SINO วอลุ่มทะลักโค้งท้าย ค่าระวางสูง-คลังสินค้าแน่น

#SINO #ทันหุ้น - SINO ส่งออกทะลักดันขนส่งทางเรือ-อากาศแน่น ค่าระวางยังสูง วอลุ่มวิ่งตามเป้า คลังสินค้า 9 แห่งเต็มทุกพื้นที่ เร่งขยายแตะ 5 หมื่นตร.ม. บอสใหญ่ “นันท์มนัส วิทยศักดิ์พันธ์” กางแผน 3 ปี “ยกเครื่องโครงสร้างรายได้” อัดทีมขายต่างแดน ปักหมุดปี 2569 โต 15%
นายนันท์มนัส วิทยศักดิ์พันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไซโน โลจิสติกส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SINO เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า แนวโน้มธุรกิจโลจิสติกส์ในช่วงไตรมาส 4/2569 ยังคงมีทิศทางที่ดี โดยเฉพาะธุรกิจขนส่งสินค้าทางเรือ ซึ่งปัจจุบันค่าระวางเรือในหลายเส้นทางยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่พื้นที่ระวางเรือ (Space) ค่อนข้างตึงตัว จากความต้องการขนส่งสินค้าเพื่อรองรับเทศกาลคริสต์มาสและช่วงปลายปี
@ส่งออกแน่น
สำหรับเส้นทางสหรัฐอเมริกา ค่าระวางเรือยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่เส้นทางยุโรปปรับตัวลดลงเล็กน้อย ส่วนเส้นทางตะวันออกกลางได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้ง ส่งผลให้ค่าระวางอยู่ในระดับสูง ด้านเส้นทางเอเชีย แม้ค่าระวางยังไม่สูงมากนัก แต่ปริมาณการส่งออกอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ภาพรวมการขนส่งทางเรือยังมีความหนาแน่น
ทั้งนี้ ปริมาณการขนส่ง (Volume) ของ SINO ยังเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ และถือเป็นปัจจัยบวกต่อผลการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม คาดว่าปริมาณการขนส่งอาจชะลอตัวลงบ้างในเดือนธันวาคม เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่ได้เร่งส่งสินค้าเพื่อรองรับเทศกาลคริสต์มาสไปก่อนหน้านี้แล้ว
ขณะที่ธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศ (Air Freight) ปัจจุบันมีความหนาแน่นในระดับสูงเช่นกัน โดยหนึ่งในปัญหาสำคัญคือปริมาณสินค้าที่สนามบินมีจำนวนมาก ส่งผลให้กระบวนการรับและจัดการสินค้าใช้เวลานานขึ้น ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องวางแผนการขนส่งล่วงหน้ามากขึ้นประมาณ 2–3 วัน
ปัจจุบัน รายได้หลักของ SINO ยังคงมาจากธุรกิจขนส่งทางเรือในสัดส่วนประมาณ 85% ขณะที่ธุรกิจขนส่งทางอากาศมีสัดส่วนประมาณ 3% ส่วนธุรกิจคลังสินค้า (Warehouse) มีอัตราการใช้พื้นที่อยู่ในระดับสูง โดยคลังสินค้าทั้ง 9 แห่งมีการใช้งานเต็มพื้นที่ และบริษัทมีแผนเปิดคลังสินค้าเพิ่มเติมอีก 2 แห่ง ปัจจุบัน SINO มีพื้นที่คลังสินค้ารวมประมาณ 34,000 ตารางเมตร และมีแผนเพิ่มพื้นที่คลังสินค้าเป็น 50,000 ตารางเมตรในปี 2570 เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น และผลักดันสัดส่วนรายได้จากธุรกิจคลังสินค้าให้เติบโตขึ้นตามแผนยุทธศาสตร์ระยะ 3 ปี
@น้ำท่วมหนุนขนส่ง
ด้านบริษัท อินเตอร์ คอนเนคชั่น โลจิสติกส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยและดำเนินธุรกิจบริการขนส่งทางบกและบริการด้านพิธีการศุลกากร มีปริมาณงานขนส่งอยู่ในระดับสูงและใช้กำลังการให้บริการเต็มประสิทธิภาพ โดยจากสถานการณ์น้ำท่วมบริเวณลาดกระบัง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟ ทำให้มีความต้องการใช้บริการขนส่งตู้สินค้าทางรถจากลาดกระบังไปยังท่าเรือแหลมฉบังเพิ่มขึ้น
