ผู้อำนวยการ NASA คนใหม่จุดประกายภารกิจทวงคืนสถานะดาวเคราะห์ให้ดาวพลูโต

วันที่ 28 เมษายน จาเร็ด ไอแซคแมน (Jared Isaacman) มหาเศรษฐีนักบินอวกาศเอกชนและผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยี ซึ่งเข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NASA) เมื่อเดือนธันวาคม ได้ประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนในการต่อสู้เพื่อทวงคืนสถานะ "ดาวเคราะห์" ให้กับดาวพลูโต (Pluto)
โดยในขณะขึ้นให้การต่อคณะกรรมาธิการจัดสรรงบประมาณของวุฒิสภาสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 28 เมษายน ปี 2026 เพื่อทบทวนคำของบประมาณขององค์การนาซา สำหรับปีงบประมาณ 2027 วุฒิสมาชิก เจอร์รี โมแรน (Jerry Moran) จากพรรครีพับลิกัน ได้สอบถามความคิดเห็นของผู้อำนวยการ NASA เกี่ยวกับดาวพลูโต
โดยวุฒิสมาชิกโมแรนระบุว่า ไคลด์ ทอมบอจ์ (Clyde Tombaugh) นักดาราศาสตร์ผู้ค้นพบดาวพลูโตนั้นเป็นชาวรัฐแคนซัส ซึ่งเป็นรัฐบ้านเกิดของเขาเอง จาเร็ด ไอแซคแมน (Jared Isaacman) ได้ตอบคำถามดังกล่าวอย่างหนักแน่นว่า ตนเองนั้นเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่สนับสนุนแคมเปญเรียกร้องให้พลูโตกลับมาเป็นดาวเคราะห์อีกครั้งอย่างเต็มที่
นอกจากนี้ จาเร็ด ไอแซคแมน (Jared Isaacman) ยังเปิดเผยถึงก้าวต่อไปของภารกิจนี้ว่า "ในขณะนี้เรากำลังจัดทำเอกสารงานวิจัย ซึ่งเราต้องการยกระดับประเด็นนี้เพื่อหารือร่วมกับประชาคมวิทยาศาสตร์ เพื่อให้มั่นใจว่าไคลด์ ทอมบอจ์ จะได้รับเกียรติยศอย่างที่เขาเคยได้รับและสมควรที่จะได้รับมันอีกครั้ง"
ย้อนกลับไปในปี 2006 สหพันธ์ดาราศาสตร์สากล (IAU) ได้สร้างความฮือฮาไปทั่วโลกด้วยการปลดดาวพลูโตออกจากการเป็นดาวเคราะห์ และจัดหมวดหมู่ใหม่ให้เป็นเพียงดาวเคราะห์แคระ (Dwarf planet)
โดยในขณะนั้นสาเหตุมาจากการที่ IAU ได้กำหนดเกณฑ์คุณสมบัติของดาวเคราะห์ขึ้นมาใหม่ 3 ประการ ได้แก่
1. ดาวดวงนั้นต้องโคจรรอบดวงอาทิตย์
2. ดาวจะต้องมีมวลมากพอที่จะมีรูปร่างทรงกลม
3. แรงโน้มถ่วงมีอิทธิพลจนกลายเป็นวัตถุหลักในวงโคจรนั้น ๆ กวาดล้างเศษซากต่างๆ ในวงโคจรได้
ซึ่งดาวพลูโตไม่ผ่านเกณฑ์ในข้อสุดท้าย เนื่องจากมันใช้วงโคจรในแถบไคเปอร์ (Kuiper Belt) ร่วมกับดาวเคราะห์แคระดวงอื่นๆ อีกมากมาย
การตัดสินใจของ IAU ในครั้งนั้นก่อให้เกิดข้อถกเถียงอย่างมาก โดยกลุ่มผู้สนับสนุนดาวพลูโตได้ตั้งข้อสังเกตว่า ดาวเคราะห์ดวงอื่นอย่างโลกและดาวพฤหัสบดีต่างก็ใช้วงโคจรร่วมกับดาวเคราะห์น้อยจำนวนมากเช่นกัน แล้วทำไมดาวพลูโตจึงถูกเลือกปฏิบัติ
นอกจากนี้ ดาวพลูโตมีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา เนื่องจากมันเป็นดาวเคราะห์เพียงดวงเดียวในระบบสุริยะที่ถูกค้นพบโดยชาวอเมริกัน โดยใช้หอดูดาวโลเวลล์ (Lowell Observatory) ในรัฐแอริโซนา เมื่อปี 1930
สำหรับความหวังที่จะคืนสถานะให้ดาวพลูโตมีน้ำหนักมากขึ้น หลังจากที่ยานอวกาศ นิวฮอไรซันส์ (New Horizons) ของนาซาได้บินผ่านดาวพลูโตและส่งภาพถ่ายระยะประชิดชุดแรกกลับมาเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2015
ภาพเหล่านั้นได้เปลี่ยนมุมมองของนักวิทยาศาสตร์ไปอย่างสิ้นเชิง โดยเผยให้เห็นสภาพพื้นผิวของดาวพลูโตที่เต็มไปด้วยความหลากหลาย ทั้งภูเขาสูงตระหง่าน ธารน้ำแข็งไนโตรเจนอันกว้างใหญ่ และภูมิประเทศรูปหัวใจอันโด่งดังที่ได้รับการตั้งชื่อว่า ทอมบอจ์เรจิโอ (Tombaugh Regio) เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ค้นพบ
แม้ว่าการบินโฉบดาวพลูโตครั้งประวัติศาสตร์ของยานนิวฮอไรซันส์จะยังไม่สามารถทวงคืนสถานะดาวเคราะห์ให้พลูโตได้ในเวลานั้น แต่อำนาจการตัดสินใจขั้นสุดท้ายนั้นยังคงอยู่ที่ IAU ซึ่งเป็นสมาคมนักดาราศาสตร์อาชีพระดับโลกที่มีหน้าที่กำหนดและตั้งชื่อวัตถุบนท้องฟ้า การที่ ผอ.นาซา ออกมาแสดงจุดยืนเป็นผู้นำในการผลักดันประเด็นนี้อย่างเปิดเผย ถือเป็นการยกระดับการหารือครั้งสำคัญที่อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการดาราศาสตร์ในอนาคต
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
