"4 ข้อควรรู้" เมื่อคนใกล้ตัวมี "ความเครียด" มาร่วมโอบกอดความทุกข์ด้วยความเข้าใจ

ความเครียดคืออะไร?
ความเครียดก็คือ การหดตัวของกล้ามเนื้อส่วนใดส่วนหนึ่งหรือหลายส่วนของร่างกาย นั่นเอง ซึ่งทุกคนจำเป็นต้องมีอยู่เสมอในการดำรงชีวิต เช่น การทรงตัว เคลื่อนไหวทั่วๆไป มีการศึกษาพบว่าทุกครั้งที่เราคิดหรือมีอารมณ์บางอย่างเกิดขึ้นจะต้องมีการหดตัว เคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อแห่งใดแห่งหนึ่ง ในร่างกายเกิดขึ้นควบคู่เสมอ
ความเครียด มีทั้งประโยชน์ และโทษ แต่ความเครียดที่เป็นโทษนั้น เป็นความเครียดชนิดที่เกินความจำเป็น แทนที่จะเป็นประโยชน์กลับกลายเป็นอุปสรรคและอันตรายต่อชีวิต เมื่อคนเราอยู่ในภาวะตึงเครียด ร่างกายก็จะเกิดความเตียมพร้อมที่จะ “สู้” หรือ “หนี” โดยที่ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงต่างๆเช่น
-หัวใจเต้นแรงและเร็วขึ้น เพื่อฉีดเลือดซึ่งจะนำอ๊อกซิเจนและสารอาหารต่างๆไปเลี้ยงเซลล์ทั่วร่างกาย พร้อมกับขจัดของเสียออกจากกระแสเลือดอย่างเร็ว
-การหายใจดีเร็วขึ้น แต่เป็นการหายใจตื้นๆ
-มีการขับครีนาลีนและฮอร์โมนอื่นๆเข้าสู่กระแสเลือด
-ม่านตาขยายเพื่อให้ได้รับแสงมากขึ้น
-กล้ามเนื้อหดเกร็งเพื่อเตรียมการเคลื่อนไหว เตรียมสู้หรือหนี
-เส้นเลือดบริเวณอวัยวะย่อยอาหารหดตัว
-เหงื่อออก เพราะมีการเผาผลาญอาหารมากขึ้น ทำให้อุณหภูมิของร่างกายเพิ่มขึ้น
เมื่อวิกฤตการณ์ผ่านพ้นไปร่างกายจะกลับสู่สภาวะปกติ แต่ความเครียดที่เป็นอันตราย ก็คือความเครียดที่เกิดขึ้นมากเกินความจำเป็น เมื่อเกิดแล้วคงอยู่เป็นประจำ ไม่ลดหรือหายไปตามปกติ หรือเกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุการณ์ที่เป็นการคุมคามจริงๆ
ภาวะความเครียด สามารถเกิดขึ้นได้สำหรับทุกคน บางคนก็ประสบด้วยตนเอง และบางเวลา คนใกล้ชิดรอบตัวก็เผชิญกับความเครียดเพราะสาเหตุแห่งปัญหาที่แตกต่างกันไป อย่าเพิ่งเบื่อ อย่าแสดงอาการรำคาญ หากเห็นว่าคนรอบข้างกำลังเครียด เราก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยแบ่งเบาให้กับเขาได้ ด้วยแนวทางดังต่อไปนี้
1. รับฟังปัญหาที่เกิดกับเขาอย่างใส่ใจ
ช่วยให้คนทุกข์ใจน้อยลงไปมากทีเดียว เพราะบางที เวลาเราทุกข์ เราแค่ต้องการใครสักคนที่ใส่ใจ รับฟังเรา อยู่เคียงข้างเรา เท่านั้น ส่วนแนวทางแก้ปัญหา จะค่อยๆคิดเองได้ เมื่อใจพร้อม ดังนั้น ขั้นตอนที่ 1 นี้จึงสำคัญมากๆ ในการเยียวยาแผลใจ
2. เปิดใจที่จะเข้าใจเขา
แม้ว่าแนวคิดของเขาเราอาจไม่เห็นด้วย การเปิดใจ และ วางการตัดสินลงเป็นสิ่งสำคัญ แล้วเราจะเข้าใจเขาและปัญหาที่เกิดกับเขามากขึ้น ขั้นตอนความเข้าใจเป็นสิ่งสำคัญมาก เราไม่สามารถดูแลใครได้ดีเลย ถ้าปราศจากความเข้าใจ
3. ให้คำแนะนำที่เหมาะสม
คำแนะนำที่มาจากความเข้าใจในตัวเขาและปัญหาที่เกิดขึ้น ดังนั้น ไม่ควรรีบแนะนำ ถ้ายังไม่เข้าใจในตัวเขาและปัญหา เพราะจะยิ่งทำให้รู้สึกแย่ มากกว่าจะรู้สึกดี
4. ให้กำลังใจ
โดยการชี้ให้เขาเห็นศักยภาพในตัวเขา เพื่อให้เขาเกิดความเชื่อมั่นตนเองมากขึ้น ว่าเขามีดีพอที่จะสามารถเผชิญต่อปัญหานั้นได้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