สำหรับธุรกิจในต่างประเทศ หรือ SINO Worldwide Logistics (Malaysia) SDN. BHD. ดำเนินธุรกิจให้บริการรับจัดการขนส่งสินค้าและบริการด้านศุลกากร ที่มีกลุ่มลูกค้าหลักอยู่ในประเทศมาเลเซีย และ SINO Worldwide Logistics Vietnam Co., Ltd. ดำเนินธุรกิจให้บริการรับจัดการขนส่งสินค้าและบริการด้านศุลกากร ที่มีกลุ่มลูกค้าหลักอยู่ในประเทศเวียดนาม มีปริมาณการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ WLT Logistics Inc. dba World Link Transport Group บริษัทย่อยของบริษัท เอสเอ็นซี คาร์โก้ เซอร์วิสเซส จำกัด ดำเนินธุรกิจให้ บริการรับจัดการขนส่งสินค้าและบริการด้านศุลกากร ที่มีกลุ่มลูกค้าหลักอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา มีงานใหม่เข้ามาเพิ่มขึ้น ส่งผลให้รายได้และอัตรากำไร (มาร์จิ้น) ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะงานขนส่งสินค้าขาเข้า รวมถึงการขนส่งสินค้าจากสหรัฐอเมริกาเข้าสู่ภูมิภาคเอเชีย
@กางแผน 3 ปี
นายนันท์มนัส กล่าวต่อว่า สำหรับแผนธุรกิจปีหน้า หรือปี 2570 บริษัทจะเดินหน้าตามแผนยุทธศาสตร์ระยะ 3 ปี โดยมีเป้าหมายปรับโครงสร้างรายได้ให้มีความสมดุลและลดการพึ่งพาธุรกิจขนส่งทางเรือ เนื่องจากค่าระวางเรือเป็นปัจจัยที่บริษัทไม่สามารถควบคุมได้ และเมื่อค่าระวางปรับตัวลดลงจะส่งผลโดยตรงต่อรายได้
ภายใต้แผนดังกล่าว บริษัทตั้งเป้าปรับสัดส่วนรายได้จากธุรกิจขนส่งทางทะเลให้เหลือประมาณ 55% ขณะที่ธุรกิจขนส่งทางอากาศเพิ่มขึ้นเป็น 15% ธุรกิจคลังสินค้าเพิ่มเป็น 15% และรายได้จากธุรกิจต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 15% จากปัจจุบันที่ธุรกิจคลังสินค้ามีสัดส่วนรายได้เพียงประมาณ 2%
ในส่วนของธุรกิจขนส่งทางอากาศ บริษัทมีแผนเพิ่มทีมขายเพื่อเร่งขยายฐานลูกค้า ขณะที่ธุรกิจต่างประเทศจะเดินหน้าขยายรายได้อย่างต่อเนื่อง โดยในปีหน้าคาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 2–3% พร้อมเดินทางเข้าพบพันธมิตรและเอเจนต์ในต่างประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสรับงานในสหรัฐอเมริกา เวียดนาม และมาเลเซีย รวมถึงเพิ่มทีมขายในเวียดนามและมาเลเซียเพื่อขยายฐานลูกค้าในประเทศดังกล่าว
ด้านธุรกิจขนส่งภายในประเทศ บริษัทมีแผนเพิ่มรถขนส่งอีกประมาณ 10 คัน เพื่อรองรับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นและช่วยยกระดับมาร์จิ้น ขณะที่ WLT Logistics Inc. dba World Link Transport Group ได้เพิ่มทีมขายแล้ว และอยู่ระหว่างติดตามผลให้ยอดขายเติบโตตามเป้าหมาย โดยตั้งเป้าการเติบโตเฉลี่ยประมาณ 5% ต่อปี
สำหรับผลการดำเนินงานปี 2569 บริษัทยังคงเป้าหมายการเติบโตประมาณ 15% โดยผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกยังเป็นไปตามแผน ขณะที่ธุรกิจขนส่งทางอากาศและธุรกิจคลังสินค้ามีมาร์จิ้นที่น่าสนใจ และจะเป็นหนึ่งในธุรกิจสำคัญที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรของบริษัทในระยะต่อไป
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
