พบคลื่นวิทยุปริศนาส่งรหัสลับภาษาเปอร์เซีย ท่ามกลางสหรัฐฯ อิสราเอล โจมตีอิหร่าน

ขณะนี้กำลังเกิดกระแสฮือฮาและข้อสันนิษฐานมากมายในหมู่นักฟังวิทยุสมัครเล่นและผู้เชี่ยวชาญด้านข่าวกรองทั่วโลก เมื่อมีการตรวจพบคลื่นวิทยุปริศนาที่ถูกขนานนามว่า "V32" หรือ "Persian Numbers Station" ซึ่งเริ่มออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026
โดยสิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าจับตามอง คือ คลื่นวิทยุนี้โผล่ขึ้นมาบนหน้าปัดเพียง 12 ชั่วโมงหลังจากที่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านในปฏิบัติการ Operation Epic Fury และ Operation Roaring Lion
รูปแบบการออกอากาศที่เต็มไปด้วยปริศนา
โดยผู้ที่หมุนคลื่นวิทยุไปเจอสถานีนี้จะได้ยินเสียงผู้ชายพูดภาษาฟาร์ซี (เปอร์เซีย) ค่อย ๆ อ่านตัวเลขสุ่มเป็นชุดๆ เช่น 6-4-0-9-3-9 ตามด้วยการพูดคำว่า "Tavajjoh" ซึ่งแปลว่า "โปรดทราบ" หรือ "ฟังทางนี้" ซ้ำกัน 3 รอบ เพื่อคั่นจังหวะก่อนจะส่งรหัสชุดต่อไป
โดยสถานีวิทยุลึกลับแห่งนี้ทำการออกอากาศลากยาวเป็นชั่วโมง วันละ 2 ครั้งในเวลา 02.00 น. และ 18.00 น. ตามเวลามาตรฐานสากล ซึ่งเป็นจังหวะเวลาที่คลื่นสั้นสามารถสะท้อนชั้นบรรยากาศโลกไปตกที่ประเทศอิหร่านได้พอดี ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า นี่คือรูปแบบการสื่อสารยุคสงครามเย็นที่เรียกว่า "Numbers Station" สถานีตัวเลข ซึ่งใช้เทคนิคการเข้ารหัสแบบ One-time pad (OTP)
ระบบรหัส One-time pad (OTP) คืออะไรและทำไมถึงถอดรหัสไม่ได้?
การทำงานของระบบนี้ คือ การใช้ชุดตัวเลขที่ถูกสุ่มขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แบบผ่านกลไกหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ในการส่งเป็นรหัสลับ ผู้ที่จะสามารถแปลความหมายของข้อความได้จะต้องมีกุญแจถอดรหัสหรือ คู่มือรหัสลับ (OTP) ที่มีข้อมูลจับคู่กันเป๊ะๆ อยู่ในมือเท่านั้น และโดยทั่วไปเมื่อสายลับทำการถอดรหัสและอ่านข้อความเสร็จแล้ว พวกเขาจะทำลายกระดาษคู่มือนั้นทิ้งทันที
สาเหตุที่ทำให้ระบบรหัส OTP ไม่สามารถถอดรหัสได้ง่าย ๆ เนื่องจากกุญแจตัวเลขที่นำมาใช้เป็นการสุ่มแบบสมบูรณ์ จึงไม่มีปฏิบัติการหรือสมการทางคณิตศาสตร์ใดๆ ที่แฮกเกอร์จะสามารถนำมาใช้เดาสุ่ม (Brute force) เพื่อเจาะรหัสได้ และต่อให้มีผู้ดักฟังการส่งสัญญาณวิทยุได้สำเร็จ ข้อความที่ได้ยินก็จะเป็นเพียงชุดตัวเลขที่แปลความหมายไม่ได้เลย หากผู้ฟังไม่มีคู่มือรหัสลับที่จับคู่กันพอดีอยู่กับตัว
รวมไปถึงการส่งข้อความ OTP ผ่านวิทยุคลื่นสั้นแบบอนาล็อกเป็นระบบที่ไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ต ทำให้ไม่มีความเสี่ยงต่อการถูกเจาะระบบแบบเทคโนโลยีเข้ารหัสดิจิทัลทั่วไป อีกทั้งยังตามตัวผู้รับสัญญาณได้ยาก
คลื่นวิทยุปริศนาเดินทางอย่างไร ?
