รีเซต

KTC ทุ่ม 295 ล้านบาท ซื้อ WIN รุกธุรกิจติดตามทวงถามหนี้

KTC ทุ่ม 295 ล้านบาท ซื้อ WIN รุกธุรกิจติดตามทวงถามหนี้
ทันหุ้น
25 สิงหาคม 2569 ( 17:06 )
12

#ทันหุ้น #ปันผล #Thailand #ลงทุน #ตลาดหุ้น #SET #KTC ทุ่ม 295 ล้านบาท ซื้อ WIN รุกธุรกิจติดตามทวงถามหนี้ 

บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC แจ้งเข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท วินเพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด หรือ WIN จำนวน 10 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 100% มูลค่าหุ้นละ 29.50 บาท รวมมูลค่า 295 ล้านบาท โดยชำระค่าหุ้นด้วยเงินสด ส่งผลให้ WIN มีสถานะเป็นบริษัทย่อยของ KTC และเป็นบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย การทำรายการมีขึ้นเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569

WIN ประกอบธุรกิจติดตามทวงถามหนี้ รวมถึงดำเนินงานด้านกฎหมายและบริการสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง โดย KTC ระบุวัตถุประสงค์ของการเข้าซื้อหุ้นครั้งนี้ เพื่อสนับสนุนแผนกลยุทธ์ด้านการบริหารต้นทุนการดำเนินงาน และสร้างรายได้ผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่าง KTC กับบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารกรุงไทยในอนาคต

สำหรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นของ WIN ก่อนการทำรายการประกอบด้วย บริษัท กลิสเทน อินเตอร์เทรด จำกัด ถือหุ้น 2%, บริษัท บรูคตัน แคปพิทัล ลิมิเต็ด จำกัด 18%, บริษัท สยามสปอร์ต เทเลวิชั่น จำกัด 70%, บริษัท เอส แอนด์ เค เซอร์วิส 2019 จำกัด 5% และนายพรเลิศ เบญจกุล 5% รวม 100% หลังการทำรายการ KTC จะถือหุ้น WIN ทั้งหมด 10 ล้านหุ้น คิดเป็น 100%

WIN มีทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 10 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท โดย KTC ซื้อหุ้นในราคาหุ้นละ 29.50 บาท คิดเป็นมูลค่ารวม 295 ล้านบาท

ภายหลังการเข้าซื้อหุ้น คณะกรรมการของ WIN จะประกอบด้วยกรรมการ 4 คน ได้แก่ คุณพีระพงศ์ พิตรพิบูลพาทิศ คุณพรเลิศ เบญจกุล คุณอาศิมน แหวนดวงเด่น และคุณไรวินทร์ วรวงษ์สถิตย์

ทั้งนี้ การเข้าซื้อหุ้น WIN เข้าข่ายเป็นรายการที่มีนัยสำคัญตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ. 45/2568 โดยมีขนาดรายการสูงสุด 2.28% ตามเกณฑ์กำไรสุทธิ ซึ่งคำนวณจากงบการเงินรวมของ KTC ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านการสอบทานจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต อย่างไรก็ตาม ขนาดรายการไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องเปิดเผยสารสนเทศหรือขอมติอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น และรายการดังกล่าวไม่เข้าข่ายเป็นรายการที่เกี่ยวโยงกัน

KTC ระบุว่า มีหน้าที่รายงานการได้มาซึ่งบริษัทย่อยตามข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เนื่องจากเป็นกรณีที่บริษัทจดทะเบียนลงทุนในบริษัทอื่นจนทำให้บริษัทดังกล่าวมีสถานะเป็นบริษัทย่อยของบริษัทจดทะเบียน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง