‘คลัง’เงินสะพัดเลือกตั้ง ดันจีดีพีQ1คึก-ทั้งปีโต2%

#คลัง #ทันหุ้น - “คลัง” ชี้ เลือกตั้งเงินสะพัด ดันเศรษฐกิจไตรมาส 1/2569 เชื่อจีดีพีทั้งปี โต 2% แรงหนุนธุรกิจท่องเที่ยวคาดต่างชาติแตะ 35.5 ล้านคน -ภาคบริการดีต่อ ส่วนส่งออกชะลอ พร้อมจับตากระแสลงทุนใหม่ ส่วนภาษีทรัมป์-หนี้ครัวเรือนสูงยังเป็นปัญหาท้าทาย เตรียมเสนอรัฐบาลใหม่ปฏิรูปโครงสร้างภาษีดันรายได้ยั่งยืน
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ว่า ช่วงการเลือกตั้งคาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัด ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 ให้กลับมาคึกคักได้ ซึ่งจะมาทดแทนการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ไม่สามารถทำได้ในช่วงสุญญากาศทางการเมือง และเมื่อรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศ เชื่อว่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมา ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจในปี 2569 ยังสามารถขยายตัวได้
*ลุยปฏิรูปภาษี
ทั้งนี้ ในส่วนของกระทรวงการคลังที่เตรียมเสนอรัฐบาลใหม่ คือ การปฏิรูปโครงสร้างภาษี ซึ่งมีเป้าหมายที่จะสร้างความเข้มแข็งทางการคลังอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในเรื่องของการสร้างรายได้ให้มั่นคง เชื่อว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่มีความกล้าหาญในการดำเนินการ เพราะได้เสนอแนวทางการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อสร้างรายได้ด้วย
นายพิสิทธิ์ พัวพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวได้ต่อเนื่องที่ 2.0% อาจจะชะลอตัวลงจากปี 2568 เนื่องจากปี 2568 มีการเร่งส่งออกล่วงหน้าไปมากแล้วเพื่อเลี่ยงกำแพงภาษีสหรัฐ (Reciprocal Tariff)
สำหรับปัจจัยบวกของปี 2569 หลักๆ ยังมาจากพื้นฐานเศรษฐกิจในประเทศที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่ปี2569 จะมีการจัดงานใหญ่ เช่น การประชุม IMF และ World Bank รวมถึงกระแสการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ 3 คลื่นหลัก คือ Green & EV, Digital/AI และ Wellness Tourism ที่ภาครัฐเตรียมมาตรการสนับสนุนไว้แล้ว
*ปัจจัยท้าทายปี 69
ส่วนความท้าทายที่ต้องจับตา คือ ความไม่แน่นอนจากภายนอก ทั้งทิศทางนโยบายภาษีของสหรัฐ ภูมิรัฐศาสตร์โลก และหนี้ครัวเรือนที่ยังกดดันกำลังซื้อ แต่มาตรการภาครัฐที่ออกมาแล้ว ทั้งการแก้หนี้ และการเติมสภาพคล่องให้ SME จะสามารถช่วยประคองเศรษฐกิจให้ผ่านความผันผวนนี้ไปได้
ทั้งนี้ ตัวนำเศรษฐกิจในปี 2569 ยังคงเป็นภาคการท่องเที่ยวและบริการ โดยสศค. คาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะเข้ามาถึง 35.5 ล้านคน ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2568 นอกจากนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมอนาคตอย่างเช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และ Data Center ก็เป็นตัวขับเคลื่อนใหม่ที่เม็ดเงินลงทุนเริ่มไหลเข้ามาจริงจัง
ส่วนตัวฉุดในปี 2569 น่าจะเป็นภาคการส่งออกที่อาจจะชะลอตัวลง เนื่องจากปี 2568 ผู้ประกอบการเร่งส่งออกไปล่วงหน้า (Front-loading) ทำให้ฐานสูง อีกส่วนที่อาจชะลอตัวลงบ้างคือ การลงทุนภาครัฐในโครงการใหม่ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 ในกรณีที่กระบวนการจัดทำงบประมาณปี 2570 อาจล่าช้าจากการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล
*รอรัฐบาลดันศก.
ส่วนปัญหาการเมืองกระทบกับภาพรวมเศรษฐกิจในปี 2569 ด้านใดบ้างนั้น ประเมินว่า การยุบสภามีผลกระทบทางเศรษฐกิจในวงจำกัดมาก เนื่องจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ เดินหน้าต่อได้ปกติ เพราะงบประมาณปี 2569 ดำเนินการได้ตามปกติการเบิกจ่ายต่างๆ ทั้งเงินเดือนข้าราชการและโครงการเดิมทำได้ต่อเนื่อง ภาคเอกชนบางรายอาจจะมีชะลอการตัดสินใจลงทุนใหญ่ๆ บ้างในช่วงครึ่งปีแรกเพื่อรอดูหน้ารัฐบาลใหม่ (Wait and See) แต่ถ้าไทม์ไลน์การเลือกตั้งชัดเจนและได้รัฐบาลชุดใหม่ ความเชื่อมั่นก็จะกลับมาเร็ว
อย่างไรก็ดี ประเด็นผลกระทบจริงๆ จะอยู่ที่ งบลงทุนใหม่ของรัฐบาลของปีงบประมาณ 2570 มากกว่า ที่ถ้ามีผลบังคับใช้ล่าช้า อาจทำให้เม็ดเงินลงทุนใหม่เข้าระบบช้ากว่าปกติในช่วงปลายปี 2569 แต่เงินงบประมาณนี้ไม่ได้หายไปไหน เป็นเพียงการขยับช่วงเวลาออกไปเท่านั้น ซึ่งหน่วยงานรัฐก็ได้เตรียมแผนเร่งรัดการเบิกจ่ายไว้รองรับทันทีเมื่อ พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570 ผ่านรัฐสภา เพื่อให้เม็ดเงินลงไปหมุนเวียนและเป็นแรงส่งให้กับเศรษฐกิจไทยได้อย่างเต็มที่
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
