สรุปประเด็น Bitkub หลังถูก ก.ล.ต. กล่าวโทษบริษัทยืนยันทรัพย์สินลูกค้าอยู่ครบ 100%

24 กรกฎาคม 2569 ( 18:22 )
3
บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (Bitkub Online) ผู้ให้บริการศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Exchange) รายใหญ่ของประเทศไทย ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจในวงการคริปโทเคอร์เรนซี หลังจากเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา ก.ล.ต. กล่าวโทษบริษัท กรณีรายงานข้อมูลอันเป็นเท็จในเอกสารของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม 2564 ส่งผลให้บริษัทออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงและยืนยันว่าทรัพย์สินของลูกค้ายังคงปลอดภัยและครบถ้วน 100%
คำชี้แจงจากบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด
ต่อมาบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจง โดยระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อกว่า 5 ปีก่อน และเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจไม่เปิดเผยข้อมูลว่ากระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลของบริษัท 1 ใบถูกโจรกรรมทางไซเบอร์ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2564 แม้ระบบรักษาความปลอดภัยในขณะนั้นจะเป็นไปตามมาตรฐานและผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วก็ตาม
โดยเหตุผลที่บริษัท บิทคับ ไม่เปิดเผยข้อมูลในตอนนั้นไม่ได้มีเจตนาทุจริต แต่เป็นการตัดสินใจของผู้ที่รับผิดชอบด้านการเปิดเผยข้อมูล เพื่อป้องกันการเกิด Bank Run หรือการที่ลูกค้าแห่ถอนสินทรัพย์พร้อมกันจำนวนมาก ซึ่งอาจทำให้บริษัทไม่สามารถจัดหาสินทรัพย์มาทดแทนได้ทันในระหว่างการแก้ไขปัญหา และอาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อผู้ใช้งานและอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลของไทย
บริษัท บิทคับ แก้ไขปัญหาหลังถูกโจรกรรมทางไซเบอร์อย่างไร ?
โดยในคำชี้แจงบริษัท บิทคับ ระบุว่า แม้จะไม่สามารถติดตามสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกโจรกรรมกลับคืนมาได้ แต่ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มบริษัทบิทคับได้เข้ารับภาระความเสียหายทั้งหมด ด้วยการจัดซื้อสินทรัพย์ดิจิทัลในสกุลและจำนวนเท่ากับที่สูญหาย เพื่อนำกลับมาเติมเต็มให้บริษัท ส่งผลให้ลูกค้าทุกรายไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว และสินทรัพย์ของลูกค้ายังคงครบถ้วน 100% โดยบริษัทอ้างอิงผลการตรวจสอบของ ก.ล.ต. ณ วันที่ 8 กันยายน 2568 ที่ระบุว่าทรัพย์สินของลูกค้ายังคงมีความปลอดภัยและครบถ้วน
บริษัท บิทคับ แก้ไขปัญหาหลังถูกโจรกรรมทางไซเบอร์อย่างไร ?
โดยในคำชี้แจงบริษัท บิทคับ ระบุว่า แม้จะไม่สามารถติดตามสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกโจรกรรมกลับคืนมาได้ แต่ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มบริษัทบิทคับได้เข้ารับภาระความเสียหายทั้งหมด ด้วยการจัดซื้อสินทรัพย์ดิจิทัลในสกุลและจำนวนเท่ากับที่สูญหาย เพื่อนำกลับมาเติมเต็มให้บริษัท ส่งผลให้ลูกค้าทุกรายไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว และสินทรัพย์ของลูกค้ายังคงครบถ้วน 100% โดยบริษัทอ้างอิงผลการตรวจสอบของ ก.ล.ต. ณ วันที่ 8 กันยายน 2568 ที่ระบุว่าทรัพย์สินของลูกค้ายังคงมีความปลอดภัยและครบถ้วน
สำหรับประเด็นความรับผิดชอบ บริษัทเปิดเผยว่า ได้แจ้งความดำเนินคดีต่อผู้ก่อเหตุโจรกรรมและผู้ที่เกี่ยวข้องตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม 2564 และจะดำเนินคดีจนถึงที่สุด ขณะเดียวกัน บริษัทได้ปรับปรุงระบบกำกับดูแลกิจการและการบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีกรรมการอิสระ ระบบกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมาย และการตรวจสอบภายในที่เข้มงวดมากขึ้น พร้อมยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัย ทั้งการได้รับการรับรองมาตรฐานสากล เช่น ISO 27001, ISO 27701 และ SOC 2 Type I รวมถึงการตรวจสอบจาก ก.ล.ต. เป็นประจำทุกปี
นอกจากนี้ บิทคับยังระบุว่า บริษัทให้บริการเก็บรักษาสินทรัพย์ร่วมกับผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลก และเปิดเผยข้อมูลสินทรัพย์ผ่านงบการเงินเพื่อความโปร่งใส พร้อมยืนยันว่าปัจจุบันฐานะการเงินและการดำเนินธุรกิจยังมีความมั่นคง โดยหลังจากนี้บริษัทจะเดินหน้าพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยและการกำกับดูแลให้รัดกุมยิ่งขึ้น รวมถึงขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับฐานะการเงินหรือการดูแลทรัพย์สินของลูกค้า พร้อมย้ำว่าหากพบข้อมูลที่สร้างความเสียหาย บริษัทจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