วิทยุคลื่นสั้น (Shortwave หรือ HF) สามารถส่งสัญญาณได้ไกลหลายพันกิโลเมตร เพราะคลื่นวิทยุที่ถูกส่งขึ้นไปในมุมเอียงจากเสาอากาศ โดยเดินทางขึ้นไปถึงชั้นบรรยากาศระดับสูงที่เรียกว่า ไอโอโนสเฟียร์ (Ionosphere) ซึ่งอยู่สูงจากพื้นโลกประมาณ 60-1,000 กิโลเมตร ชั้นไอโอโนสเฟียร์นี้มีอนุภาคก๊าซที่ถูกพลังงานจากดวงอาทิตย์ทำให้แตกตัวเป็นไอออน เมื่อคลื่นวิทยุเดินทางมาถึงจึงเกิดการหักเหจนเหมือนสะท้อนกลับลงมายังพื้นโลก
เมื่อคลื่นตกกลับสู่พื้นโลกแล้ว สัญญาณสามารถสะท้อนขึ้นไปยังไอโอโนสเฟียร์อีกครั้ง เกิดเป็นการสะท้อนสลับไปมาระหว่างพื้นโลกกับชั้นบรรยากาศ กระบวนการนี้เรียกว่า Skywave propagation ทำให้สัญญาณวิทยุคลื่นสั้นสามารถเดินทางข้ามประเทศหรือข้ามทวีปได้โดยไม่ต้องใช้ดาวเทียม ซึ่งในอดีตถูกใช้ในการสื่อสารระยะไกล เช่น วิทยุกระจายเสียงระหว่างประเทศ การสื่อสารทางทะเล และวิทยุสมัครเล่น
ใครคือผู้อยู่เบื้องหลังสัญญาณลับนี้
ในตอนแรกทางสหรัฐฯ ออกมาตั้งข้อสังเกตว่าคลื่นนี้อาจเป็นของรัฐบาลอิหร่านที่ส่งรหัสเพื่อปลุกสายลับ (Sleeper Cells) ที่แฝงตัวอยู่ทั่วโลก หรือบางทฤษฎีก็เชื่อว่าอาจเป็นฝีมือของรัสเซีย อย่างไรก็ตาม กลุ่มนักฟังวิทยุสมัครเล่นได้ช่วยกันแกะรอยเทียบพิกัดทิศทางสัญญาณ และพบว่า ต้นทางของสัญญาณไม่ได้มาจากตะวันออกกลาง แต่มาจากฝั่งยุโรปตะวันตก เช่น บริเวณตอนเหนือของอิตาลี, สวิตเซอร์แลนด์, และเยอรมนี
สถานการณ์ยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อผ่านไปเพียง 5 วัน หรือวันที่ 4 มีนาคม ทางการอิหร่านได้พยายามยิงสัญญาณรบกวน (Bubble Jammer) เสียงดังลั่นเข้ามากลบคลื่น V32 ซึ่งเป็นวิธีเดียวกับที่อิหร่านมักใช้บล็อกสื่อจากตะวันตก
การถูกรบกวนสัญญาณนี้ทำให้ V32 ต้องหนีไปออกอากาศในคลื่นความถี่อื่น
การที่อิหร่านพยายามบล็อกสัญญาณนี้ ยิ่งสนับสนุนทฤษฎีที่มาแรงที่สุดในตอนนี้ว่า นี่อาจเป็นฝีมือของหน่วยข่าวกรองระดับโลกอย่าง CIA ของสหรัฐฯ หรือ Mossad ของอิสราเอล ที่กำลังส่งรหัสปลุกสายลับหรือกลุ่มต่อต้านที่แฝงตัวอยู่ในอิหร่านให้เตรียมพร้อมลุย หรือไม่ก็อาจเป็นเพียงเกมสงครามจิตวิทยาเพื่อสร้างความปั่นป่วนและหวาดระแวงให้กับอีกฝ่าย
ล่าสุด มีรายงานว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ได้ส่งคำเตือนไปยังหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายให้ระมัดระวังเกี่ยวกับการดักจับข้อความเข้ารหัส ในขณะที่ฝั่ง CIA ยังคงปฏิเสธที่จะให้ความเห็นใดๆ เกี่ยวกับสถานีวิทยุปริศนานี้ และในตอนนี้ยังไม่มีรายงานหรือข้อมูลที่ระบุชัดเจนเกี่ยวกับแหล่งที่มาของคลื่นวิทยุปริศนานี้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
