัพไซด์ ซึ่งหากกำไรบจ.ในไตรมาส 2 ปีนี้ ออกมาตามดี มีโอกาสที่จะปรับประมาณการกำไร บจ. จากตอนนี้คาด EPS ที่ 96 บาทต่อหุ้น และดัชนีหุ้นไทยปีนี้ขึ้นได้
สำหรับการลงทุนเน้นเลือกลงทุนในรายตัวในหุ้นกลุ่มแวลู และหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการลงทุน AI เช่นกลุ่มธนาคารที่เป็นแหล่งสนับสนุนเงินทุน ซึ่งสามารถลงทุนได้ในช่วงระยะกลางและระยาว, หุ้นโรงไฟฟ้า จากดีมานด์การใช้ไฟมากขึ้นในอนาคตและแผน PDP ฉบับใหม่และการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์, หุ้นนิคมอุตสาหกรรม, สื่อสาร, รับเหมาก่อสร้าง และหุ้นที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูง ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวลงมา เช่น กลุ่มท่องเที่ยว โรงพยาบาล ค้าปลีก ไฟแนนซ์ ที่กำไรจะกลับมาสู่ระดับปกติในอีก 12 เดือนข้างหน้า
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
