AOTดันไทยจุดต่อเครื่อง หวังปริมาณผู้โดยสารเพิ่ม

#AOT #ทันหุ้น - AOT เดินหน้าขอ-ผลักดันสิทธิเสรีภาพทางอากาศข้อที่ 5 (5th Freedom) ดึงสายการบินต่างชาติใช้ไทยเป็นจุดต่อเครื่อง หวังเพิ่มปริมาณผู้โดยสาร พร้อมยกระดับสู่ Aviation Hub เชื่อท่องเที่ยวฟื้นตัวหนุนปี 2569/70 แตะ 128.5-129 ล้านคน โต 2% ตาม Winter Schedule ที่เที่ยวบินเพิ่มขึ้น
นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT กล่าวว่า บริษัทยังคงยุทธศาสตร์ระยะยาว มุ่งผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค (Aviation Hub) โดยร่วมกับกระทรวงคมนาคมและสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ส่งเสริมการใช้สิทธิเสรีภาพทางอากาศข้อที่ 5 (5th Freedom) เพื่อเปิดโอกาสให้สายการบินต่างชาตินำประเทศไทยเป็นจุดแวะรับ-ส่งผู้โดยสารและต่อเที่ยวบินระหว่างประเทศ
โดยปัจจุบันมีการใช้สิทธิดังกล่าวในเส้นทางบินระยะไกล อาทิ เส้นทางเฮลซิงกิ-สุวรรณภูมิ-เมลเบิร์น ซึ่งช่วยเพิ่มปริมาณผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่อง (Transit/Transfer) ผ่านประเทศไทย และยกระดับบทบาทของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในฐานะศูนย์กลางการบินของภูมิภาค
@ยกระดับ
ขณะเดียวกัน บริษัทเตรียมปรับโครงสร้างรายได้ให้สอดคล้องกับโมเดลธุรกิจท่าอากาศยาน โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจการบิน (Aero) เป็น 60% ของรายได้รวม และลดสัดส่วนรายได้ที่ไม่ใช่ธุรกิจการบิน (Non-Aero) เหลือ 40% จากปัจจุบันที่รายได้ Aero และ Non-Aero มีสัดส่วนอยู่ที่ 51% และ 49% ตามลำดับ
นอกจากนี้ AOT เดินหน้ายกระดับคุณภาพการให้บริการภายในท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง ผ่านการนำระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีไบโอเมตริก (Biometric) มาใช้ตลอดกระบวนการเดินทาง ตั้งแต่การเช็กอิน การโหลดสัมภาระ การตรวจสอบผู้โดยสาร การตรวจคนเข้าเมือง จนถึงประตูขึ้นเครื่อง เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย
พร้อมกันนี้บริษัทเร่งพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์และปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในท่าอากาศยาน เพิ่มพื้นที่พักคอย จุดชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และพื้นที่กิจกรรม เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้โดยสาร ควบคู่กับการเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้าร่วมลงทุนพัฒนาพื้นที่โดยรอบสนามบินทั้ง 6 แห่ง ทั้งโครงการลานจอดรถ สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า โรงแรมบริเวณท่าอากาศยานภูเก็ต รวมถึงการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์กว่า 723 ไร่ ซึ่งอยู่ระหว่างออกแบบรูปแบบการใช้ประโยชน์ให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคเอกชน
@คงเป้าผู้โดยสาร
ทั้งนี้ยังคงประมาณการปริมาณผู้โดยสารผ่านท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งในปีงบประมาณ 2568/2569 (ต.ค.2568-ก.ย.2569) ที่ราว 126 ล้านคน แม้บรรยากาศการเดินทางทางอากาศเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ หลังความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์จำกัดวงอยู่ในพื้นที่เฉพาะ ส่งผลให้ความเชื่อมั่นในการเดินทางทยอยฟื้นตัว แต่ทาง AOT ยังคงอ้างอิงประมาณการตารางการบินฤดูหนาว (Winter Schedule) ช่วงเดือนตุลาคม 2569 – มีนาคม 2570 ที่เติบโตราว 2% YoY เป็นหลัก ซึ่งจะไปหนุนปริมาณผู้โดยสารผ่านท่าในปีงบประมาณ 2569/2570 (ต.ค.2569-ก.ย.2570) ที่ประมาณการไว้ราว 128.5-129 ล้านคน เพิ่มขึ้นราว 2% YoY
“สำหรับปีนี้ (ต.ค.2568-ก.ย.2569) สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์กดดันจิตวิทยาการเดินทางตั้งแต่ราวไตรมาส 3/2568/2569 ที่ผ่านมา และยังส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงานอย่างมีนัยสำคัญ จึงตั้งเป้าปี 2569/2570 อย่าง Conservative ไว้ก่อน”
@ท่องเที่ยวฟื้น
บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า คาดการณ์กำไร AOT ไตรมาส 4/2569 (ก.ค.-ก.ย.2569) จะฟื้นตัวได้ทั้ง YoY และ QoQ โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย ส่งผลให้ความเชื่อมั่นในการเดินทางกลับมาปรับตัวดีขึ้น
นอกจากนี้ AOT ยังได้รับประโยชน์จากการปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออก (PSC) สำหรับผู้โดยสารระหว่างประเทศเป็น 1,120 บาทต่อคน จากเดิม 730 บาทต่อคน ซึ่งเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน โดยในไตรมาส 4/2569 บริษัทจะเริ่มรับรู้ผลบวกจากการปรับขึ้น PSC เต็มไตรมาส ช่วยสนับสนุนการเติบโตของรายได้และผลประกอบการ
โดยเบื้องต้นยังคงประมาณการกำไรปี 2568/2569 ที่ 1.9 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.4% YoY และเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 42.4% YoY แตะ 2.7 หมื่นล้านบาท ในปี 2569/2570 โดยได้รับแรงหนุนจากการรับรู้รายได้จากการปรับขึ้น PSC แบบเต็มปี ประกอบกับแนวโน้มการเดินทางในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (Winter Season) ที่คาดว่าจะฟื้นตัวต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณผู้โดยสารผ่านท่าอากาศยานและสนับสนุนรายได้หลักของ AOT ได้จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมที่ 71 บาท
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
